“TheReporterAsia” เจาะลึกความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ “เอไอเอส-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ประกาศความสำเร็จ “ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” เผยตัวเลขสกัดกั้นภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ทะลุ 3,050 ล้านครั้ง ภายในงาน “Thailand United Against Scams” ตอกย้ำการปกป้องคนไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการจับตาของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. สะท้อนวาระแห่งชาติในการกวาดล้างอาชญากรรมเทคโนโลยี
ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้กลายมาเป็น “ศัตรู” ตัวฉกาจที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างประเมินค่าไม่ได้ การประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในการผนึกกำลังกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงไม่ใช่แค่การแถลงข่าวทั่วไป แต่คือการประกาศชัยชนะในสมรภูมิที่มองไม่เห็น
ตัวเลข 3,050 ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2568) ที่ AIS สามารถสกัดกั้นภัยไซเบอร์บนโครงข่ายอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์อันตราย, เบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพ หรือ SMS สแกม คือภาพสะท้อนของขนาดมหึมาของภัยคุกคามที่คนไทยต้องเผชิญในทุกวินาที หากตัวเลข 3,050 ล้านครั้งนี้ คือจำนวนกระสุนที่ยิงออกมาโดยมิจฉาชีพ นี่คือจำนวนกระสุน 3,050 ล้านนัดที่ AIS ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สามารถปัดป้องไว้ได้ก่อนจะถึงตัวประชาชนชาวไทย
ความสำเร็จนี้ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการในงาน “Thailand United Against Scams รวมพลังคนไทย ต้านภัย Scams” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแถลงผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การปรากฏตัวของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือ “วาระแห่งชาติ” ที่รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญสูงสุด การต่อสู้กับภัยไซเบอร์ ไม่ใช่แค่การปกป้องทรัพย์สินรายบุคคล แต่คือการปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
“AIS” ในฐานะ Cognitive Tech-Co กับภารกิจปกป้อง 51.5 ล้านลูกค้า
การขยับตัวของ AIS ครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ใหญ่กว่าการเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วไป AIS กำลังมุ่งหน้าสู่การเป็น องค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Cognitive Tech-Co) ซึ่ง “ความปลอดภัย” (Security) คือหัวใจหลักของ “ความอัจฉริยะ” (Cognitive)
ข้อมูล ณ กันยายน 2568 เอไอเอส มีฐานลูกค้ารวมมากถึง 51.5 ล้านราย แบ่งเป็น:
- ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่: 46.3 ล้านเลขหมาย (บนคลื่นความถี่มากที่สุด 1460 MHz )
- ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน (AIS 3BB FIBRE3): 5.2 ล้านราย
ฐานลูกค้ามหาศาลนี้ เปรียบเสมือน “สินทรัพย์” ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศ แต่ในทางกลับกัน ก็เป็น “เป้าหมาย” ที่ใหญ่ที่สุดของมิจฉาชีพเช่นกัน ภารกิจของ เอไอเอส จึงหนักหน่วงอย่างยิ่ง เพราะทุกการโจมตีที่เล็ดลอดไปได้ ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ตัวเงิน แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการใช้เทคโนโลยี 5G และอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานรัฐกิจสัมพันธ์ เอไอเอส ย้ำชัดถึงพันธกิจนี้ว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เอไอเอสทำงานเคียงข้างทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ ‘ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์’ อย่างต่อเนื่อง”
เปิดคลังแสง! มาตรการเชิงรุกที่สกัดภัยกว่า 3 พันล้านครั้ง
ตัวเลข 3,050 ล้านครั้ง ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการวางยุทธศาสตร์เชิงรุก (Proactive Measures) และการพัฒนาโซลูชันที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องคนไทยทั้งบนโครงข่ายมือถือและเน็ตบ้านอัจฉริยะ คลังแสงของ AIS ประกอบด้วย:
- บริการ Secure Net: นี่คือด่านหน้าสุดบนโครงข่าย ทำหน้าที่บล็อกเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ เช่น เว็บพนัน เว็บปลอม หรือเว็บที่แฝงมัลแวร์ขโมยข้อมูลทางการเงิน เปรียบเสมือนป้อมปราการที่กรองภัยคุกคามก่อนที่มันจะไปถึงอุปกรณ์ของผู้ใช้
- สายด่วน 1185 แจ้งอุ่นใจตัดสายโจร: มากกว่าการรับแจ้ง คือการ “ตัดสาย” โจรทันที นี่คือเครื่องมือที่ให้อำนาจประชาชนในการตอบโต้ เมื่อพบเบอร์โทรหรือ SMS ต้องสงสัย การแจ้งผ่าน 1185 จะนำไปสู่การตรวจสอบและบล็อกเบอร์เหล่านั้นออกจากระบบอย่างรวดเร็ว
- บริการใหม่ล่าสุด “แชะแล้วแชร์”: ตอกย้ำความเป็น Cognitive Tech-Co ด้วยการใช้พลังจากผู้ใช้ (Crowdsourcing) บริการนี้เปิดให้ประชาชน “แชะ” (แคปหน้าจอ) SMS หลอกลวง แล้ว “แชร์” (ส่งแจ้งเบาะแส) เพื่อให้ AIS นำข้อมูลไปวิเคราะห์และสกัดกั้นกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ได้ทันท่วงที
- การสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ (Cyber Immunity): AISตระหนักดีว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% หากผู้ใช้ขาดความตระหนักรู้ จึงมีการจับมือกับภาครัฐและเอกชนในการสร้างทักษะดิจิทัลให้ประชาชน อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ให้คนไทย “รู้เท่าทัน” ไม่ตกเป็นเหยื่อ
นายวรุณเทพเน้นย้ำว่า “เราเดินหน้ามาตรการเชิงรุกหลายมิติ… ควบคู่การจับมือภาครัฐและเอกชนในการสร้างทักษะดิจิทัลให้ประชาชน” ซึ่งสะท้อนการมองปัญหาอย่างรอบด้าน
“ปิดวงจร” อาชญากร: พลังแห่งการร่วมมือกับตำรวจ
ภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง และถือเป็น “เกมเชนเจอร์” ในสงครามไซเบอร์ครั้งนี้ คือการ “ปิดวงจรมิจฉาชีพตั้งแต่ต้นทาง”
ในอดีต ผู้ให้บริการเครือข่ายอาจทำได้เพียง “บล็อก” แต่ไม่สามารถ “จับกุม” ได้ ทำให้มิจฉาชีพยังคงลอยนวลและสร้างบัญชีใหม่เพื่อโจมตีต่อไป แต่ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปลี่ยนสมการนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
AIS ได้ทำงานร่วมกับตำรวจทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็น:
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Royal Thai Police)
- ตำรวจไซเบอร์ (Cyber Police)
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
- หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง
การขยายความร่วมมือเชิงรุกนี้ ทำให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ AISที่มีข้อมูลบนโครงข่ายอัจฉริยะ สามารถชี้เป้าความผิดปกติ ขณะที่ตำรวจซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย สามารถดำเนินการสืบสวนและ “นำไปสู่การจับกุม” มิจฉาชีพอย่างเป็นรูปธรรมได้
นี่คือการ “ปิดวงจร” อย่างแท้จริง จากเดิมที่ทำได้แค่ “ป้องกัน” (Defense) สู่การ “โจมตีกลับ” (Offense) และ “กวาดล้าง” (Eradication) ต้นตอของปัญหา
นายวรุณเทพกล่าวอย่างชัดเจนว่า “จากการทำงานร่วมกันในเชิงรุก… ทำให้เอไอเอสได้ปกป้องคนไทยจากภัยไซเบอร์รวมกว่า 3,050 ล้านครั้ง ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม”
สู่ “ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างยั่งยืน”
ความสำเร็จในการสกัดกั้นภัยกว่า 3,050 ล้านครั้ง ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัย แต่สงครามนี้ยังไม่จบ AISยืนยันชัดเจนว่าจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่ตัวเลขการบล็อกที่เพิ่มขึ้น แต่คือการสร้าง “สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ” (Safe and Credible Digital Society) ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ที่แข็งแกร่ง
นายวรุณเทพกล่าวปิดท้ายอย่างหนักแน่นว่า “เชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือจากทุกหน่วยงานจะผลักดันประเทศไทยสู่ ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างยั่งยืน ได้อย่างแท้จริง”
สำหรับ “TheReporterAsia” นี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ในสมรภูมิเศรษฐกิจยุคใหม่ “ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือ “การลงทุน” ที่สำคัญที่สุด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ให้ก้าวต่อไปในโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นคง
#AIS #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ภัยไซเบอร์ #สกัดภัย3050ล้านครั้ง #เศรษฐกิจดิจิทัล #AISxตำรวจ #ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ #ThailandUnitedAgainstScams #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #SMSหลอกลวง #CognitiveTechCo #ข่าวเศรษฐกิจ #TheReporterAsia

