EVAT ผนึก 5 ยักษ์ใหญ่ ปั้นคน EV 1.5 แสนคน สู้ศึกโลก!

EVAT ผนึก 5 ยักษ์ใหญ่ ปั้นคน EV 1.5 แสนคน สู้ศึกโลก!

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จับมือ 5 หน่วยงานพันธมิตรครั้งประวัติศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลง EV-HRD ตั้งเป้าผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้าถึง 150,000 คน ภายใน 5 ปี ยกระดับทักษะแรงงานไทย เร่งเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุค Net Zero และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง EV แห่งภูมิภาค!

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ภายใต้ชื่อ “การพัฒนากำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV-HRD)”

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นผลจากการรวมพลังของ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) นำโดย นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก 5 หน่วยงานพันธมิตร ซึ่งล้วนเป็นองค์กรหลักที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคนของประเทศ ได้แก่:

  1. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) โดย นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดี

  2. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดย นางบัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ

  3. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ

  4. สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์กรมหาชน) (สคช.) โดย นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการ

  5. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (PMU-B) โดย ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา รองผู้อำนวยการ

เป้าหมายทะเยอทะยาน: ปั้นบุคลากร 150,000 คน ใน 5 ปี เพื่ออนาคต EV ไทย

เจตนารมณ์หลักของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้คือการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV-HRD) โดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine: ICE) ไปสู่ระบบยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายเชิงปริมาณที่ชัดเจน คือการพัฒนากำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้จำนวน 150,000 คน ภายในระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันลงนาม เพื่อเติมเต็มช่องว่างของทักษะระหว่างการผลิตแรงงานกับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่

วัตถุประสงค์สำคัญของความร่วมมือนี้คือ:

  • ผลิตและพัฒนาบุคลากร ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

  • เชื่อมโยงผู้ใช้กำลังคน (อุปสงค์) กับผู้ผลิตกำลังคน (อุปทาน) อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกลไกสำคัญต่าง ๆ เช่น การจัดทำหลักสูตร, การฝึกอบรม, การฝึกงาน, และการรับรองมาตรฐานอาชีพ

  • ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้แก่ การผลิตบุคลากรใหม่ในระบบการศึกษา, การยกระดับทักษะแรงงานเดิม (Upskill/Reskill), และการพัฒนาครู/อาจารย์ รวมถึงบุคลากรในสถานประกอบการให้เท่าทันเทคโนโลยี EV

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เน้นย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็น “ก้าวสำคัญ” ในการยกระดับทักษะ (Upskill) พัฒนาทักษะใหม่ (Reskill) และสร้างเส้นทางอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรม EV ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สมาคมฯ ได้ทำงานร่วมกับภาคการศึกษาและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่องเพื่อออกแบบหลักสูตรอบรมสำหรับแรงงานไทยในทุกระดับ ตั้งแต่ช่างเทคนิค ผู้ประกอบการ เจ้าของอู่ซ่อม จนถึงนิสิต-นักศึกษา

บทบาทสำคัญของ EVAT และวิสัยทัศน์สู่เศรษฐกิจสีเขียว

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ซึ่งเป็นสมาคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนความร่วมมือนี้ โดยมีบทบาทหน้าที่ครอบคลุมในหลายด้าน:

  • เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมกับระบบการพัฒนากำลังคน: โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้จากผู้ประกอบการสู่หน่วยงานฝึกอบรมของ สอวช., กพร., และ สอศ.

  • สนับสนุนการพัฒนาบุคลากร: ทั้งในด้านเนื้อหาและการพัฒนาหลักสูตร

  • ร่วมกำหนดเป้าหมายการผลิตแรงงาน: ที่ตรงกับความต้องการของตลาด

  • ประสานงานเครือข่าย: ระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และภาคการศึกษา

  • ส่งเสริมการสร้างอาชีพใหม่: ร่วมกับ กพร. และ สคช. เพื่อให้แรงงานไทยสามารถเข้าสู่อาชีพในระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

วิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลกว่าแค่บุคลากร: ความร่วมมือนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การสร้างกำลังคนคุณภาพ แต่ยังเป็นการวาง “รากฐานสำคัญ” ให้ประเทศไทยก้าวสู่ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และ การเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) ผ่านการลงทุนใน “คน” ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของการพัฒนา

การพัฒนาบุคลากรครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) สมาคมฯ มุ่งหวังว่าการผนึกกำลังครั้งนี้จะสร้าง “ระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้มแข็ง” ที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา อุตสาหกรรม และภาครัฐเข้าด้วยกัน เพื่อให้ไทยก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ก้าวสู่เวทีอาเซียน: ขยายความร่วมมือระดับภูมิภาค

นอกเหนือจากการขับเคลื่อนในประเทศ EVAT ยังได้ขยายความร่วมมือไปสู่ระดับภูมิภาค โดยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ สมาพันธ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียน (Asian Federation of Electric Vehicle Associations: AFEVA)

การเข้าร่วม AFEVA มีวัตถุประสงค์เพื่อ:

  • เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี

  • แลกเปลี่ยนองค์ความรู้

  • เข้าถึงระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในระดับอาเซียน

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะสำคัญของประเทศไทยในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม EV ไทย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ปัจจุบันมี นายสุโรจน์ แสงสนิท เป็นนายกสมาคม และมีสมาชิกรวมกว่า 390 ราย จากภาคเอกชน, สถาบันศึกษา, รัฐวิสาหกิจ, และบุคคลทั่วไป สมาคมฯ มีการแบ่งคณะทำงานในด้านต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

#EVHRD #ยานยนต์ไฟฟ้า #สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย #EVAT #เศรษฐกิจสีเขียว #NetZero #พัฒนาคน #Reskill #Upskill #ศูนย์กลางEVอาเซียน

Related Posts