“M18 Mobility” เดินเกมรุกสวนกระแสเศรษฐกิจ เปิดสาขาที่ 2 สะพานใหม่ รับลูกค้ากรุงเทพฯเหนือ พร้อมทุ่มงบ 20 ล้านบาท ปักหมุดสาขาที่ 3 ย่านธัญบุรี คลอง 2 ทันทีในเดือนธันวาคมนี้ ชูจุดขายศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานโรงงานหวังมัดใจลูกค้า EV ส่งเรือธง “GAC M8” ถล่มตลาดลักชัวรี่ด้วยกลยุทธ์ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งเกือบครึ่ง มั่นใจตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยยังโตต่อเนื่อง
นายมาโนช ปฐมวรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด (M18 Mobility) ผู้จำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ในฐานะ Authorized Dealer Partner ของ GAC Thailand เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แม้จะมีปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยล่าสุดได้เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 3 แห่งภายในปีนี้
หลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดสาขาแรกที่ลำลูกกา และล่าสุดเพิ่งเปิดตัว สาขาที่ 2 สะพานใหม่ บนถนนพหลโยธิน ติด BTS สายหยุด บริษัทฯ ได้เร่งเครื่องลงทุนต่อเนื่องทันทีเพื่อเปิด สาขาที่ 3 ย่านธัญบุรี คลอง 2 ในเดือนธันวาคมนี้ โดยวางงบประมาณการลงทุนไว้ที่ 20 ล้านบาท เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการสู่ความเป็น “One Stop Service” อย่างแท้จริง
M18 ปักหมุด “สาขาสะพานใหม่” โชว์รูมติดรถไฟฟ้าที่ครบเครื่องที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนบน
สำหรับ GAC M18 Mobility Showroom & Service Center สาขาสะพานใหม่ โชว์รูมแห่งที่ 2 ของ M18 Mobility ที่ถูกจับตามองในฐานะ Strategic Location ที่สำคัญที่สุดในโซนกรุงเทพฯ ตอนบน ด้วยจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้งแบบ “Door-to-Door” บนถนนพหลโยธิน ติดบันไดรถไฟฟ้า BTS สถานีสายหยุด (ทางออก 2) ทำให้การเดินทางสะดวกสบายสูงสุดสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม
บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 3.5 ไร่ แห่งนี้ ได้ถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์บริการแบบครบวงจร (One Stop Service) ที่ไม่เพียงมีโชว์รูมจัดแสดงรถยนต์ที่ทันสมัย แต่ยังมาพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานที่มีช่องซ่อมบำรุงและเปลี่ยนแบตเตอรี่ถึง 5 ช่องจอด พร้อมห้องรับรองลูกค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในย่านบางเขน สายไหม ไปจนถึงปทุมธานี
ความพิเศษที่เป็นไฮไลท์ของสาขานี้ คือการได้รับเกียรติให้เป็นสถานที่แรกในการจัดแสดงรถยนต์เอนกประสงค์ระดับลักชัวรี่ GAC M8 PHEV รุ่นเรือธง รถยนต์ MPV อัจฉริยะขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่มาพร้อมความหรูหราและสมรรถนะทรงพลัง 373 แรงม้า วิ่งไกลสุดกว่า 1,000 กิโลเมตร การนำรุ่น M8 มาเปิดตัวที่นี่สะท้อนถึงศักยภาพของทำเลสะพานใหม่ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้บริหารและครอบครัวยุคใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
นอกจากความพร้อมด้านยนตรกรรม สาขาสะพานใหม่ยังถูกวางให้เป็น Hub ของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ด้วยการจับมือกับพันธมิตร iGreen+ (ไอกรีน พลัส) ติดตั้งจุดชาร์จพลังงานไฟฟ้าความเร็วสูง (DC Charger) ภายในพื้นที่โชว์รูม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่นำรถเข้ามาใช้บริการ สร้างความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างไร้รอยต่อ
คุณหวัง ห้าวหยง (Mr. Andrew Wang) ประธานบริหาร บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่พวกเราได้มารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานในการขยายเครือข่ายครั้งยิ่งใหญ่ของ GAC AION ในประเทศไทย กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโชว์รูม M18 Mobility แห่งใหม่ (สาขาสะพานใหม่) ซึ่งความสำเร็จนี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบบริการและประสบการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย สืบเนื่องมาจากความสำเร็จของสาขาแรกที่เราได้เปิดไปก่อนหน้านี้
“นับตั้งแต่ GAC AION เข้าทำตลาดในประเทศไทย เราสามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ เรามียอดส่งมอบรถยนต์ทะลุ 10,000 คัน เติบโตขึ้นกว่า 126% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวทำให้เราก้าวขึ้นมาครองตำแหน่ง Top 3 ของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประเทศไทย และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ของเรา”
ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง M18 Mobility ซึ่งมีทีมบริหารและทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพสูง เปรียบเสมือนแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายตลาดของเรา ผมมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าสาขาใหม่แห่งนี้จะสามารถยกระดับมาตรฐานการบริการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าได้ ขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนที่ดีเสมอมา และขออวยพรให้ M18 Community ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ยุทธศาสตร์สาขา 3: ปิดจุดอ่อน EV ด้วยศูนย์ซ่อมสีมาตรฐาน
หัวใจสำคัญของการลงทุนในสาขาธัญบุรี คลอง 2 ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มช่องทางการขาย แต่เป็นการเติมเต็มจิ๊กซอว์ด้านบริการหลังการขายที่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ากังวลมากที่สุด คือ งานซ่อมสีและตัวถัง (Body & Paint)
นายมาโนช ระบุว่า สาขาใหม่นี้จะมีไฮไลท์สำคัญคือ ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน (Certified) ทุกขั้นตอนจากทาง GAC โดยตรง ซึ่งถือเป็นการเร่งแผนงานให้เร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ออกรถไปแล้ว ให้สามารถเข้าใช้บริการซ่อมบำรุงได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องมาตรฐานงานซ่อม
“การมีศูนย์ซ่อมสีและตัวถังเป็นของตัวเอง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อรถยนต์กับ M18 Mobility ว่าเราดูแลได้ครบวงจร อย่างไรก็ตาม สำหรับงานซ่อมบำรุงที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่แรงดันสูง เรายังคงยึดมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยจะส่งเข้าดำเนินการที่ศูนย์บริการหลักของ GAC เท่านั้น”
เจาะตลาดพรีเมียมด้วย GAC M8: ของดีที่มีสิทธิ์ขายจำกัด
ในด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) M18 Mobility วางเป้าหมายยอดขายรวมทุกเซกเมนต์ไว้ที่ประมาณ 50 คันต่อเดือน โดยจะมีการประเมินสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด
สินค้าเรือธงที่จะเป็นหัวหอกในการทำตลาดคือ GAC M8 PHEV รถยนต์เอนกประสงค์ระดับพรีเมียม (Luxury MPV) ซึ่งมีความพิเศษในแง่สิทธิ์การจำหน่าย เนื่องจากปัจจุบันมีดีลเลอร์เพียง 10-12 แห่งทั่วประเทศเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ (Exclusive Rights) จาก GAC ให้จำหน่ายรถรุ่นนี้
จุดแข็งของ GAC M8 ที่เหนือกว่าคู่แข่ง:
-
Price Performance: ด้วยระดับราคาจำหน่ายประมาณ 2.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันที่ราคาสูงกว่า 4 ล้านบาท ทำให้ M8 มีความได้เปรียบเรื่องความคุ้มค่าอย่างชัดเจน
-
Technology & Performance: มาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบ ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 373 แรงม้า แรงบิด 630 นิวตันเมตร และวิ่งได้ระยะทางรวมไกลสุดถึง 1,032 กิโลเมตร (WLTC)
-
Luxury Design: ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้บริหารและกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
ปูพรมสถานีชาร์จ ผนึก “i-Green Plus” มัดใจลูกค้าด้วย Black Card
นอกเหนือจากตัวรถ M18 Mobility ยังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบ โดยล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ บริษัท ไอกรีน พลัส โซลูชั่น จำกัด (iGreen+)
1. ขยายโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure): ร่วมมือกันติดตั้งและขยายจุดชาร์จพลังงานไฟฟ้าความเร็วสูง (DC Charger) ภายในโชว์รูมของ M18 Mobility เพื่อรองรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงแผนการขยายสถานีชาร์จไปยังสถานีน้ำมันบางจาก ในเครือบริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด (มหาชน) ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
2. สิทธิพิเศษเหนือระดับ (Privilege Campaign): M18 Mobility จับมือ iGreen+ เป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวแคมเปญมอบสิทธิพิเศษผ่านบัตร “Black Card” ให้กับลูกค้าที่จองรถ หรือผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมของโชว์รูม โดยมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นสูงสุดเพื่อดึงดูดลูกค้า:
-
No Expire: บัตรไม่มีวันหมดอายุ
-
Universal Use: สามารถนำไป Activate เพื่อใช้บริการดูแลรถยนต์ได้ทันที โดย “ไม่จำกัดยี่ห้อรถ” (ไม่จำเป็นต้องเป็น GAC) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ CRM ที่เปิดกว้างเพื่อสร้าง Brand Engagement กับผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปด้วย
คุณกชกร แข็งขัน ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไอกรีน พลัส โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า ในมุมมองของ ไอกรีน พลัส โซลูชั่น การจับมือร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง M18 ไม่ได้เป็นเพียงการขยายธุรกิจ แต่คือการร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เรามองเห็นว่า EV คือเครื่องมือสำคัญสำหรับการเดินทางในอนาคต ดังนั้นโจทย์ของเราคือการเข้ามาเติมเต็มในส่วนของ ‘โซลูชันการชาร์จ’ ที่ครบวงจร เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า รถยนต์ที่มีเทคโนโลยีสูงจาก GAC จะสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอย่างเพียงพอและได้มาตรฐาน
“หัวใจสำคัญของการบริการของเราไม่ใช่แค่การติดตั้งตู้ชาร์จ แต่คือการพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบบริหารจัดการ (Management System) ที่เราพัฒนาขึ้นเองอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อตอบโจทย์ Pain Points ของผู้ใช้งานจริง ทั้งในเรื่องความรวดเร็วในการชาร์จแบบ DC Fast Charge และความเสถียรของระบบซอฟต์แวร์ เราต้องการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience) เพื่อให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวก และเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกความกังวลของผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV”
“สุดท้ายนี้ เป้าหมายของ ไอกรีน พลัส ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นผู้ให้บริการที่ขยายสาขาได้รวดเร็วที่สุด แต่เรามุ่งมั่นที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ ‘เข้าใจ’ ผู้บริโภคมากที่สุด เราทำงานร่วมกับ M18 ในลักษณะของพันธมิตรที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน โดยเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality Growth) ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการบริการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการขับเคลื่อนชีวิตของลูกค้า จะได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีและทีมงานของเราอย่างดีที่สุดในระยะยาว”
วิเคราะห์ทิศทางตลาดและการเติบโต
นายมาโนช แสดงความมั่นใจว่า GAC ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 GAC มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในตลาด EV ประเทศไทย ด้วยยอดขายมากกว่า 10,000 คัน สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในตลาดยังมีอยู่มาก
การเปิดสาขาสะพานใหม่ที่ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนบน ต่อเนื่องไปยังสาขาธัญบุรี คลอง 2 ที่เชื่อมต่อจังหวัดปทุมธานีและนครนายก คือการวางรากฐานที่มั่นคงของ M18 Mobility ในการยึดหัวหาดพื้นที่ศักยภาพ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
“ด้วยความพร้อมของ M18 Mobility และความแข็งแกร่งในทุกมิติของ GAC Thailand จะช่วยส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างมั่นคง บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างยั่งยืน” นายมาโนช กล่าวทิ้งท้าย
ข้อมูลเพิ่มเติม: สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัส GAC M8 PHEV และรถยนต์รุ่นอื่นๆ หรือต้องการนำรถเข้าตรวจเช็คสภาพ
-
สาขาที่ 2 สะพานใหม่: ถนนพหลโยธิน ติด BTS สายหยุด ทางออก 2 โดยโชว์รูมพร้อมเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 17:30 น. และศูนย์บริการเปิดเวลา 08:00 – 17:00 น. ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร 081-556-6667 โทร. 081-556-6667
-
สาขาที่ 3 ธัญบุรี คลอง 2: เตรียมเปิดให้บริการเดือนธันวาคม 2568
-
Facebook: facebook.com/M18Saphanmai/
#TheReporterAsia #M18Mobility #GACThailand #GACM8 #EVMarket #รถยนต์ไฟฟ้า #ธุรกิจยานยนต์ #iGreenPlus #ลงทุน

