“คนละครึ่งพลัส” โกยยอด 5.4 พันล้าน! รัฐบาลอ้าแขนรับร้านค้าถึง 19 ธ.ค.

“คนละครึ่งพลัส” โกยยอด 5.4 พันล้าน! รัฐบาลอ้าแขนรับร้านค้าถึง 19 ธ.ค.
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 8 นาที

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” กระแสแรงไม่ตก รัฐบาลเผยยอดใช้จ่ายทะลุ 5.4 พันล้านบาท จากร้านค้าที่เข้าร่วมแล้วกว่า 7.8 แสนราย สะท้อนพลังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม “อนุทิน” เดินหน้าเต็มสูบ ประกาศเชิญชวนร้านค้ารายใหม่ทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการผ่าน “ถุงเงิน” หรือ KTB ได้ถึง 19 ธันวาคม 2568 นี้ หวังอัดฉีดเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนอย่างทั่วถึง

TheReporterAsia – นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการเรือธงที่ยังคงสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” (Khon La Khrueng Plus) ที่ล่าสุดยังคงรักษาโมเมนตัมความคึกคักไว้ได้ ทั้งจากฝั่งประชาชนผู้ใช้สิทธิ์และผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

วันนี้ (1 พ.ย. 68) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสำเร็จและทิศทางต่อไปของโครงการ โดยระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังคงมุ่งมั่นผลักดันมาตรการนี้อย่างเต็มกำลัง โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการเป็นเครื่องมือหลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots Economy) และสร้างกลไกการหมุนเวียนรายได้ภายในชุมชนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง

เม็ดเงินสะพัด 5.4 พันล้าน ปลุกพลังการจับจ่ายท้องถิ่น

ตัวเลขที่น่าสนใจซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของ “คนละครึ่งพลัส” ในปัจจุบัน คือยอดการใช้จ่ายสะสมในโครงการที่พุ่งสูงถึงกว่า 5.4 พันล้านบาทแล้ว

นางสาวลลิดา ระบุว่า “ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน สะท้อนถึงพลังการจับจ่ายของประชาชนที่เมื่อผนวกกับแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ”

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากฝั่งผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการตอบรับจากฝั่งผู้ประกอบการ โดยปัจจุบันมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลและเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลนี้แล้วมากกว่า 7.8 แสนรายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญในการรองรับการใช้จ่ายและกระจายรายได้กลับสู่ชุมชน

เปิดรับล็อตใหม่! ขีดเส้นตายร้านค้า 19 ธันวาคม นี้

เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะร้านค้ารายใหม่ที่ยังไม่ได้เข้าร่วม ได้มีโอกาสเข้าถึงกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงได้ประกาศขยายเวลาและเชิญชวนให้ร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้เพิ่มเติม

โดยกำหนดเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า “รัฐบาลขอเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ให้รีบดำเนินการสมัครภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อใช้โอกาสนี้ในการขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย และที่สำคัญคือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

เปิดเงื่อนไข-ช่องทางสมัคร สำหรับร้านค้าที่สนใจ

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสในรอบนี้ รัฐบาลได้กำหนดเงื่อนไขและช่องทางการสมัครที่สะดวกและชัดเจน ดังนี้

คุณสมบัติสำคัญ:

  1. ต้องเป็นร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีของรัฐ (เช่น มีการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  2. ต้องเป็นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เข้าข่ายตามเงื่อนไขของโครงการ

ประเภทกิจการที่เข้าร่วมได้ (ตัวอย่าง):

  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
  • ร้านค้าทั่วไป (โชห่วย)
  • ร้านตัดผม หรือร้านเสริมสวย
  • ร้านนวดแผนไทย หรือสปา
  • ร้านซักรีด
  • และกิจการบริการอื่นๆ ที่เข้าเกณฑ์

ช่องทางการสมัคร (เลือก 1 ช่องทาง):

  1. แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”: สำหรับผู้ประกอบการที่มีสมาร์ทโฟน สามารถดาวน์โหลดและลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” ได้ทันที
  2. ธนาคารกรุงไทย (KTB): สามารถติดต่อสมัครด้วยตนเองได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

การเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

#คนละครึ่งพลัส #เศรษฐกิจฐานราก #กระตุ้นเศรษฐกิจ #ร้านค้า #ถุงเงิน #อนุทินชาญวีรกูล #รัฐบาล #TheReporterAsia #ข่าวเศรษฐกิจ

Related Posts