“คนละครึ่งพลัส” โกยยอด 5.4 พันล้าน! รัฐบาลอ้าแขนรับร้านค้าถึง 19 ธ.ค.

“คนละครึ่งพลัส” โกยยอด 5.4 พันล้าน! รัฐบาลอ้าแขนรับร้านค้าถึง 19 ธ.ค.

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” กระแสแรงไม่ตก รัฐบาลเผยยอดใช้จ่ายทะลุ 5.4 พันล้านบาท จากร้านค้าที่เข้าร่วมแล้วกว่า 7.8 แสนราย สะท้อนพลังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม “อนุทิน” เดินหน้าเต็มสูบ ประกาศเชิญชวนร้านค้ารายใหม่ทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการผ่าน “ถุงเงิน” หรือ KTB ได้ถึง 19 ธันวาคม 2568 นี้ หวังอัดฉีดเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนอย่างทั่วถึง

TheReporterAsia – นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการเรือธงที่ยังคงสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” (Khon La Khrueng Plus) ที่ล่าสุดยังคงรักษาโมเมนตัมความคึกคักไว้ได้ ทั้งจากฝั่งประชาชนผู้ใช้สิทธิ์และผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

วันนี้ (1 พ.ย. 68) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสำเร็จและทิศทางต่อไปของโครงการ โดยระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังคงมุ่งมั่นผลักดันมาตรการนี้อย่างเต็มกำลัง โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการเป็นเครื่องมือหลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots Economy) และสร้างกลไกการหมุนเวียนรายได้ภายในชุมชนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง

เม็ดเงินสะพัด 5.4 พันล้าน ปลุกพลังการจับจ่ายท้องถิ่น

ตัวเลขที่น่าสนใจซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของ “คนละครึ่งพลัส” ในปัจจุบัน คือยอดการใช้จ่ายสะสมในโครงการที่พุ่งสูงถึงกว่า 5.4 พันล้านบาทแล้ว

นางสาวลลิดา ระบุว่า “ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน สะท้อนถึงพลังการจับจ่ายของประชาชนที่เมื่อผนวกกับแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ”

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากฝั่งผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการตอบรับจากฝั่งผู้ประกอบการ โดยปัจจุบันมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลและเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลนี้แล้วมากกว่า 7.8 แสนรายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญในการรองรับการใช้จ่ายและกระจายรายได้กลับสู่ชุมชน

เปิดรับล็อตใหม่! ขีดเส้นตายร้านค้า 19 ธันวาคม นี้

เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะร้านค้ารายใหม่ที่ยังไม่ได้เข้าร่วม ได้มีโอกาสเข้าถึงกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงได้ประกาศขยายเวลาและเชิญชวนให้ร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้เพิ่มเติม

โดยกำหนดเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า “รัฐบาลขอเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ให้รีบดำเนินการสมัครภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อใช้โอกาสนี้ในการขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย และที่สำคัญคือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

เปิดเงื่อนไข-ช่องทางสมัคร สำหรับร้านค้าที่สนใจ

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสในรอบนี้ รัฐบาลได้กำหนดเงื่อนไขและช่องทางการสมัครที่สะดวกและชัดเจน ดังนี้

คุณสมบัติสำคัญ:

  1. ต้องเป็นร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีของรัฐ (เช่น มีการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  2. ต้องเป็นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่เข้าข่ายตามเงื่อนไขของโครงการ

ประเภทกิจการที่เข้าร่วมได้ (ตัวอย่าง):

  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
  • ร้านค้าทั่วไป (โชห่วย)
  • ร้านตัดผม หรือร้านเสริมสวย
  • ร้านนวดแผนไทย หรือสปา
  • ร้านซักรีด
  • และกิจการบริการอื่นๆ ที่เข้าเกณฑ์

ช่องทางการสมัคร (เลือก 1 ช่องทาง):

  1. แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”: สำหรับผู้ประกอบการที่มีสมาร์ทโฟน สามารถดาวน์โหลดและลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” ได้ทันที
  2. ธนาคารกรุงไทย (KTB): สามารถติดต่อสมัครด้วยตนเองได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

การเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

#คนละครึ่งพลัส #เศรษฐกิจฐานราก #กระตุ้นเศรษฐกิจ #ร้านค้า #ถุงเงิน #อนุทินชาญวีรกูล #รัฐบาล #TheReporterAsia #ข่าวเศรษฐกิจ

Related Posts