AIS ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ จับมือ “Singtel Group” ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมระดับภูมิภาค เปิดประตูเชื่อมโอกาสไร้ขีดจำกัดให้ผู้ประกอบการไทย ผ่านเวที “Innov8Sparks Regional Workshop 2025” ตอกย้ำวิสัยทัศน์ใหม่ จากผู้ให้บริการเครือข่าย สู่ “ผู้เชื่อมโยงตลาด” หนุน SMEs และสตาร์ทอัพเทคฯ ไทย ทะยานสู่ตลาดโลกที่มีฐานผู้ใช้กว่า 780 ล้านคน
ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังขับเคลื่อนโลก การขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลกถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และกลุ่มสตาร์ทอัพ ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม การก้าวข้ามพรมแดนไม่ใช่เรื่องง่าย
ล่าสุด AIS ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลชั้นนำของไทย ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ด้วยการประกาศผนึกกำลังกับ Singtel Group เครือข่ายโทรคมนาคมระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย สู่ตลาดระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นผ่านงาน “Innov8Sparks Regional Workshop 2025” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Infinite Opportunity Beyond Frontier” งานนี้ไม่เพียงเป็นเวิร์กช็อปธรรมดา แต่คือการประกาศภารกิจใหม่ของ AIS Infinite SMEs ที่ต้องการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ Startup และ SMEs ไทยให้แข็งแกร่ง
จุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองที่สุดคือการที่ AIS กำลัง “ทรานส์ฟอร์ม” บทบาทของตัวเอง จากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอัจฉริยะ” (Cognitive Tech-Co) ไปสู่การเป็น “ผู้เชื่อมโยงตลาดระดับภูมิภาค” (Regional Market Connector) อย่างเต็มตัว
ไขโจทย์ท้าทาย: 90% SMEs ไทย อยากโกอินเตอร์ แต่ขาด “ประตู”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ประกอบการไทยมีความฝันที่จะนำสินค้าและบริการของตนไปสู่เวทีโลก แต่ความจริงกลับเต็มไปด้วยอุปสรรค
ดร.ศรีหทัย พราหมณี ผู้จัดการโครงการ AIS Infinite SMEs ได้ฉายภาพความท้าทายนี้ไว้อย่างชัดเจน โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผลวิจัยในอุตสาหกรรมการเงิน ที่ชี้ว่า “ธุรกิจไทยกว่า 90% มีความสนใจที่จะขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ”
แต่ความสนใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะพวกเขาต้องเผชิญกับ “ความท้าทายมากมาย” และหนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือ “การเข้าถึงตลาด” (Market Access)
นี่คือ “Pain Point” สำคัญที่ AIS ต้องการเข้ามาแก้ไข ผ่านกลยุทธ์ “3 เชื่อม” อันประกอบไปด้วย ‘เชื่อมตลาด – เชื่อมเทคโนโลยี – เชื่อมพันธมิตร’ โดยการร่วมมือกับ Singtel Group ในครั้งนี้ คือการเดินหน้ากลยุทธ์ “เชื่อมตลาด” อย่างเต็มกำลัง
AIS กำลังใช้จุดแข็งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการมีเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกที่แข็งแกร่งอย่าง Singtel Group ซึ่งมีฐานผู้ใช้มหาศาลกว่า 780 ล้านเลขหมายทั่วโลก เพื่อสร้างสะพานแห่งโอกาส (Bridge of Opportunity) ให้กับผู้ประกอบการไทย
ดร.ศรีหทัย กล่าวว่า นี่คือ “กลยุทธ์ร่วมกันในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับ SMEs ไทย ทั้งด้านตลาดและการลงทุน ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญที่ล้ำค่ายิ่ง”

พลังแห่งพันธมิตร: “Singtel Group” ประตูสู่โอกาสและเงินทุน
การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่ได้มีเพียง AIS และ Singtel เท่านั้น แต่เป็นการรวมพลังของเครือข่ายการลงทุนในเครือทั้งหมด เพื่อสร้างโอกาสไร้พรมแดนให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง พันธมิตรหลักที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ประกอบด้วย:
- Singtel Innov8 Ventures: หน่วยงานที่ดูแลการลงทุนทั่วโลกของกลุ่ม
- Telkomsel Ventures: หน่วยลงทุนจากอินโดนีเซีย
- Globe-Kickstart Ventures: หน่วยลงทุนจากฟิลิปปินส์
การปรากฏตัวของผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรเหล่านี้ในงาน Innov8Sparks Regional Workshop 2025 ไม่ใช่แค่การมาแลกเปลี่ยนมุมมอง แต่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่า พวกเขากำลังมองหา SMEs และสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยี (Tech Startups) ที่มีศักยภาพจากประเทศไทย เพื่อ “เชื่อมต่อกับนักลงทุนระดับภูมิภาค”
นี่คือการตัดทางลัดครั้งใหญ่ จากเดิมที่สตาร์ทอัพไทยต้องดิ้นรนหาทางนำเสนอผลงาน (Pitching) กับนักลงทุนต่างชาติด้วยตัวเอง วันนี้ AIS ได้ยกทัพนักลงทุนตัวจริงมาไว้ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
“Innov8Sparks” เวทีปั้น SMEs ไทย สู่สายตานักลงทุน
งาน “Innov8Sparks Regional Workshop 2025” ไม่ได้เป็นเพียงงานสัมมนา แต่เป็น “การรวมตัวครั้งสำคัญ” ของผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระดับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อ “สร้างระบบนิเวศแบบเติบโตร่วมกัน” (Shared Growth Ecosystem)
ภายในงานได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยจากหลากหลายระดับได้เข้าร่วม สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ AIS ในการดูแลผู้ประกอบการในทุกช่วงการเติบโต:
- SMEs ที่แข็งแกร่ง (Established SMEs): กลุ่มที่ใช้โครงข่ายอัจฉริยะของ AIS อยู่แล้ว เช่น Buzzebee และ Ztrus การเข้าร่วมครั้งนี้คือการต่อยอดทางธุรกิจ (Beyond Connectivity) ที่ AIS มอบให้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าองค์กรของตนเติบโตไปอีกขั้น
- SMEs ที่เพิ่งเริ่มต้น (Early-Stage SMEs): กลุ่มธุรกิจใหม่ที่กำลังมองหาโอกาสในการขยายตลาดและต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- กลุ่มคนรุ่นใหม่ (New Generation): ผู้ชนะจากโครงการ JUMPTHAILAND Hackathon ปี 2024 และ 2025 ซึ่งสะท้อนการเชื่อมโยงโครงการเฟ้นหานวัตกรเข้าสู่เส้นทางธุรกิจจริง
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วย “การเชื่อมโยงและต่อยอดโอกาส” ผู้ประกอบการไทยเหล่านี้ได้มีโอกาส “นำเสนอผลงาน” (Pitching) และ “เข้าร่วมเวิร์กช็อปกับผู้บริหารองค์กรระดับภูมิภาค” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ
วิสัยทัศน์ AIS: สู่ “ศูนย์กลางแห่งโอกาสระดับภูมิภาค”
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ AIS ในการเป็น “Hub of Regional Opportunities” หรือ “ผู้ขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจระดับภูมิภาค”
Innov8Sparks Regional Workshop 2025 จึงไม่ใช่แค่เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่เป็น “จุดเริ่มต้นของการเปิดเส้นทางแห่งโอกาสใหม่ๆ” ที่จะช่วยให้ SMEs ไทยสามารถก้าวสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
ในขณะที่ AIS เดินหน้าสู่การเป็น “องค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ” หรือ Cognitive Tech-Co ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุด ทั้ง 5G ที่มีคลื่นมากที่สุด 1460 MHz ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 และบริการลูกค้าองค์กร การเคลื่อนไหวในครั้งนี้คือการนำสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งเหล่านั้น มาสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับระบบเศรษฐกิจไทย
การเปิดประตูให้ SMEs ไทยเข้าถึงตลาด 780 ล้านคน ไม่เพียงแต่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทย แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสไร้พรมแดนให้กับภาคเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัลต่อไป และเป็นการตอกย้ำว่า AIS ไม่ได้มุ่งมั่นแค่การเป็นที่หนึ่งในไทย แต่กำลังก้าวสู่การเป็น “ผู้เล่นสำคัญ” ในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
#AIS #SingtelGroup #AISInfiniteSMEs #Innov8Sparks2025 #SMEsไทย #สตาร์ทอัพ #GoRegional #DigitalEconomy #CognitiveTechCo #JUMPTHAILAND #Buzzebee #Ztrus #โอกาสSMEs #เศรษฐกิจไทย

