Zoom ปักหมุดหมายใหม่! จากแอปประชุมสู่แพลตฟอร์มทำงาน “AI-First”

Zoom ปักหมุดหมายใหม่! จากแอปประชุมสู่แพลตฟอร์มทำงาน “AI-First”

Zoom ประกาศยกระดับสู่ “AI-first open platform” ตอกย้ำไทยเป็นตลาดสำคัญ ทุ่มทรัพยากรเต็มสูบ! เปิดตัว “AI Companion” ฟรีสำหรับลูกค้าที่ใช้ License อยู่แล้ว ชูจุดเด่นครอบคลุมทั้ง Meeting, Chat, Email, และโทรศัพท์ (Zoom Phone) พร้อมฟีเจอร์ล้ำหน้า Revenue Accelerator ดัน SME ไทยแข่งแกร่ง ชี้ AI ไม่ได้แทนที่คน แต่คือ “ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ” ที่เพิ่มประสิทธิภาพพนักงานได้ถึง 10% ตอบโจทย์ Hybrid Work และ Frontline Workers

ในการบรรยายสรุปพิเศษสำหรับสื่อมวลชน (Small Group Media Briefing) เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมี คุณ Lucas Lu (Head of Asia), คุณ Min Srikallayanivat (Solutions Engineer), และ คุณ Sheena Sacdalan (Solutions Engineer Lead) จาก Zoom เป็นผู้ให้ข้อมูลและสาธิตเทคโนโลยี ได้มีการประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญของ Zoom ที่กำลังเปลี่ยนผ่านตัวเองจากเพียงแค่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์ (Meeting Platform) ไปสู่ “AI-first open work platform” หรือแพลตฟอร์มการทำงานแบบเปิดที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์เป็นอันดับแรกอย่างสมบูรณ์

คุณ Lucas Lu Head of Asia ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยคือตลาดสำคัญ (key market) สำหรับ Zoom Asia และได้มีการจัดสรรทรัพยากรเฉพาะทาง (dedicated resources) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise) และลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับประสบการณ์พนักงาน (Employee Experience – EX) และประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience – CX)

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้คือ AI Companion ซึ่งเป็นบริการอัจฉริยะที่ถูกผนวกเข้ากับทุกโซลูชันของ Zoom และข่าวดีที่สร้างความน่าสนใจในเชิงเศรษฐกิจและธุรกิจอย่างยิ่งคือ AI Companion นี้มา “ฟรี” สำหรับลูกค้าที่มีไลเซนส์ Zoom Meeting อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากบริการหลัก

ฟีเจอร์ AI Companion: ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำงานได้ครบวงจร!

การสาธิตสด (Live Demo) ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ AI Companion ที่ครอบคลุมทุกมิติของการทำงานในองค์กร ดังนี้:

1. AI ใน Zoom Meeting และการรองรับภาษาไทย

  • Meeting Summary (สรุปการประชุม): AI จะทำการสรุปเนื้อหาการประชุมทั้งหมดโดยอัตโนมัติ พร้อมรองรับภาษาไทย ทั้งการสร้าง Transcript และ Summary

  • Customization และ Smart Chapter: ผู้ใช้สามารถกำหนด Template การสรุปเองได้ เช่น สรุปเป็นวาระ (Agenda) หรือประเด็นสำคัญ (Key Point) นอกจากนี้ ระบบจะแบ่งบันทึกการประชุมออกเป็นบท (Smart Chapter) โดยอัตโนมัติ

  • Live Summary และ Meeting Coach: AI สรุปการประชุมให้แบบ เรียลไทม์ (Real-time) ขณะที่การประชุมดำเนินอยู่ และ Meeting Coach จะตรวจสอบรายละเอียดการพูด เช่น ความเร็วในการพูด

2. Zoom Chat, Email, และ Calendar

  • สรุปและร่างข้อความ: ทั้งใน Zoom Chat และ Zoom Email, AI สามารถ สรุปเธรดการสนทนาที่ยาว และ ร่างข้อความตอบกลับ (Draft message) ให้ผู้ใช้ได้ทันที

  • Open Platform: Zoom Email และ Calendar เป็นบริการของ Zoom เอง แต่สามารถทำงานร่วมกับ Third Party ได้อย่างราบรื่น เน้นย้ำความเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิด

3. พลิกโฉมการสื่อสารด้วย Zoom Phone (Cloud PBX)

Zoom Phone คือระบบโทรศัพท์บน Cloud แบบ Hardless ที่มาพร้อม AI และความยืดหยุ่นสูง:

  • เบอร์ 02 ไทย: องค์กรสามารถซื้อเบอร์โทรศัพท์ 02 ใหม่กับ Zoom ได้โดยตรง

  • Local Call ทั่วโลก: ผู้ใช้สามารถเลือก Caller ID เป็นเบอร์ไทย (02) หรือเบอร์ต่างประเทศได้ แม้จะโทรออกขณะอยู่ต่างประเทศ และจะถูกคิดค่าบริการเป็น Local Call หากปลายทางอยู่ในประเทศที่เลือก Caller ID นั้น

  • AI สรุปบทสนทนาและ Next Step: AI จะ สรุปบทสนทนาโทรศัพท์ (แม้เป็นภาษาไทย) พร้อมระบุ Next Step ที่ต้องทำ โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องกดบันทึก (Recording)

  • จัดเก็บ Recording ไม่จำกัด: การบันทึกบทสนทนาถูกจัดเก็บไม่จำกัดตลอดอายุสัญญา

4. Revenue Accelerator: AI สำหรับงานขายและการบริการ

Revenue Accelerator เป็นแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้:

  • ติดตาม Conversation ข้ามแพลตฟอร์ม: สามารถติดตามบทสนทนาจาก Zoom Meeting, Zoom Phone, Email, และแม้แต่ Third Party (เช่น Microsoft Teams, Google Meeting)

  • AI Coaching ที่ “ไม่ลำเอียง”: AI จะวิเคราะห์และให้ Coaching/ประเมินผลการสนทนาของพนักงานขาย (Sales Agent) ตาม Playbook ที่องค์กรกำหนดไว้

  • Analytics และ Monitoring: หัวหน้างานสามารถใส่คีย์เวิร์ดเพื่อ มอนิเตอร์ ว่าลูกทีมคนใดมีการพูดถึงคีย์เวิร์ดสำคัญในการสนทนากับลูกค้าบ้าง ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง

AI-First

กลยุทธ์และการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย

1. การรองรับ Hybrid Work และ Frontline Workers

Zoom ชี้ว่าแม้หลายองค์กรจะกลับเข้าออฟฟิศ แต่ความยืดหยุ่นของ Hybrid Work ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เทคโนโลยีของ Zoom ถูกออกแบบให้ทำงานได้อย่างเสถียรแม้ในสภาพแวดล้อมที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตตกไปถึง 40%.

นอกจากนี้ Zoom ยังให้ความสำคัญกับ Frontline Workers (เช่น ภาคอาหาร, เกษตรกรรม, Supply Chain) ซึ่งคิดเป็น 80% ของแรงงานทั่วโลก ที่ทำงานนอกออฟฟิศ โดยมีโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

2. AI กับการประชุม Face-to-Face

AI Companion ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การประชุมออนไลน์เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ในการ ประชุมแบบ Face-to-Face (Physical Meeting) ได้ด้วย ผู้ใช้เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชัน Zoom ระหว่างการสนทนาแบบตัวต่อตัว และระบบจะทำการบันทึก Transcript และส่ง Meeting Summary ให้ในภายหลัง

3. การพลิกเกมต้นทุนและ Productivity ด้วย Zoom Phone

คุณ Lucas Lu ให้มุมมองเชิงเศรษฐกิจที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในระบบโทรศัพท์:

  • ระบบดั้งเดิม (Traditional): มีการลงทุนฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ล่วงหน้า (Sun Cost), มีค่าเสื่อมราคา, และใช้เวลาติดตั้งนาน (3-6 เดือน) ทำให้เกิดการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ (Productivity Cost) และไม่สามารถรองรับ AI ได้

  • Zoom Phone (Cloud-based): เป็น Cloud Base ทำให้ ปรับเปลี่ยนขนาด (เพิ่ม/ลด User) ได้รวดเร็ว และมาพร้อม AI ที่ช่วย เพิ่ม Productivity (เช่น AI เขียนรายงาน) ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

4. เพิ่มศักยภาพ SME ไทยให้แข่งขันได้ด้วย Comprehensive Platform

ข้อมูลระบุว่า องค์กรไทยเพียง 17% เท่านั้นที่ใช้ AI แต่มีมากถึง 73% ที่กำลังมองหาเทคโนโลยี AI Zoom จึงเข้ามาตอบโจทย์นี้ด้วยการนำเสนอ “Comprehensive Platform” ที่รวม AI Companion ไว้ครอบคลุมทุกการทำงาน เพื่อช่วยให้ SME สามารถเริ่มต้นใช้งาน AI ได้ง่ายขึ้น โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก:

  • Productivity: เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร

  • Collaboration: เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและความร่วมมือ

  • Market Expansion: ขยายตลาดใหม่ๆ ผ่านเครื่องมือ เช่น Events และ Webinar

5. AI ไม่ได้แทนที่คน แต่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพ (Productivity Uplift)

คุณ Lucas Lu ได้ให้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า เป้าหมายของ AI ไม่ใช่การแทนที่พนักงาน (Replacing jobs) แต่คือการ ยกระดับประสิทธิภาพ (Productivity) ของพนักงานที่มีอยู่

  • ลดความกดดันใน Contact Center: ในอุตสาหกรรมที่มีอัตราการลาออกสูง (High Attrition) อย่าง Contact Center, AI ช่วยลดความกดดันของ Agent ด้วยการสรุปข้อมูล ทำให้ Agent สามารถให้ประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น

  • การเพิ่ม Productivity 10% อาจหมายความว่าองค์กรไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานคนที่ 11 ในขณะที่ทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะหายากและมีราคาสูง

อุปมาอุปไมยเพื่อความเข้าใจ: Zoom ในวันนี้ไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือที่ใช้โทรออก แต่เป็น “ชุดทำงานอัจฉริยะแบบพกพา” ที่รวมโทรศัพท์ (Zoom Phone), อีเมล, ปฏิทิน, ห้องประชุม, และผู้ช่วยส่วนตัว (AI Companion) ไว้ในกระเป๋าเดียว ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ทำงานบนแพลตฟอร์มใด ผู้ช่วย AI นี้ก็พร้อมที่จะสรุป, ร่าง, วิเคราะห์, และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้คุณได้ทันที ต่างจากระบบแบบดั้งเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือเฉพาะกิจที่ขาดการเชื่อมโยงกัน

#ZoomAI #AICompanion #ZoomPhone #HybridWork #ZoomThailand #AIforSME #Productivity #DigitalTransformation #RevenueAccelerator #CloudPBX

Related Posts