JAS ทุ่ม 4 พันล้าน ยึดพรีเมียร์ลีกเวียดนาม ผนึก FPT-MONO ปั้นฐาน 35 ล้านบัญชี

JAS ทุ่ม 4 พันล้าน ยึดพรีเมียร์ลีกเวียดนาม ผนึก FPT-MONO ปั้นฐาน 35 ล้านบัญชี

ในความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของวงการสื่อสารโทรคมนาคมและคอนเทนต์ระดับภูมิภาค บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ประกาศก้าวย่างสำคัญในการรุกตลาดต่างประเทศ ด้วยการทุ่มงบประมาณรวมกว่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,000 ล้านบาท คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในประเทศเวียดนามแต่เพียงผู้เดียว พร้อมดึงพันธมิตรยักษ์ใหญ่เวียดนามอย่าง FPT Telecom และบริษัทในเครือเดียวกันอย่าง MONO Streaming เข้ามาวางระบบ หวังดันธุรกิจคอนเทนต์ขึ้นเป็น “Flagship” ใหม่ขององค์กร

กรุงเทพฯ – จากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 12/2568 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา JAS ได้สร้างความฮือฮาให้กับตลาดทุนด้วยการอนุมัติให้บริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่คือ Jasmine International (Hong Kong) Limited (“JAS HK”) เข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ครั้งสำคัญ นั่นคือการคว้าสิทธิในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (Premier League) ในประเทศเวียดนาม จาก The Football Association Premier League Limited (FAPL)

เจาะลึกดีลยักษ์: การเดิมพันครั้งใหม่ของ JAS ในสมรภูมิเวียดนาม

สัญญาฉบับนี้ครอบคลุมระยะเวลาทั้งสิ้น 5 ฤดูกาลครึ่ง โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะครอบคลุมช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2025/26 ไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2030/31 มูลค่ารวมของสัญญาอยู่ที่ 110,000,010 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,519,670,320 บาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 31.997 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

การได้มาซึ่งสิทธินี้เป็นสิทธิแบบ Exclusive Right หรือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในประเทศเวียดนาม ครอบคลุมการถ่ายทอดสดภาพและเสียงผ่านช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่:

  • อินเทอร์เน็ตทีวี (Internet TV)

  • ดิจิทัลทีวี (Digital TV)

  • โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (Satellite Direct-to-Home: DTH)

  • โทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล (Digital Terrestrial Television: DTT)

  • เคเบิลทีวี (Cable TV) และ ไอพีทีวี (IPTV)

  • บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT Delivery)

  • รวมถึงสิทธิในชุดวิดีโอสั้น (Clips package)

ยุทธศาสตร์ผนึกกำลัง: จับมือ FPT Telecom เจ้าถิ่นเวียดนาม

กุญแจสำคัญของดีลนี้ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อลิขสิทธิ์ แต่คือการ “กระจาย” คอนเทนต์ไปสู่ผู้ชม การที่ JAS เป็นบริษัทไทยแต่ข้ามไปทำธุรกิจในเวียดนาม จำเป็นต้องมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ซึ่ง JAS ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท เอฟพีที เทเลคอม จำกัด (FPT Telecom) หรือ “FPT”

  • ศักยภาพของพันธมิตร: FPT เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ในเครือ FPT Corporation ของเวียดนาม

  • แพลตฟอร์ม FPT Play: การถ่ายทอดสดจะดำเนินการผ่านแพลตฟอร์ม “FPT Play” ซึ่งปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานมหาศาลกว่า 35 ล้านบัญชี

  • เป้าหมายการเติบโต: FPT คาดการณ์ว่าการมีพรีเมียร์ลีกจะช่วยดึงดูดสมาชิกใหม่ได้กว่า 1.5 ล้านบัญชีในปีแรก

ความร่วมมือนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจของบริษัทฯ สู่ตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูงอย่างเวียดนาม และจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

ดึง “MONO” วางระบบ: ธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกันเพื่อความชัวร์

เพื่อให้การถ่ายทอดสดเป็นไปอย่างราบรื่นและมีมาตรฐานระดับโลก JAS HK เตรียมเข้าทำสัญญาจ้าง บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด (MONO Streaming) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. โมโน เน็กซ์ (MONO) ให้เป็นที่ปรึกษาและผู้ให้บริการวางระบบ

ทำไมต้อง MONO?

แม้จะเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียวกันคือ นายพิชญ์ โพธารามิก (ถือหุ้น JAS 50.89% และ MONO 56.29%) แต่คณะกรรมการมองว่า MONO มีความเชี่ยวชาญจากแพลตฟอร์ม MONOMAX และมีประสบการณ์ในธุรกิจคอนเทนต์มาอย่างยาวนาน

  • มูลค่าสัญญาจ้าง: ประมาณ 15,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 479,955,000 บาท ตลอดอายุสัญญา 5 ปีครึ่ง

  • ขอบเขตงาน: ครอบคลุมงานเทคนิคการออกอากาศ, กลยุทธ์การตลาด, การดูแลการผลิตสื่อให้ได้ตามมาตรฐานพรีเมียร์ลีก, พัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลสมาชิก และเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์กับผู้ให้บริการในเวียดนาม

  • เหตุผลทางธุรกิจ: เพื่อลดความเสี่ยงด้านเทคนิค และอาศัยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่ MONO มีอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องลงทุนสร้างระบบใหม่ทั้งหมดซึ่งอาจล่าช้าและต้นทุนสูง

โครงสร้างทางการเงินและผลกระทบต่อบริษัท

เมื่อรวมมูลค่าของทั้งสองรายการ (ค่าลิขสิทธิ์ + ค่าจ้างวางระบบ) และรายการอื่น ๆ ในรอบ 6 เดือน ขนาดรายการรวมคิดเป็นร้อยละ 33.56 ซึ่งเข้าข่ายรายการประเภทที่ 2 ที่ต้องแจ้งตลาดหลักทรัพย์และผู้ถือหุ้น

  • แหล่งเงินทุน: JAS HK จะใช้กระแสเงินสดของบริษัทฯ ซึ่ง ณ ไตรมาส 3/2568 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 719.54 ล้านบาท รวมถึงรายได้ค่าสิทธิและส่วนแบ่งรายได้ที่จะได้รับจาก FPT ในอนาคต

  • การชำระเงิน: ค่าลิขสิทธิ์จะแบ่งชำระเป็นรายปี ปีละ 22,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ส่วนครึ่งฤดูกาลแรกชำระ 10 ล้านดอลลาร์)

ความเห็นของคณะกรรมการ: มุ่งสู่ Content Provider ระดับภูมิภาค

คณะกรรมการบริษัทJAS ให้ความเห็นว่า การลงทุนครั้งนี้มีความสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัทฯ อย่างยิ่ง โดยระบุเหตุผลสำคัญไว้ดังนี้:

  1. การปรับทิศทางธุรกิจ: เป็นการผลักดันให้ธุรกิจ “สื่อและคอนเทนต์” (Media and Content) ก้าวขึ้นมาเป็น เรือธง (Flagship) ของกลุ่มบริษัทฯ

  2. การขยายฐานลูกค้า: เพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเครือข่ายพันธมิตรในระดับอาเซียน สร้างการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) ในตลาดต่างประเทศ

  3. ความคุ้มค่า: การร่วมมือกับ MONO เป็นการทำรายการบนพื้นฐาน Arm’s Length Basis หรือราคาตลาดที่ยุติธรรม และช่วยสร้าง Synergy ภายในกลุ่มธุรกิจของนายพิชญ์ โพธารามิก

“ธุรกรรมนี้จะแสดงศักยภาพของกลุ่มบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ รวมทั้งเปิดโอกาสให้สามารถต่อยอดและขยายธุรกิจหลักไปยังประเทศเวียดนามได้อีกด้วย”

Timeline และสิ่งที่ผู้ถือหุ้นต้องจับตา

เพื่อให้ดีลนี้สำเร็จสมบูรณ์ JASจะต้องผ่านด่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น เนื่องจากการจ้าง MONO เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันที่มีขนาดรายการสูง

  • 24 ธันวาคม 2568: วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record Date)

  • 6 กุมภาพันธ์ 2569: วันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) เพื่อพิจารณาอนุมัติรายการ

  • 1 มกราคม 2569: เริ่มต้นสัญญาการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ

บริษัทฯ ได้แต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เพื่อให้ความเห็นประกอบการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น โดยมติต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง (ไม่นับส่วนของผู้มีส่วนได้เสีย)

บทสรุป: ก้าวที่กล้าของJAS

การขยับตัวของJAS ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อมาขายไปของลิขสิทธิ์กีฬา แต่เป็นการประกาศตัวตนใหม่ในฐานะผู้เล่นระดับภูมิภาค (Regional Player) โดยใช้เวียดนามเป็นฐานที่มั่นใหม่ การผนึกกำลังสามประสานระหว่าง JAS (เจ้าของลิขสิทธิ์) – FPT (เจ้าของแพลตฟอร์มเวียดนาม) – MONO (ผู้เชี่ยวชาญระบบ) ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจและใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่การบริหารจัดการรายได้ให้คุ้มกับเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 4 พันล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน แต่หากทำสำเร็จตามเป้าหมาย นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้JAS กลับมาผงาดในฐานะหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่น่าจับตามองอีกครั้งในปี 2569

#JAS #JasmineInternational #พรีเมียร์ลีก #EPL #Vietnam #FPTTelecom #MONO #หุ้นไทย #เศรษฐกิจ #การลงทุน #PremierLeagueVietnam #MONONext

Related Posts