กรุงศรี โชว์ผลสำรวจดัชนีทักษะทางการเงินคนไทยพุ่งแตะ 71.4% สูงกว่ามาตรฐานโลก ชูแนวคิด “จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยั่งยืนคือการเงินที่มั่นคง” พร้อมเปิดอินไซต์พฤติกรรม 4 เจนเนอเรชัน และโซลูชันอัจฉริยะช่วยวางแผนอนาคต
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยความสำเร็จครั้งสำคัญในการผลักดันสังคมไทยสู่ความยั่งยืนผ่านแคมเปญ “GO Sustainable with krungsri” โดยระบุว่าพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันมีความตื่นตัวเรื่องความรู้ทางการเงินอย่างเด่นชัด จากผลสำรวจล่าสุดพบว่าทักษะทางการเงินของคนไทยปรับตัวสูงขึ้นถึงระดับ 71.4% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มตระหนักแล้วว่าความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องสิ่งแวดล้อมหรือการปลูกป่าเท่านั้น แต่รากฐานที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน คือการมีพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแรงและมั่นคงเป็นอันดับแรก
การยกระดับทักษะทางการเงินในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวนอกจากจะเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่เคยอยู่ที่ 67.4% แล้ว ยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ซึ่งอยู่ที่ 60.5% อีกด้วย โดยดัชนีที่ปรับตัวสูงขึ้นนี้ครอบคลุมทั้งในด้านความรู้ทางการเงินที่คนไทยเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยและความเสี่ยงมากขึ้น ด้านพฤติกรรมที่มีวินัยในการจัดสรรงบประมาณและการออมที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงด้านทัศนคติทางการเงินที่ยังคงรักษาระดับความสำคัญไว้ได้สูงถึง 76.8% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างมากในระดับสากล
คุณมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กรของกรุงศรี ย้ำว่าความยั่งยืนคือการเปลี่ยนแปลงและลงมือทำทันทีโดยเริ่มจากภายในองค์กรก่อนจะขยายผลสู่สังคม ธนาคารมุ่งสร้าง “Sustainability DNA” ให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงานเพื่อให้เป็นต้นแบบที่มีวินัยและเชี่ยวชาญในการจัดการเงิน ก่อนจะส่งมอบความรู้และโซลูชันนี้ไปยังลูกค้าและสาธารณชน ภายใต้ความเชื่อที่ว่าเมื่อแต่ละบุคคลมีความมั่นคงทางการเงินแล้ว ก็จะสามารถก้าวไปสู่การมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของกรุงศรีในการเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างความรู้และการปฏิบัติจริง
เจาะลึกพฤติกรรม 4 เจเนอเรชัน โจทย์ชีวิตที่ต่างกันบนเส้นทางความมั่งคั่ง
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของทีม Customer Insight พบว่าคนแต่ละช่วงวัยมีเป้าหมายและวิธีจัดการเงินที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z หรือวัยเริ่มทำงานที่มีความเข้าใจในความไม่แน่นอนของชีวิตจากวิกฤตโควิด คนกลุ่มนี้จึงเริ่มวางแผนการเงินเร็วกว่ารุ่นอื่นและมองหาความมั่งคั่งในรูปแบบใหม่ที่เน้นสมดุล Work-Life-Balance เป็นหลัก มีรายงานว่ากว่า 38% ของ Gen Z มีรายได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง และให้ความสำคัญกับการออมเงินสำรองฉุกเฉินควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะตนเองและวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย
ในขณะที่กลุ่ม Gen Y หรือวัยสร้างครอบครัว กลายเป็น “ความหวังของบ้าน” ที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบรอบด้าน คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างทรัพย์สิน เช่น บ้านและรถยนต์ โดยตั้งเป้าหมายว่าควรมีบ้านเป็นของตนเองตั้งแต่อายุ 31 ปี สิ่งที่น่าสนใจคือ Gen Y มีความคาดหวังเรื่องเงินใช้หลังเกษียณสูงที่สุดในทุกช่วงวัย โดยต้องการเงินเฉลี่ยถึง 35,000 บาทต่อเดือน ทำให้พวกเขาเริ่มมองหาการลงทุนที่ปลอดภัยเพื่อรักษาเงินต้น และเน้นการสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวผ่านผลิตภัณฑ์ประกันประเภทต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต
สำหรับกลุ่ม Gen X และ Baby Boomer นั้น มีความกระตือรือร้นในการเตรียมความพร้อมช่วงท้ายของชีวิตการทำงานอย่างมาก โดย Gen X มุ่งเน้นไปที่การปลดภาระหนี้สินและสร้าง Passive Income เพื่อรองรับการเกษียณที่อายุเฉลี่ย 59 ปี ซึ่งส่วนใหญ่มีวินัยทางการเงินที่ดีและมีการจัดสรรพอร์ตการลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีอย่างเป็นระบบ ส่วนกลุ่ม Baby Boomer หรือวัยเกษียณสำราญ ยังคงมีศักยภาพในการทำงานและบางส่วนยังไม่ยอมหยุดนิ่ง แต่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นที่การรักษาเงินต้น (Wealth Preservation) และให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นอันดับหนึ่งเพื่อให้เงินก้อนสุดท้ายเพียงพอต่อการใช้ชีวิตอีก 20-25 ปี
โซลูชันอัจฉริยะจากกรุงศรี เครื่องมือลัดสู่การเป็นเศรษฐีแบบยั่งยืน
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของคนไทยทุกกลุ่ม กรุงศรีได้พัฒนาโซลูชันทางการเงินที่เข้าถึงง่ายและนำไปใช้ได้จริง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “Krungsri Financial Health Check” ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ผ่าน LINE @Krungsrisimple ผู้ใช้งานสามารถเช็กความพร้อมทางการเงินตามเป้าหมายชีวิตได้ด้วยการตอบคำถามสั้นๆ ในรูปแบบที่เป็นกันเองเหมือนคุยกับเพื่อน ระบบจะประมวลผลทันทีพร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้น ช่วยให้คนไทยเห็นภาพรวมสถานะทางการเงินของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลาเพียงแค่พิมพ์คำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน
นอกจากเครื่องมือตรวจสุขภาพแล้ว ยังมี “Krungsri The COACH” แหล่งรวมความรู้จากกูรูผู้เชี่ยวชาญภายใต้คอนเซ็ปต์ “โค้ชเรื่องเงิน ให้เป็นเรื่องง่าย” แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อไขข้อสงสัยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออม การบริหารหนี้ การลงทุน หรือความคุ้มครอง โดยนำเสนอผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน ความสำเร็จของโครงการนี้สะท้อนผ่านยอดรับชมรวมกว่า 45 ล้านครั้งบนโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook, YouTube และ TikTok ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้คนให้ความสนใจในการพัฒนาทักษะทางการเงินผ่านสื่อดิจิทัลอย่างล้นหลาม
กรุงศรี มุ่งมั่นที่จะเป็น “Connector” หรือจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอทั้ง Financial Literacy และ Financial Inclusion Solution ควบคู่กันไป ธนาคารเชื่อว่าเมื่อประชาชนเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นชีวิตที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของการเงินที่มั่นคงได้ทันที การก้าวไปสู่สังคมที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่ออนาคตในระยะยาวอย่างแท้จริง
#กรุงศรี #ความรู้ทางการเงิน #FinancialLiteracy #ความยั่งยืน #GoSustainableWithKrungsri #การวางแผนการเงิน #เศรษฐกิจไทย #การออมเงิน #ลงทุน #เกษียณอายุ

