ท่ามกลางสมรภูมิอีคอมเมิร์ซที่ดุเดือดส่งท้ายปี “ลาซาด้า” (Lazada) ขยับหมากเกมสำคัญ ประกาศจับมือพันธมิตรระดับโลก “YouTube Shopping” ปูพรมแดงสู่ยุคทองของ “วิดีโอคอมเมิร์ซ” (Video Commerce) ตั้งเป้ากวาดส่วนแบ่งตลาดยุคใหม่ พร้อมทุ่มงบไม่อั้นอัดฉีดโบนัสและคอมมิชชัน หวังปั้นครีเอเตอร์ให้เป็นแม่ทัพหน้าด่านโกยยอดขายรับเมกะแคมเปญ 12.12
กรุงเทพฯ – ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “ค้นหา” เป็น “รับชมแล้วซื้อเลย” ความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้า และแพลตฟอร์มวิดีโออันดับหนึ่งอย่าง YouTube จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางกลยุทธ์เพื่อยึดครองพื้นที่เศรษฐกิจดิจิทัลระลอกใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ผนึกกำลังพลิกโฉมวงการ: เมื่อคอนเทนต์และคอมเมิร์ซหลอมรวมเป็นหนึ่ง
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ ลาซาด้าได้เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ช้อปปิงแบบไร้รอยต่อ (Seamless Shopping Experience) ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับโปรแกรมแอฟฟิลิเอต YouTube Shopping โดยมีเป้าหมายหลักในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ (Ecosystem) ของทั้งผู้ขาย ครีเอเตอร์ และนักช้อปให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ระดับภูมิภาคของลาซาด้า ที่มีการต่อยอดการลงทุนมูลค่ามหาศาลกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาและเสริมศักยภาพโปรแกรม Lazada Affiliate ให้พร้อมรองรับยุคใหม่ของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ขายและอินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้างการเติบโตของรายได้แบบก้าวกระโดด ตอบรับเทรนด์วิดีโอคอมเมิร์ซที่กำลังมาแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“ความร่วมมือกับโปรแกรมแอฟฟิลิเอต YouTube Shopping จะช่วยขยายโอกาสและเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายพาร์ทเนอร์ของ Lazada Affiliate ทั่วภูมิภาค เปิดทางให้ครีเอเตอร์สามารถร่วมงานกับแบรนด์และผู้ขายในหลายประเทศได้มากขึ้น”
เจาะลึกเทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัล: ทำไมต้อง “วิดีโอคอมเมิร์ซ”?
หากวิเคราะห์จากข้อมูลทางเศรษฐกิจ จะพบว่าตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่คือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต โดย รายงาน e-Conomy SEA 2025 ได้ชี้ให้เห็นถึงตัวเลขการเติบโตที่น่าจับตามองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนี้:
-
การเติบโตแบบก้าวกระโดด: ตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซมีมูลค่าสินค้ารวม (GMV) เติบโตขึ้นถึง 2.5 เท่า ภายในช่วงสองปีที่ผ่านมา
-
ส่วนแบ่งตลาดมหาศาล: คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 วิดีโอคอมเมิร์ซจะมีสัดส่วนคิดเป็น 25% ของมูลค่า GMV ของตลาดอีคอมเมิร์ซโดยรวม
-
อิทธิพลของ YouTube: คอนเทนต์บน YouTube มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค (Customer Journey)
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับตลาดประเทศไทยคือ “ความเชื่อมั่น” โดยข้อมูลระบุว่า:
-
ผู้บริโภคในไทยกว่า 88% เชื่อมั่นในคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์จากครีเอเตอร์บน YouTube
-
มากกว่า 93% เห็นว่าข้อมูลบน YouTube มีความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้เกิดความมั่นใจในการกดสั่งซื้อสินค้าที่มีการนำเสนอบนแพลตฟอร์ม
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “พลังของอินฟลูเอนเซอร์” (Influencer Power) คือตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนยอดวิว (View) ให้กลายเป็นยอดขาย (Sale) ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในเวลานี้
อาวุธใหม่ครีเอเตอร์: AI และฟีเจอร์อัจฉริยะจาก YouTube Shopping
เพื่อให้การทำ Affiliate Marketing มีประสิทธิภาพสูงสุด ความร่วมมือครั้งนี้จึงมาพร้อมกับการติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้กับเหล่าครีเอเตอร์ ด้วยโซลูชัน AI จาก YouTube Shopping ที่จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ดังนี้:
1. Auto Tagging (การแท็กสินค้าอัตโนมัติ): ฟีเจอร์ที่ใช้ AI ช่วยระบุและแท็กสินค้าที่กล่าวถึงในวิดีโอโดยอัตโนมัติ ซึ่งขณะนี้ YouTube กำลังเริ่มทดสอบและจะทยอยเปิดให้บริการในภายหลัง ช่วยให้ครีเอเตอร์ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาลิงก์สินค้าทีละชิ้น
2. Auto Timestamps (การระบุช่วงเวลาสินค้า): ระบบจะแสดงแท็กสินค้าในช่วงเวลาที่มีการพูดถึงสินค้านั้นๆ ในวิดีโอ ช่วยดึงดูดความสนใจผู้ชมในจังหวะที่มียอดรับชมสูงสุด และอำนวยความสะดวกให้นักช้อปกดซื้อได้ทันทีที่สนใจ
3. Stickers บน YouTube Shorts: ฟีเจอร์เด็ดสำหรับวิดีโอสั้น ที่สามารถปรับดีไซน์สติกเกอร์สินค้าให้เข้ากับคอนเทนต์ได้ จากการทดลองใช้งานในสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ใช้ Shorts คลิกเข้าชมสินค้าผ่านสติกเกอร์เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับการใช้แท็กแบบทั่วไป
นอกจากนี้ ยังมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและแดชบอร์ดสรุปผล เพื่อให้ครีเอเตอร์นำข้อมูลไปพัฒนาคอนเทนต์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
เปิดขุมทรัพย์ครีเอเตอร์: รายได้จากคอมมิชชันทะลุเพดาน
ผลลัพธ์จากเมกะแคมเปญ 11.11 ที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าโมเดลนี้สร้างรายได้มหาศาล โดยครีเอเตอร์ในอาเซียนสามารถโกยค่าคอมมิชชันรวมกันไปได้ทะลุกว่า 150 ล้านบาท โดยมียอดการแท็กสินค้า Lazada Affiliate บนแพลตฟอร์ม YouTube สูงกว่า 400,000 ครั้ง
หมวดสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ได้แก่:
-
สินค้าบิวตี้ (Beauty)
-
สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics)
-
สินค้าแฟชั่น (Fashion)
และสำหรับผู้ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ลาซาด้าเผยว่าครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากค่าคอมมิชชันได้สูงสุดถึง 4 ล้านบาทต่อเดือน จากทุกช่องทาง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ให้กระโดดเข้ามาในสมรภูมินี้อย่างคับคั่ง
12.12 เซลใหญ่ส่งท้ายปี: นาทีทองของการกอบโกยรายได้
เพื่อเป็นการต้อนรับแคมเปญใหญ่ “ลาซาด้า 12.12 เซลใหญ่ ส่งท้ายปี” ลาซาด้าได้เดินหน้าอัดฉีดงบประมาณเพื่อกระตุ้นการสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างเต็มสูบ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ครีเอเตอร์ห้ามพลาด ดังนี้:
1. ค่าคอมมิชชันพิเศษ X2 (Extra Commission): ลาซาด้าจัดหนักจ่ายค่าคอมมิชชันคูณสอง ระหว่างวันที่ 1 – 15 ธันวาคม 2568 เพื่อผลักดันยอดขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปี
2. Tagging Challenge ภารกิจติด Tag รับโบนัส: กิจกรรมพิเศษตลอดเดือนธันวาคม (1 – 31 ธันวาคม 2568) ให้ครีเอเตอร์ปลดล็อกโบนัสเงินสดเพิ่มเติมเพียงแค่ผลิตคอนเทนต์ตามเงื่อนไข:
-
3 Videos + 2 Shorts: รับโบนัส 1,000 บาท
-
5 Videos + 3 Shorts: รับโบนัส 2,500 บาท
-
10 Videos + 4 Shorts: รับโบนัสสูงสุด 5,000 บาท
บทสรุป: ก้าวต่อไปของ Lazada และเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
การผนึกกำลังกับ YouTube Shopping ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มช่องทางการขาย แต่เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของ ลาซาด้า กรุ๊ป ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 13 ปี ปัจจุบันลาซาด้าเชื่อมโยงผู้ใช้งานเป็นประจำราว 160 ล้านราย เข้ากับผู้ขายกว่า 1 ล้านรายต่อเดือน
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย (Lazada Wallet) และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เมื่อผสานเข้ากับพลังของคอนเทนต์จาก YouTube เชื่อว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะคึกคักและเม็ดเงินสะพัดอย่างแน่นอน
สำหรับครีเอเตอร์และผู้ที่สนใจสร้างรายได้ นี่คือช่วงเวลา “น้ำขึ้นให้รีบตัก” ที่ดีที่สุดของปี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโปรแกรมได้ที่ Lazada Affiliate Thailand
#Lazada #LazadaAffiliate #YouTubeShopping #Lazada1212 #VideoCommerce #CreatorEconomy #ข่าวด้านเศรษฐกิจ #การตลาดออนไลน์ #อินฟลูเอนเซอร์ #รายได้เสริม


