ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ได้เกิดกระแสความวิตกกังวลอย่างหนักบนโลกโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์ลึกลับที่อ้างว่าเป็นมิจฉาชีพ ความกลัวนี้ได้ลุกลามจนกลายเป็นข่าวลือที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วสังคมไทย โดยเฉพาะประเด็นการรับสายโทรศัพท์แล้วจะถูกโอนเงินออกไปจนหมดบัญชีในทันที ซึ่งสร้างความเสียชื่อเสียงและความเข้าใจผิดต่อหน่วยงานบริการลูกค้าอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ทางบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้ตัดสินใจออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อสยบข่าวลือและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จเหล่านี้แพร่กระจายไปมากกว่าเดิมจนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในยุคปัจจุบันที่ต้องการความโปร่งใสและตรวจสอบได้เป็นอันดับหนึ่ง
การออกมาชี้แจงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมในการปกป้องสิทธิของผู้บริโภคและรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีฐานลูกค้าครอบคลุมกว่า 50 ล้านราย โดยเนื้อหาหลักใจความสำคัญคือการยืนยันว่าหมายเลขที่มีการส่งต่อข้อมูลกันนั้นเป็นหมายเลขทางการของบริษัทฯ และไม่มีขีดความสามารถในการเข้าถึงแอปพลิเคชันทางการเงินได้เพียงแค่การกดรับสายตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
สยบข่าวลือรับสายแล้วเงินหาย ยืนยันระบบความปลอดภัยมาตรฐานสูงสุด
จากการที่มีการส่งต่อข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลายที่ระบุว่า หากผู้ใช้บริการรับสายจากหมายเลข 1175 หรือหมายเลขที่แสดงชื่อว่า .AIS1175 จะส่งผลให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงบัญชีการเงินและดูดเงินออกจากธนาคารได้ทันทีแม้ไม่ได้มีการสนทนาโต้ตอบกันนั้น ทางAIS ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ระบบเครือข่ายโทรคมนาคมและเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เพียงแค่การรับสายโทรเข้าตามคำอ้างที่ไร้ที่มาที่ไปเหล่านั้น
ความจริงแล้วหมายเลข 1175 คือเบอร์โทรศัพท์อย่างเป็นทางการของศูนย์บริการคอนแทคเซ็นเตอร์จากAIS ที่มีไว้เพื่อให้บริการข้อมูลและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามข้อมูลการใช้งาน การสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต หรือการแจ้งปัญหาทางเทคนิค ซึ่งพนักงานจะติดต่อเพื่อดูแลการใช้งานตามปกติของธุรกิจโทรคมนาคมเท่านั้น โดยกระบวนการเหล่านี้มีการบันทึกเสียงและตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวดภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย
ดังนั้นการรับสายจากหมายเลข 1175 จึงมีความปลอดภัยและไม่สามารถทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงแอปพลิเคชันทางการเงินหรือบัญชีธนาคารของผู้ใช้งานได้จากการเพียงแค่รับสายโทรศัพท์เท่านั้น ทางบริษัทจึงขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยและโปรดอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน ซึ่งมักถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความปั่นป่วนในสังคมและทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ
ไขข้อสงสัยชื่อผู้โทรเข้าที่แตกต่าง และวิธีการจัดการข้อมูลเบอร์โทรศัพท์
ประเด็นที่สร้างความสับสนให้แก่ผู้ใช้งานจำนวนมากคือการเห็นชื่อผู้โทรเข้าแสดงผลเป็น .AIS1175 หรือ .AIS Call Center แทนที่จะเป็นเพียงตัวเลข 1175 เพียงอย่างเดียว ซึ่งเรื่องนี้ทางAIS ได้อธิบายว่าชื่อที่ปรากฏเหล่านี้อาจเกิดจากการที่ระบบของเครื่องโทรศัพท์หรือซิมการ์ดมีการบันทึกชื่อไว้เพื่อความสะดวกในการจดจำตั้งแต่อดีต หรือเป็นการตั้งค่าของตัวเครื่องเองที่พยายามระบุตัวตนของผู้ติดต่อเพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการ ซึ่งไม่ใช่การกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพแต่อย่างใด
ลูกค้าที่รู้สึกไม่สบายใจหรือต้องการความเป็นส่วนตัว สามารถดำเนินการแก้ไขหรือลบชื่อที่ถูกบันทึกไว้นี้ได้ด้วยตนเองผ่านเมนูรายชื่อในโทรศัพท์มือถือของท่าน การแสดงชื่อในรูปแบบต่างๆ ไม่ได้ส่งผลต่อความปลอดภัยของข้อมูลหรือความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลทางการเงิน แต่เป็นเพียงส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface) ที่มีการปรับแต่งตามความสะดวกในแต่ละยุคสมัยของการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยเท่านั้น
นอกจากนี้ การเพิ่มจุดหรือสัญลักษณ์พิเศษหน้าชื่อ เช่น .AIS1175 มักเป็นเทคนิคการตั้งชื่อเพื่อให้รายชื่อดังกล่าวขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของสมุดโทรศัพท์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาหรือแสดงผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำงานภายในที่ไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกับกระบวนการแฮ็กข้อมูลหรือการเข้าถึงสิทธิ์เหนือตัวเครื่องโทรศัพท์ของลูกค้าอย่างที่มีการหวาดระแวงกันในโลกออนไลน์แต่อย่างใด
ยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ด้วยบริการแจ้งอุ่นใจตัดสายโจร
แม้ว่าหมายเลข 1175 จะปลอดภัย แต่AIS ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อภัยคุกคามจากมิจฉาชีพตัวจริงที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยได้มีการเปิดตัวบริการพิเศษเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่สงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ลูกค้าสามารถใช้บริการแจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจร ได้ง่ายๆ เพียงกดหมายเลข *1185# แล้วโทรออก หรือติดต่อผ่านทาง 1185 AIS Spam Report Center ซึ่งเปิดให้บริการตรวจสอบและรายงานเบอร์โทรต้องสงสัยตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
กระบวนการทำงานของศูนย์รายงานนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การรับเรื่องเท่านั้น แต่AIS จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกและสืบหาที่มาของกลุ่มมิจฉาชีพที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดและปกป้องสังคมจากอาชญากรรมออนไลน์
การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานความมั่นคงตลอด 24 ชั่วโมงนี้ คือเกราะป้องกันสำคัญที่จะช่วยคัดกรองหมายเลขที่แอบอ้างหรือเบอร์สแปมที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้แก่ประชาชน ผู้ใช้บริการจึงควรแยกแยะระหว่างหมายเลขทางการของบริษัทฯ กับหมายเลขแปลกปลอมอื่นๆ และควรใช้ช่องทางที่บริษัทจัดเตรียมไว้ให้ในการแจ้งเบาะแสเพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศสื่อสารที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน
บทบาท AIS ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีอัจฉริยะกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ภายใต้วิสัยทัศน์การก้าวสู่องค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ทางAIS มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ด้วยฐานลูกค้าที่รวมแล้วกว่า 51.5 ล้านราย บริษัทฯ ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าระดับสูงสุด เพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันAIS ครอบคลุมธุรกิจหลักถึง 4 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดถึง 1460 MHz และมีผู้ใช้งานกว่า 46.3 ล้านเลขหมาย รวมถึงธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์AIS 3BB FIBRE3 ที่มีผู้ใช้งานกว่า 5.2 ล้านราย ความยิ่งใหญ่ของฐานข้อมูลและเครือข่ายนี้ทำให้AIS ต้องเป็นผู้นำในการสร้างความตระหนักรู้และรับผิดชอบต่อข่าวปลอมที่อาจกระทบต่อความมั่นคงในวงกว้าง
สุดท้ายนี้ ทางบริษัทขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่านให้หยุดส่งต่อข้อความที่เป็นเท็จและไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อลดความสับสนและป้องกันการตื่นตระหนกที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการติดต่อสื่อสารและความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจดิจิทัล ทุกท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องได้โดยตรงจากเว็บไซต์ www.ais.th เพื่อรับทราบข้อมูลที่แท้จริงและทันต่อเหตุการณ์จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ของบริษัทโดยตรง
#AIS, #1175, #ข่าวปลอม, #มิจฉาชีพ, #ความปลอดภัยไซเบอร์, #เศรษฐกิจดิจิทัล, #AISCallCenter, #แจ้งอุ่นใจตัดสายโจร, #ข่าวเศรษฐกิจ, #เทคโนโลยี

