ซีพีแรม นำทัพ 7 แห่งทั่วไทย คว้าใบเซอร์ CFO รุกยุทธศาสตร์เน็ตซีโร่

ซีพีแรม นำทัพ 7 แห่งทั่วไทย คว้าใบเซอร์ CFO รุกยุทธศาสตร์เน็ตซีโร่

การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลกได้ก้าวไปอีกขั้น เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการอาหารพร้อมรับประทานอย่าง บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเต็มตัว โดยล่าสุดคณะผู้บริหารจากโรงงานทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศได้ตบเท้าเข้ารับประกาศนียบัตรรับรองการใช้เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน การขยับตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับตัวตามกระแสโลก แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนผ่านการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล

ท่ามกลางวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซีพีแรมได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่แหลมคมด้วยการนำองค์กรเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ โดยการรับรองในครั้งนี้ครอบคลุมทุกมิติของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่กิจกรรมโดยตรงภายในโรงงานไปจนถึงการใช้พลังงานและการบริหารจัดการในส่วนของพันธมิตรทางธุรกิจ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มุ่งมั่นสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อสร้างอนาคตที่สวยงามให้กับคนรุ่นต่อไป


ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของซีพีแรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทำงานอย่างหนักของทีมผู้บริหารและพนักงานทุกส่วนงาน โดยมีนายชุมพล ลีละศุภพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นตัวแทนนำคณะผู้บริหารจากทั้ง 7 สาขาทั่วประเทศ เข้ารับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการ อบก. เป็นประธานในพิธี ซึ่งถือเป็นงานรวมพลังขององค์กรชั้นนำ 135 แห่งที่มุ่งมั่นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม การได้รับรอง CFO ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ใบประกาศเกียรติคุณ แต่เป็นเครื่องยืนยันว่ากระบวนการผลิตอาหารของซีพีแรมนั้นมีความใส่ใจในทุกขั้นตอนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด

ในบริบทของการแข่งขันทางเศรษฐกิจระดับโลก การมีเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซีพีแรม ได้เล็งเห็นว่าการดำเนินธุรกิจแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ความยั่งยืนในระยะยาวได้อีกต่อไป จึงได้วางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อบูรณาการเรื่องการลดคาร์บอนเข้ากับกระบวนการทำงานหลัก สิ่งนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และยังเป็นการลดความเสี่ยงจากการบังคับใช้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีโลก

นอกจากนี้ การที่ซีพีแรมได้รับการรับรองพร้อมกันทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพในการดำเนินนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่ใด มาตรฐานการจัดการก๊าซเรือนกระจกจะต้องอยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด การขยายผลความสำเร็จนี้ไปทั่วทุกภูมิภาคช่วยกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่นและเป็นต้นแบบที่ดีให้กับผู้ประกอบการรายอื่นในการลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อโลก ความพยายามทั้งหมดนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางอาหารควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของซีพีแรมที่ต้องการส่งมอบคุณค่าในทุกมื้ออาหารให้กับทุกคนอย่างแท้จริง


เจาะลึกโครงสร้างการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ครบทั้ง 3 SCOPE

การวัดผลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ที่ซีพีแรมได้รับรองนั้น มีความละเอียดซับซ้อนและครอบคลุมกิจกรรมทั้งหมดของการดำเนินธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 3 ขอบเขตหลักที่เรียกว่า SCOPE ซึ่งขอบเขตแรกหรือ SCOPE 1 คือการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงที่เกิดจากกิจกรรมขององค์กรเอง ไม่ว่าจะเป็นการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากเครื่องจักรในโรงงาน การใช้ยานพาหนะในการขนส่งสินค้า การใช้สารเคมีในระบบบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการรั่วไหลของก๊าซจากกระบวนการต่างๆ การเก็บข้อมูลในส่วนนี้ช่วยให้บริษัทสามารถระบุจุดที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดและนำไปสู่การปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้มีประสิทธิภาพและสะอาดมากขึ้น

สำหรับขอบเขตที่สองหรือ SCOPE 2 มุ่งเน้นไปที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน ซึ่งประเด็นหลักคือการซื้อพลังงานไฟฟ้าจากภายนอกมาใช้ในองค์กร ซีพีแรมได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในโรงงานและการสรรหาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อลดสัดส่วนการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล การบริหารจัดการใน SCOPE 2 นี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ

สิ่งที่น่าสนใจและถือเป็นความท้าทายสูงสุดคือความสำเร็จใน SCOPE 3 ซึ่งเป็นการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมด้านอื่นๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในปัจจุบันภาคส่วนนี้ยังเป็นเพียงมาตรการสมัครใจและมีองค์กรเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่มีศักยภาพเพียงพอในการเก็บข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ แต่ซีพีแรมสามารถทำได้สำเร็จด้วยการรวบรวมข้อมูลจากคู่ค้า ผู้ส่งมอบวัตถุดิบ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำมาวางแผนลดการปล่อยก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การได้รับการรับรองครบทั้ง 3 SCOPE จึงเป็นการตอกย้ำถึงมาตรฐานระดับสูงสุดในการบริหารจัดการความยั่งยืนที่ซีพีแรมยึดถือมาโดยตลอด


ยุทธศาสตร์ FOOD 3S กับการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ในอนาคต

การได้รับเครื่องหมาย CFO ของซีพีแรมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขการปล่อยก๊าซ แต่เป็นการดำเนินงานที่สอดประสานอย่างลงตัวกับยุทธศาสตร์หลักขององค์กรที่เรียกว่า “FOOD 3S” องค์ประกอบแรกคือ Food Safety หรือความปลอดภัยทางอาหาร ซึ่งถือเป็นรากฐานที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพ เมื่อกระบวนการผลิตสะอาดและมีมาตรฐาน การสูญเสียในกระบวนการผลิตก็จะลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดปริมาณขยะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) ทำให้มิติของความปลอดภัยและความยั่งยืนเดินหน้าไปพร้อมกันได้

องค์ประกอบถัดมาคือ Food Security หรือความมั่นคงทางอาหาร และ Food Sustainability หรือความยั่งยืนทางอาหาร ซึ่งทั้งสองมิตินี้มีความเชื่อมโยงกับเรื่องการจัดการคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ การที่ซีพีแรมสามารถบริหารจัดการทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ช่วยสร้างหลักประกันว่าในอนาคตเราจะมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการผลิตอาหารที่มีคุณภาพเลี้ยงดูประชากร การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero จึงเป็นทางออกในการสร้างระบบอาหารที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมดูแลโลกใบนี้ให้ยังคงความสวยงามและอุดมสมบูรณ์สำหรับทุกคน

ท้ายที่สุดแล้ว การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ซีพีแรม ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมอาหาร การดำเนินงานที่โปร่งใสผ่านการรับรองจากหน่วยงานระดับชาติอย่าง อบก. ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานในไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและการปฏิบัติที่เห็นผลจริง ซีพีแรมพร้อมที่จะเป็นหัวหอกสำคัญในการนำพาธุรกิจอาหารไทยก้าวสู่ยุคแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อส่งมอบความสุขและมื้ออาหารที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภคในทุกวัน


#ซีพีแรม, #CPRAM, #CFO, #CarbonFootprint, #NetZero, #สังคมคาร์บอนต่ำ, #ความมั่นคงทางอาหาร, #ความยั่งยืน, #อบก, #TGO, #FOOD3S, #เศรษฐกิจสีเขียว

Related Posts