วงการอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้างไทยต้องจับตามองครั้งใหญ่ เมื่อยักษ์ใหญ่ผู้นำนวัตกรรมก่อสร้างครบวงจรอย่าง บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือที่รู้จักกันดีในนาม “จระเข้” ได้ออกมาประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการปรับทัพองค์กรเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไป โดยมีการประกาศแต่งตั้งแม่ทัพคนใหม่ที่จะเข้ามากุมบังเหียนทิศทางธุรกิจ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างบริหารที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับบริษัทที่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งมายาวนาน การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ใหม่ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต
การประกาศแต่งตั้ง ดร.จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO คนใหม่ แทนนายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ นั้นมีผลอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยการผลัดใบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะตลาดที่ต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและสามารถปรับตัวเข้ากับนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับนายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ อดีตซีอีโอ จะขยับขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคณะที่ปรึกษากรรมการของจระเข้ เพื่อคอยให้คำแนะนำและประคองทิศทางของบริษัทต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการวางแผนสืบทอดอำนาจและการบริหารงานที่รัดกุม เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ
ภายใต้การนำทัพของซีอีโอคนใหม่ ดร.จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมาพร้อมกับแนวคิดหลักที่ทรงพลังอย่าง “Build Today, Beyond Tomorrow” หรือ “สร้างวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ยั่งยืนกว่า” ซึ่งเป็นเสมือนเข็มทิศนำทางให้พนักงานทุกคนในองค์กรมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ภารกิจเร่งด่วนและสำคัญที่สุดที่ถูกวางไว้บนบ่าของผู้นำคนใหม่คือการรักษาแชมป์ในตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนว ซึ่งปัจจุบันจระเข้ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่อย่างท่วมท้นกว่า 55% ให้ยังคงแข็งแกร่งต่อไป ท่ามกลางคู่แข่งทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่พยายามเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ส่วนแบ่งทางการตลาดนี้
ยุทธศาสตร์รุกตลาดเคมีภัณฑ์และการขยายฐานรากสู่อินฟราสตรัคเจอร์
ประเด็นที่น่าจับตามองในเชิงเศรษฐกิจจากการปรับทัพครั้งนี้ คือการที่ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรักษาฐานที่มั่นเดิม แต่กำลังเตรียมเปิดเกมรุกเข้าสู่ธุรกิจกลุ่มเคมีก่อสร้าง ซึ่งเป็นเซกเตอร์ที่กำลังมีการเติบโตอย่างโดดเด่นและน่าจับตามอง การที่ ดร.จิรัฏฐ์ เลือกที่จะโฟกัสในจุดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการมองเห็นโอกาสในการทำกำไรและการขยายขอบเขตธุรกิจให้กว้างขวางขึ้น โดยกลยุทธ์สำคัญที่จะถูกนำมาใช้คือการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่ หรือ Infrastructure ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและการขยายตัวของเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การรุกเข้าสู่ตลาดโครงการขนาดใหญ่นั้น จำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่นและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป ซึ่งจระเข้ได้เตรียมความพร้อมในด้านนี้มาเป็นอย่างดี การแข่งขันในตลาดนี้จะไม่ใช่เพียงแค่การสู้กันด้วยราคา แต่จะเป็นการแข่งขันด้วยคุณภาพและการตอบโจทย์การใช้งานจริง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่จระเข้ใช้เป็นอาวุธหลักในการดันยอดขายให้เติบโตอย่างมั่นคง การขยายพอร์ตสินค้าเข้าสู่กลุ่มงานโครงสร้างพื้นฐานนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว และสร้างสมดุลให้กับรายได้ของบริษัทในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว กลยุทธ์ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพัฒนาควบคู่กันไป โดยบริษัทมีแผนที่จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าและเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนที่มีอยู่กว่า 3,000 แห่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เครือข่ายการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงธุรกิจ ทำให้สินค้าของจระเข้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคและผู้รับเหมาได้ในทุกพื้นที่ การผนึกกำลังกับร้านค้าพันธมิตรเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขาย แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน
เจาะตลาดโลกและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
ในมิติของการค้าระหว่างประเทศ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ภายใต้การนำของซีอีโอใหม่ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุกทั้งในกลุ่มตลาดเดิมที่บริษัทมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว และการเจาะเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยอาวุธสำคัญในการบุกตลาดโลกครั้งนี้คือการเสริมพอร์ตสินค้าใหม่ๆ เข้าไปเพื่อเพิ่มทางเลือกและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค การแข่งขันในเวทีโลกนั้นมีความท้าทายสูง แต่ด้วยชื่อชั้นและคุณภาพของแบรนด์จระเข้ที่ได้รับการยอมรับ ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถแข่งขันและสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคง
วิสัยทัศน์ของ ดร.จิรัฏฐ์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของตัวเลขผลประกอบการเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการพัฒนาโซลูชันที่ได้มาตรฐานสากลและตอบโจทย์ความยั่งยืน ตามหลักการ Standard & Solution & Sustainability ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Build Your Tomorrow Now” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม การดำเนินธุรกิจในยุคใหม่นั้น การสร้างกำไรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อโลกและชุมชนด้วย ซึ่งจระเข้ได้นำแนวคิดนี้มาปรับใช้เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน
นโยบายความยั่งยืนของจระเข้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การสร้าง “รากฐานแห่งชีวิต” (Life Beyond) ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ การสร้าง “รากฐานแห่งโอกาส” (Opportunity Beyond) ซึ่งหมายถึงการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าตัวแทนหรือคู่ค้า เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกัน และสุดท้ายคือการสร้าง “รากฐานแห่งความยั่งยืน” (Sustainability Beyond) ที่มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน และส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับคนรุ่นต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้คือพันธกิจที่ท้าทายและยิ่งใหญ่ของแม่ทัพคนใหม่แห่งอาณาจักรจระเข้
#JorakayCorporation #จระเข้คอร์ปอเรชั่น #CEOใหม่ #ดรจิรัฏฐ์สิริเฉลิมพงศ์ #ธุรกิจก่อสร้าง #เศรษฐกิจไทย #นวัตกรรมก่อสร้าง #ความยั่งยืน #ตลาดกาวซีเมนต์ #ข่าวเศรษฐกิจ

