ZTE ผงาดคว้าแชมป์ความยั่งยืนระดับโลก Climate A List สามปีซ้อน

ZTE ผงาดคว้าแชมป์ความยั่งยืนระดับโลก Climate A List สามปีซ้อน

ZTE Corporation จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเส้นทางแห่งความยั่งยืนอีกครั้ง เมื่อได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม “Climate A List” จากองค์กรระดับสากลอย่าง CDP ประจำปี 2026 ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่วัดผลได้จริง โดย ZTE เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่สามารถรักษามาตรฐานระดับสูงสุดนี้ติดต่อกันได้เป็นเวลาถึง 3 ปีซ้อน ท่ามกลางการแข่งขันของบริษัทชั้นนำทั่วโลกกว่า 22,100 แห่งที่เข้าร่วมการประเมิน ส่งผลให้ ZTE ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบองค์กรที่เป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในระดับ Top 4% ของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

การได้รับคะแนนระดับสูงสุดหรือเกรด “A” จาก CDP ในด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งล่าสุดนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเพียงรางวัลแห่งความพยายาม แต่ยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ ZTE ในระดับสากล ในปี 2025 ที่ผ่านมา มีบริษัทจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมผ่านระบบของ CDP ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดโลก ดังนั้น การที่ ZTE สามารถยืนหยัดอยู่ในกลุ่มผู้นำระดับสูงสุด “Climate A List” ได้ต่อเนื่องถึง 3 ครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงถือเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากยิ่งสำหรับบริษัทในเอเชียและโดยเฉพาะในประเทศจีน

ระบบการประเมินของ CDP ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในมาตรวัดที่มีความเข้มงวดและน่าเชื่อถือที่สุดในด้านการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมทั้งการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ การที่ ZTE ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรได้มีการบูรณาการแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจอย่างถ่องแท้ และยังทำหน้าที่เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับมหภาค ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน

ในฐานะที่เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในประเทศจีนที่รักษามาตรฐาน A List ได้อย่างต่อเนื่อง 3 ปี ZTE ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทการเป็นต้นแบบขององค์กรที่มุ่งเน้นการเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ การยอมรับจากนานาชาติครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ (0763.HK / 000063.SZ) ว่าบริษัทมีขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวที่ยั่งยืน และพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกด้วยความพร้อมและนวัตกรรมที่ทันสมัย

เส้นทางดิจิทัลสีเขียวกับกลยุทธ์การดำเนินงาน 4 มิติหลัก

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการดำเนินงานเพียงชั่วคราว แต่เกิดจากการวางกลยุทธ์ “เส้นทางดิจิทัลสีเขียว (Green Digital Pathway)” ที่ครอบคลุมรอบด้าน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ก้าวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างรวดเร็ว โดย ZTE ได้กำหนดกรอบการทำงานหลักออกเป็น 4 มิติที่ชัดเจน ได้แก่ การดำเนินงานสีเขียว (Green Operation), ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain), โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว (Green Digital Infrastructure) และการส่งเสริมศักยภาพสีเขียว (Green Empowerment) มิติเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดค่าได้อย่างเป็นรูปธรรมตลอดกระบวนการธุรกิจ

ในมิติด้าน Green Operation นั้น ZTE ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริหารจัดการภายในองค์กรและการลดผลกระทบโดยตรงจากกิจกรรมทางธุรกิจ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าบริษัทประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการประหยัดพลังงานที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถประหยัดไฟฟ้าได้รวมถึง 45 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 ลงได้ถึง 13.4% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงระบบภายในและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ความมุ่งมั่นของ ZTE ยังขยายผลไปถึงการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต โดยผลิตภัณฑ์ปลายทาง (Terminal Products) สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้เฉลี่ย 5.02% ต่อปี ขณะที่ผลิตภัณฑ์โทรคมนาคมสามารถลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนในระหว่างการใช้งานและบำรุงรักษาลงได้ 8.39% เมื่อสรุปภาพรวมในปี 2024 ZTE สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งใน Scope 1, 2 และ 3 ได้รวมทั้งสิ้นกว่า 14.317 ล้านตัน เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์ที่นำมาใช้จริง


การยกระดับห่วงโซ่อุปทานและนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว

มิติต่อมาที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ Green Supply Chain ซึ่ง ZTE ได้นำข้อกำหนดด้านนวัตกรรมสีเขียวเข้าไปผสานรวมกับระบบบริหารจัดการซัพพลายเออร์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มแรกอย่างการทำสัญญาไปจนถึงการตรวจสอบในสถานที่จริงและการประเมินผลการดำเนินงาน จนถึงปัจจุบัน ZTE ได้เข้าไปตรวจประเมินความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) กับซัพพลายเออร์ในกลุ่มการผลิตไปแล้วมากกว่า 450 ราย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพันธมิตรทางธุรกิจจะมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับแนวทางของบริษัท

นอกจากการตรวจสอบแล้ว ZTE ยังรับบทบาทเป็นที่ปรึกษาเพื่อยกระดับขีดความสามารถของพันธมิตร โดยได้ให้คำแนะนำแก่ซัพพลายเออร์จำนวน 152 รายในการเริ่มทำบัญชีคาร์บอนระดับองค์กร และความสำเร็จที่โดดเด่นคือการช่วยให้ซัพพลายเออร์ 51 รายสามารถกำหนดเป้าหมายและมาตรการในการลดการปล่อยคาร์บอนของตนเองได้อย่างชัดเจน การดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในรั้วบริษัทเท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตไปยังต้นน้ำของอุตสาหกรรมทั้งหมด

ในด้าน Green Digital Infrastructure นั้น ZTE ได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์โซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันบริษัทถือครองสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีสีเขียวมากกว่า 800 รายการ พร้อมกันนี้ยังได้จัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นต์ให้กับผลิตภัณฑ์ไปแล้วถึง 240 รายการเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในข้อมูล นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกสามารถลดการใช้พลังงานได้มหาศาล โดยประเมินว่าช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากกว่า 10,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งต้นทุนการดำเนินงานและสิ่งแวดล้อมโลก

Green Empowerment: เมื่อเทคโนโลยี 5G เปลี่ยนโลกให้ยั่งยืนกว่าที่เคย

มิติสุดท้ายที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ Green Empowerment หรือการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยไปช่วยให้อุตสาหกรรมอื่น ๆ ลดการปล่อยคาร์บอน ZTE ได้นำเทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud), โครงข่ายเครือข่าย (Networking), IoT, บิ๊กดาต้า (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปบูรณาการกับอุตสาหกรรมดั้งเดิม เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและลดมลพิษไปพร้อมกัน แนวทางนี้ช่วยให้อุตสาหกรรมหนักสามารถเติบโตได้อย่างเป็นมิตรต่อโลกโดยไม่ต้องเสียสละความสามารถในการผลิต

ผลลัพธ์ของการลงมือทำอย่างจริงจังสะท้อนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำมากกว่า 2,000 รายทั่วโลก เพื่อพัฒนาโครงการนวัตกรรมสีเขียวที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G โครงการเหล่านี้ครอบคลุม 18 กลุ่มอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก โลหการ อิเล็กทรอนิกส์ การบริหารจัดการท่าเรือ ระบบขนส่งทางราง เหมืองแร่ และพลังงาน โดยมีกรณีการใช้งานจริง (Use Cases) ที่ประสบความสำเร็จแล้วมากกว่า 100 รูปแบบ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ

การส่งเสริมศักยภาพสีเขียวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสร้างพันธมิตรเพื่อการเปลี่ยนแปลง ZTE มุ่งหวังที่จะให้เทคโนโลยี 5G และ AI เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่สะอาด การที่บริษัทสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในทุกบริบทของโลกธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืน


ความมุ่งมั่นระยะยาวและการได้รับการยอมรับจากมาตรฐานสากล

ความสำเร็จของ ZTE ในระดับโลกไม่ได้สิ้นสุดแค่เพียงรางวัลจาก CDP เท่านั้น แต่ยังได้รับการรับรองในระดับสากลจากหน่วยงานชั้นนำอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการได้รับการรับรองเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจาก Science-Based Targets initiative (SBTi) ซึ่งครอบคลุมทั้งเป้าหมายระยะสั้นตามกรอบความตกลงปารีสที่ 1.5°C และเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว การได้รับการรับรองนี้เป็นการยืนยันว่าแผนการลดการปล่อยก๊าซของบริษัทมีความสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ล่าสุดเพื่อป้องกันภาวะวิกฤตทางภูมิอากาศ

นอกจากนี้ ZTE ยังได้รับรางวัล EcoVadis Gold Medal ซึ่งเป็นการประเมินความยั่งยืนทางธุรกิจที่ได้รับความเชื่อถือสูง ผลการประเมินดังกล่าวจัดให้ ZTE อยู่ในกลุ่ม Top 4% ของบริษัทที่ได้รับการประเมินจากทั่วโลกเช่นเดียวกัน ความสำเร็จซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเวทีระดับนานาชาติเหล่านี้ ตอกย้ำถึงความสม่ำเสมอในการดำเนินนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่บริษัทได้ยึดถือมาโดยตลอด

ZTE ยังมีบทบาทสำคัญในระดับนโยบายโลกผ่านการเป็นสมาชิกของ UN Global Compact, Global e-Sustainability Initiative และเข้าร่วมในโครงการ COP29 Green Digital Initiative ในฐานะ “ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล” ZTE พร้อมที่จะเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรและลูกค้าทั่วโลกเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป ความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติในระยะยาว

#ZTE #Sustainability #ClimateChange #GreenTechnology #NetZero #CDP #GreenDigitalPathway #TheReporterAsia

Related Posts