AIS ผนึก BOI แจกคอร์สเทคฟรี ปั้นคนไทยพิชิตงานดิจิทัล

AIS ผนึก BOI แจกคอร์สเทคฟรี ปั้นคนไทยพิชิตงานดิจิทัล

AIS Academy ภายใต้ภารกิจ “คิดเผื่อเพื่อคนไทย” ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI พร้อมด้วยยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Microsoft และ HUAWEI เพื่อเปิดตัวโครงการ “AIS Academy X BOI STEM++” โครงการนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการสร้างกองทัพ “Digital Talents” เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน

ปรากฏการณ์ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การมอบคอร์สเรียนออนไลน์ทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างความเชี่ยวชาญเชิงลึกผ่าน 9 หลักสูตรดิจิทัลที่คัดสรรมาแล้วว่าเป็นความต้องการเร่งด่วนของตลาดแรงงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับทักษะในด้าน AI, Cloud และ Cybersecurity ซึ่งเป็นสามเสาหลักที่จะขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ การเปิดให้คนไทยเข้าเรียนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายบนแพลตฟอร์ม LearnDi for Thais จึงเปรียบเสมือนการทลายกำแพงการเข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลก เพื่อให้แรงงานไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองในฐานะจุดหมายปลายทางของการลงทุนจากผู้ให้บริการ Hyperscaler ระดับโลกที่แห่กันเข้ามาลงทุนใน Data Center และระบบ Cloud อย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนให้มี “High-Skill” จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติเห็นว่า ไทยไม่ได้มีเพียงแค่โครงข่ายอัจฉริยะ 5G ที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังมีบุคลากรที่พร้อมจะใช้งานและพัฒนานวัตกรรมต่อยอดบนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นได้อย่างเต็มศักยภาพ


ยุทธศาสตร์ปั้นคนสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอาเซียน

การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในโครงการ AIS Academy X BOI STEM++ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “Digital Hub” ของภูมิภาค โดยการออกแบบหลักสูตรได้รับการการันตีความเข้มข้นจากทั้งผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและได้รับการรับรองจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาในอนาคตจะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยสร้างระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง

วิสัยทัศน์ของโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างแรงงานทักษะสูง หรือ High-Skill Workforce เพื่อรองรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อน GDP ของประเทศ เมื่อคนไทยมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเฉพาะด้านมากขึ้น โอกาสในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ก็จะยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้น ความร่วมมือนี้จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ การเสริมสร้างทักษะดิจิทัลยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจให้กับแรงงานไทยในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ การเรียนรู้เพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอัตโนมัติจะช่วยให้บุคลากรไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกทดแทนด้วยเครื่องจักร แต่จะกลายเป็นผู้ควบคุมและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ แทน การเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ของประเทศ และส่งผลดีต่อรายได้ต่อหัวของประชากรในระยะยาวตามทิศทางของเศรษฐกิจดิจิทัล


เจาะลึก 9 หลักสูตรอัปสกิลอัจฉริยะเพื่อคนทำงานยุคใหม่

เนื้อหาในโครงการครอบคลุมเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น 3 สายงานหลัก ได้แก่ AI & Automation, Cloud และ Cybersecurity เริ่มต้นด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติด้วย Power Automate และ AI Builder รวมถึงการสร้างแอปพลิเคชันแบบ No-code ด้วย Power Apps และการพัฒนา Chatbot อัจฉริยะผ่าน Copilot Studio ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานในองค์กรสามารถลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้าได้อย่างก้าวกระโดด

ในส่วนของเทคโนโลยี Cloud ได้มีการจัดเตรียมหลักสูตรตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับมืออาชีพ ทั้งในระบบ Microsoft Azure และ HUAWEI Cloud ผู้เรียนจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการย้ายระบบสู่คลาวด์ (Cloud Migration) และการจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความปลอดภัยและคุ้มค่า ความเชี่ยวชาญด้านคลาวด์ถือเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้สำหรับองค์กรที่ต้องการปรับเปลี่ยนไปสู่ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อการจัดการข้อมูลมหาศาลและการวิเคราะห์ที่แม่นยำ

ปิดท้ายด้วยกลุ่มหลักสูตรด้าน Cybersecurity ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน โดยมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ การเข้ารหัสข้อมูล และการวางนโยบายความปลอดภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรล้ำสมัยอย่าง Prompt Engineering & Agentic AI ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุดที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เข้ากับงานจริงได้อย่างชาญฉลาด


Digital Badge ใบเบิกทางสู่โอกาสใหม่ในสายงานเทค

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของโครงการนี้คือการมอบ “Digital Badge” ให้กับผู้ที่เรียนจบหลักสูตรและผ่านการประเมินผล ซึ่งเปรียบเสมือนใบประกาศนียบัตรดิจิทัลที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการและสามารถนำไปต่อยอดในการสมัครงานหรืออัปเกรดโปรไฟล์ในสายอาชีพได้อย่างมั่นใจ สิ่งนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้เรียนในตลาดแรงงาน และเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ถือครองมีความรู้ความสามารถที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกและหน่วยงานภาครัฐ

แพลตฟอร์ม LearnDi for Thais ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน โดยใช้รูปแบบ E-Learning ที่ผู้เรียนสามารถกำหนดเวลาเรียนเองได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉลี่ยแต่ละหลักสูตรจะใช้เวลาเรียนเพียง 10-20 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือนและรายงานความก้าวหน้าเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมาย การนำเสนอในรูปแบบสองภาษาทั้งไทยและอังกฤษยังช่วยเปิดโอกาสให้คนไทยได้ฝึกฝนทักษะทางภาษาควบคู่ไปกับทักษะทางเทคนิคอีกด้วย

โครงการนี้ยังเปิดกว้างให้กับบุคคลหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่บุคคลทั่วไป พนักงานองค์กรที่ต้องการรีสกิล ไปจนถึงบัณฑิตจบใหม่ระดับ ปวส. ขึ้นไป ความใจกว้างของโครงการที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มอาชีวศึกษาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแรงงานในทุกระดับชั้น เพื่อให้ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล นี่คือการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและเป็นรูปธรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพ


ความเชื่อมั่นจากผู้บริหารและทิศทางของ AIS สู่ Cognitive Tech-Co

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส ได้สะท้อนวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศในยุคปัจจุบันไว้อย่างชัดเจนว่า

“AIS เชื่อว่ารากฐานสำคัญของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ใช่แค่โครงข่ายหรือเทคโนโลยี แต่คือ ‘คน’ ดังนั้นโครงการที่ AIS Academy ร่วมมือกับ BOI ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวของภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย ที่ต้องการให้คนไทยทุกคนเข้าถึงทักษะแห่งอนาคตได้จริง เรียนได้จริง และนำไปใช้ได้จริง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของแรงงานไทยให้พร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม และรองรับการเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ”

คำกล่าวของนางสาวกานติมาตอกย้ำถึงเป้าหมายของ AIS ในการทรานส์ฟอร์มตัวเองจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมสู่ “Cognitive Tech-Co” หรือองค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ การให้ความสำคัญกับศักยภาพของคนเป็นอันดับแรกคือกลยุทธ์ที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ AIS มีอยู่ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย 5G ที่ครอบคลุมหรือบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ความสำเร็จของโครงการนี้จึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนผู้เข้าเรียนเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความเข้มแข็งของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในอนาคต

ท้ายที่สุด โครงการ AIS Academy X BOI STEM++ คือบทพิสูจน์ว่าเมื่อภาครัฐและเอกชนรวมพลังกันอย่างมีเป้าหมาย ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว สำหรับผู้ที่สนใจอัปเกรดทักษะดิจิทัลเพื่อก้าวเข้าสู่สายงานเทค สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ที่กำหนด นี่คือโอกาสทองที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนไทยทุกคนที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีของอาเซียนอย่างแท้จริง


#เศรษฐกิจดิจิทัล, #AISAcademy, #BOI, #เรียนฟรี, #ทักษะดิจิทัล, #AI, #Cloud, #Cybersecurity, #DigitalTalent, #ThailandHub

Related Posts