เวที Market Hub Asia 2026 ณ เกาะบาหลี ร้อนระอุขึ้นทันที เมื่อยักษ์ใหญ่ด้าน TravelTech อย่าง HBX Group ประกาศกร้าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) และตะวันออกกลาง ที่กำลังกลายเป็นหัวใจหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังจากที่บริษัทได้เข้าสู่ตลาดสาธารณะมาครบหนึ่งปีพอดี ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสรุปผลการดำเนินงาน แต่เป็นการประกาศ “พันธสัญญา” เพื่อปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของอุตสาหกรรมท่ามกลางความท้าทายจากเหล่าบรรดา “ยักษ์ใหญ่” ที่จ้องจะผูกขาดตลาดเทคโนโลยีการท่องเที่ยว
การรวมตัวกันของผู้นำระดับโลกในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและโปร่งใส โดย HBX Group ได้นำเสนอแนวคิดการ “ปลดล็อก” (Unlocked) ผ่านองค์ประกอบสำคัญสามประการ คือ เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัย ตัวบุคลากรที่เป็นผู้ถือครองกุญแจสำคัญ และจังหวะเวลาหรือแรงขับเคลื่อนที่เหมาะสม ซึ่งในปี 2026 นี้ถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่โลกการท่องเที่ยวต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้ระบบรวมศูนย์ควบคุมทุกอย่าง หรือจะร่วมมือกันสร้างพันธมิตรเพื่อกระจายโอกาสและสร้างนวัตกรรมที่แท้จริงให้เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภคทั่วโลก
ท่ามกลางตัวเลขการกระจายการท่องเที่ยวทั่วโลกที่พุ่งสูงถึง 32 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดการณ์ว่าจะครองส่วนแบ่งถึง 10% ของ GDP โลกในปี 2026 ภูมิภาค APAC และตะวันออกกลางคือหัวหอกสำคัญที่เติบโตเร็วกว่าภูมิภาคอื่นอย่างเห็นได้ชัด นี่คือเหตุผลที่ HBX Group เลือกใช้เวทีนี้ในการประกาศยุทธศาสตร์ “Red Cliff Pact” เพื่อสร้างแนวร่วมในการปกป้องตลาดจากการผูกขาดของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่มุ่งเน้นเพียงค่าคอมมิชชันสูงและการควบคุมอัลกอริทึมฝ่ายเดียว
ปลุกตำนาน ‘ผาแดง’ สร้างพันธมิตรสู้ศึกผูกขาดตลาด TravelTech
David Amsellem หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่าย ของ HBX Group ได้สร้างความฮือฮาด้วยการหยิบยกกลยุทธ์จากหน้าประวัติศาสตร์อย่าง “Red Cliff” มาเป็นบทเรียนในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน โดยเขาชี้ให้เห็นว่าในโลกธุรกิจที่ยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่รายพยายามเข้ามาควบคุมกฎเกณฑ์ทั้งหมด การใช้แรงปะทะโดยตรงอาจไม่ใช่ทางออก แต่การสร้าง “พันธมิตร” คือกุญแจสำคัญที่จะเอาชนะอำนาจผูกขาดได้ สิ่งที่เขากำลังเสนอไม่ใช่เพียงข้อตกลงทางการค้าทั่วไป แต่เป็น “พันธสัญญาร่วมกัน” เพื่อสร้างความสมดุลให้กับตลาด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอุตสาหกรรม Cloud Computing และการชำระเงินออนไลน์
สถานการณ์ปัจจุบันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเริ่มมีความเสี่ยงที่จะเกิดการผูกขาดโดยยักษ์ใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการควบคุมราคาที่สูงเกินจริงและจำกัดทางเลือกของผู้บริโภค Amsellem ย้ำว่าหากปล่อยให้เกิดการควบคุมแบบรวมศูนย์ สิ่งที่จะตามมาคือค่าธรรมเนียมที่สูงลิ่วและกฎเกณฑ์ที่เอื้อประโยชน์ต่อเจ้าของแพลตฟอร์มเพียงฝ่ายเดียว พันธสัญญา Red Cliff นี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความโปร่งใส การปกป้องความเสี่ยง และความเป็นหุ้นส่วนที่แท้จริง โดยเน้นการทำงานร่วมกันผ่านข้อมูลที่ใช้ร่วมกันและวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกัน เพื่อให้แน่ใจว่านวัตกรรมจะไม่ถูกทำลายโดยอำนาจของเงินทุนเพียงอย่างเดียว
ความสำคัญของการลงมือทำ “เดี๋ยวนี้” คือสิ่งที่ผู้นำ HBX Group ให้ความสำคัญสูงสุด เพราะในอีกเพียงไม่กี่เดือนข้างหน้า ตลาดการท่องเที่ยวจะถูกปรับโฉมใหม่โดยสมบูรณ์จากกลุ่มทุนใหญ่ การสร้างแนวร่วมในวันนี้จึงเป็นการชิงความได้เปรียบทางการแข่งขันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป โดยทางกลุ่มบริษัทได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะมอบความยืดหยุ่นและการสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่พันธมิตรที่เข้าร่วม โดยไม่มีบทลงโทษหากเป้าหมายบางอย่างไม่เป็นไปตามคาด แต่ต้องการความมุ่งมั่นในการทดสอบระบบและปริมาณธุรกิจที่แท้จริงเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้าพร้อมกัน
“นี่ไม่ใช่แค่การเป็นพันธมิตรทางการค้า แต่คือพันธสัญญา (Pact) เพื่อสร้างแนวร่วมในการปกป้องตลาดของเรา เพราะการเป็นพันธมิตรจะชนะเหนืออำนาจดิบเสมอ เราต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้” — David Amsellem, Chief Distribution Officer, HBX Group
เอเชียแปซิฟิก: เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลก
ในด้านภาพรวมตลาด Andrew Boocock ผู้อำนวยการฝ่ายขายส่งระดับภูมิภาค ของ HBX Group ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความร้อนแรงของตลาดในภูมิภาค MEAPAC (ตะวันออกกลาง เอเชียแปซิฟิก) โดยระบุว่าภูมิภาคนี้ไม่ใช่แค่ผู้ตามอีกต่อไป แต่คือ “ตัวขับเคลื่อนหลัก” ที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดที่พัฒนาแล้วอื่นๆ ทั่วโลก ด้วยมูลค่าอุตสาหกรรมที่สูงถึง 1.67 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภูมิภาคนี้กำลังสร้างกระแสการเดินทางใหม่ๆ และดึงดูดการลงทุนมหาศาลในด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ APAC โดดเด่นคือโครงสร้างประชากรที่มีนักเดินทางรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดใหญ่อย่าง จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย นักเดินทางกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการซื้อและบริโภคการท่องเที่ยวที่แตกต่างจากอดีต โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระดับที่สูงมาก ซึ่ง Boocock มองว่าเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการที่พร้อมจะปรับตัว ความท้าทายในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดหาห้องพัก แต่คือการเข้าใจและตอบสนองต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเดินทางยุคใหม่เหล่านี้ให้ทันท่วงที
นอกจากนี้ เทรนด์การจองแบบ “นาทีสุดท้าย” ยังกลายเป็นความจริงที่เกิดขึ้นอย่างถาวรในภูมิภาคนี้ เนื่องจากความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว Boocock ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีในภูมิภาคนี้มีความพร้อมมากในการรับมือกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือการจองซ้ำ หรือเทคโนโลยีการทำกำไรส่วนต่าง อย่างไรก็ตาม เขาแสดงความกังวลว่าหากไม่มีการควบคุมที่ดี การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงอาจทำลายกำไรของธุรกิจและสร้างพฤติกรรมการยกเลิกที่สูงเกินจำเป็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของทั้งอุตสาหกรรม
“APAC คือตัวขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตที่เหนือกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในขณะที่ตะวันออกกลางก็กำลังเร่งตัวแซงหน้าตลาดที่พัฒนาแล้วทุกแห่ง นี่คือภูมิภาคที่กำลังกำหนดทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวโลก” — Andrew Boocock, Wholesale Regional Director, HBX Group
จาก Web สู่ API: การปฏิวัติค้าปลีกและการท่องเที่ยวระดับลักชูรี
Stefano Zeni ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาค MEAPAC ได้เจาะลึกถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวระดับหรู เขาชี้ให้เห็นว่าในช่วงปีที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการใช้งานผ่านเว็บไซต์ ไปสู่ระบบ API อย่างสมบูรณ์ ซึ่งทำให้ธุรกิจค้าปลีกการท่องเที่ยวมีความรวดเร็วและเป็นดิจิทัลมากขึ้นกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การใช้ API ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความเร็ว แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ตัวแทนการท่องเที่ยวสามารถปรับแต่งผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
ในเซกเมนต์การท่องเที่ยวระดับหรู AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการจอง แม้ว่าผลิตภัณฑ์ระดับสูงจะมีความซับซ้อนมากเพียงใดก็ตาม Zeni เน้นย้ำว่าความสำเร็จในตลาดลักชูรียุคใหม่คือการผสมผสานระหว่าง “เทคโนโลยีขั้นสูง” และ “ความเชี่ยวชาญของมนุษย์” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่ต่อรองไม่ได้สำหรับธุรกิจระดับบนที่ต้องการสร้างความแตกต่างผ่านผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะตัวและการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศเพื่อปิดการขายให้สำเร็จ
สำหรับยุทธศาสตร์การเอาชนะใจลูกค้าในตลาดค้าปลีก Zeni ได้สรุปแนวทาง “3 Wins” ที่สำคัญ ประกอบด้วย 1. Win at Discovery: การยกระดับทั้งเนื้อหาและเทคโนโลยีเพื่อให้ลูกค้าค้นพบสิ่งที่ดีที่สุด 2. Win at Conversion: การขจัดอุปสรรคในขั้นตอนการจองให้หมดไป เช่น การมีสถานะห้องว่างแบบทันทีและระบบการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ และ 3. Win at Loyalty: ซึ่งสำคัญที่สุด คือการส่งมอบการสนับสนุนที่ไร้ที่ติหลังการเดินทางและความยืดหยุ่น พร้อมด้วยโปรแกรมรางวัลที่ดึงดูดใจเพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำและสร้างความภักดีต่อแบรนด์อย่างยั่งยืน
“ในเซกเมนต์ลักชูรี AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมขั้นตอนการจองอย่างสิ้นเชิง แต่หัวใจสำคัญคือการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของมนุษย์เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะขาดไม่ได้หากต้องการความสำเร็จในตลาดระดับบนวันนี้” — Stefano Zeni, Regional Sales Director MEAPAC, HBX Group
ก้าวต่อไปของ HBX Group: เปิดตัว ‘HBX Advisor’ ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์
นอกเหนือจากการประกาศพันธสัญญา Red Cliff แล้ว HBX Group ยังได้เปิดตัวหน่วยงานใหม่ที่ชื่อว่า HBX Advisor เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนพันธมิตรในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง นี่คือบริการที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่รวบรวมทรัพยากรที่ดีที่สุด ข้อมูลเชิงลึก และทีมงานที่ทุ่มเทเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการในระบบนิเวศการท่องเที่ยวสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการตอกย้ำว่า HBX Group ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ให้บริการเทคโนโลยี แต่ต้องการเป็น “หุ้นส่วนทางความคิด” ที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้า
David Amsellem ย้ำว่าการมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีการลงมือทำที่วัดผลได้จริง HBX Group ในฐานะบริษัทมหาชนให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ พันธกิจในระยะยาว และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย การปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ที่แบ่งเป็นฝั่งอุปทาน และอุปสงค์ อย่างชัดเจน จะช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอคุณค่าแบบ 360 องศา ทั้งในด้านโรงแรม บริการรับส่ง ทัวร์ กิจกรรม รวมถึงโซลูชันด้าน Fintech และ Insurtech ที่ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจ
สุดท้ายนี้ ผู้นำของ HBX Group ได้ฝากข้อความถึงผู้ประกอบการทั่วโลกให้มองข้ามเพียงแค่เรื่อง “ที่พัก” และหันมามองภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น แม้การแข่งขันจะรุนแรงและมีความท้าทายมากมาย แต่การรักษาจิตวิญญาณแห่งความสนุกและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันยังคงเป็นหัวใจของธุรกิจบริการ “Market Hub Asia 2026” จึงไม่ใช่แค่การประชุมธุรกิจ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืนและเปิดกว้างสำหรับทุกคน
#HBXGroup #MarketHubAsia2026 #TravelTech #RedCliffPact #APACEconomy #LuxuryTravel #TravelTrends2026 #EconomicNews #InnovationInTravel #GlobalTourism

