ท่ามกลางการฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในปี 2569 ผู้ประกอบการต่างต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นภาวะขาดแคลนแรงงานทักษะสูง หรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ การกลับมาของงาน THAIFEX – HOREC Asia 2026 ครั้งที่ 3 นี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงสินค้าทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐาน “ระบบปฏิบัติการ” และ “ทักษะฝีมือ” ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่จะตัดสินว่าใครจะเป็นผู้อยู่รอดและเติบโตในสมรภูมิธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ (HoReCa) ยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
ยุทธศาสตร์ใหม่แห่งวงการ HoReCa กับการมุ่งเน้นระบบปฏิบัติงานที่จับต้องได้
การจัดงานในปีนี้ระหว่างวันที่ 11 – 13 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมบริการกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดจากการขายเพียง “บริการ” ไปสู่การขาย “ประสิทธิภาพ” อย่างเต็มตัว เนื้อหาหลักของงานมุ่งเน้นไปที่การวางระบบปฏิบัติงานจริงในทุกฟันเฟืองของธุรกิจ ตั้งแต่การจัดระเบียบขั้นตอนในห้องครัวที่ซับซ้อน งานแม่บ้านที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ไปจนถึงกระบวนการชงกาแฟและการบริหารจัดการบุคลากรอย่างมีชั้นเชิง เพื่อตอบรับกับมาตรฐานความคาดหวังของผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2569 นี้
ในภาวะที่ต้นทุนการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้น ระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นคำตอบเดียวที่ยั่งยืน งานนี้จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรับมือกับความผันผวนของตลาดผ่านการนำเทคโนโลยีและวิธีการทำงานรูปแบบใหม่มาปรับใช้ ผู้ร่วมงานจะได้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไปจากการทำงานแบบเดิม ๆ สู่การใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติและการบริหารข้อมูลที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มผลกำไรในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ธุรกิจไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ
นอกจากนี้ งานยังให้ความสำคัญกับการ “บริหารคน” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่หายากที่สุดในปัจจุบัน โดยเน้นการฝึกอบรมและยกระดับทักษะแรงงานให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการบริการในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ THAIFEX – HOREC Asia 2026 กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคบริการของไทยให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง
การผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์ระดับโลกและผู้นำอุตสาหกรรมไทย
ความน่าสนใจของงานในปีนี้อยู่ที่การรวมตัวของแบรนด์ชั้นนำกว่า 600 แบรนด์ จาก 25 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยมีพาวิลเลียนนานาชาติจากมหาอำนาจด้านอาหารและบริการอย่าง อิตาลี จีน และสิงคโปร์ มาร่วมโชว์ศักยภาพอย่างคับคั่ง การที่แบรนด์เหล่านี้ตบเท้าเข้ามาจัดแสดงในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าไทยคือศูนย์กลาง (Hub) ที่แท้จริงของธุรกิจ HoReCa ในเอเชีย ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสนวัตกรรมจากผู้นำตลาดอย่าง Hoshizaki, UNOX และ Rational ที่จะมาพลิกโฉมการทำงานในครัวด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานและเวลา
ในฝั่งของผู้ประกอบการไทยก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีบิ๊กเพลเยอร์อย่าง GO Wholesale, CP Retailink และ AROMA นำทัพสินค้าและโซลูชันครบวงจรมาจัดแสดง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและรายใหญ่ให้เข้าถึงทรัพยากรระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการโชว์เคสงานดีไซน์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากแบรนด์ไทยชั้นนำ เช่น Deesawat และ Pasaya ที่เน้นการใช้วัสดุยั่งยืนและการปรับแต่งตามความต้องการ (Customization) ซึ่งเป็นเทรนด์หลักที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังมองหาในการเข้าพักโรงแรมหรือใช้บริการร้านอาหารในปี 2026
การเชื่อมโยงระหว่างซัพพลายเออร์ระดับโลกและผู้ผลิตในท้องถิ่นสร้างให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ผู้เข้าชมงานไม่เพียงแต่จะได้เลือกซื้ออุปกรณ์ แต่ยังจะได้พบกับ “พันธมิตร” ทางธุรกิจที่จะช่วยวางแผนการเติบโตไปด้วยกัน ตั้งแต่ระบบสุขอนามัยจาก Ecolab ไปจนถึงเครื่องชงกาแฟอัจฉริยะจาก Lavazza และ FRANKE ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จในธุรกิจบริการยุคนี้เกิดจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีระดับโลกและความเข้าใจในวัฒนธรรมบริการแบบท้องถิ่นได้อย่างลงตัวที่สุด
“ในปัจจุบันประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน คือสิ่งที่กำหนดความสำเร็จของธุรกิจบริการ ดังนั้น งาน THAIFEX – HOREC Asia จึงถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะและนำเสนอระบบปฏิบัติงานที่เหมาะกับปัจจุบัน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในแต่ละวันของธุรกิจบริการ” — นายแมทเธียส คูเปอร์ (กรรมการผู้จัดการและประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โคโลญเมสเซ่)
Xperiential Zone: ถอดรหัสลับความสำเร็จผ่านประสบการณ์การลงมือทำจริง
ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ THAIFEX – HOREC Xperiential Zone ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ห้องปฏิบัติการมีชีวิต” ที่จำลองสภาพแวดล้อมการทำงานจริงในอุตสาหกรรมบริการมาไว้ในที่เดียว พื้นที่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าชมงานเห็นภาพการไหลเวียนของงาน (Workflow) ตั้งแต่หน้าบ้าน (Front of House) ไปจนถึงหลังบ้าน (Back of House) อย่างละเอียด การสาธิตการใช้งานเครื่องครัวมืออาชีพโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและเพิ่มมาตรฐานความสะอาดได้อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจเรื่องสุขอนามัยสูงสุด
ภายในโซนนี้ยังเน้นการเจาะลึกระบบการจัดการห้องครัวที่ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัว (Agility) โดยเน้นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและการลดของเสียจากอาหาร (Food Waste) ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนแฝงที่สูงที่สุดของธุรกิจร้านอาหาร ผู้เข้าร่วมจะได้เห็นการสาธิตระบบลอจิสติกส์ภายในและการจัดเก็บวัตถุดิบที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนภาพจำของห้องครัวที่วุ่นวายให้กลายเป็นพื้นที่การทำงานที่มีระบบระเบียบและทรงประสิทธิภาพ ประสบการณ์แบบ Interactive เช่นนี้ช่วยให้การตัดสินใจลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นเรื่องที่ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับเจ้าของธุรกิจ
นอกจากนี้ ความเป็น “Interactive” ยังรวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปฏิบัติงานโดยตรง เพื่อขอคำปรึกษาในการปรับปรุงธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบซักรีดสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก หรือการจัดการคิวในร้านคาเฟ่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น การมองเห็นปัญหาและแนวทางแก้ไขผ่านสถานการณ์จำลองจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการยกระดับมาตรฐานบริการของไทยให้เทียบเท่าระดับสากลได้อย่างรวดเร็ว

THAIFEX – HOREC Academy: แหล่งบ่มเพาะวิสัยทัศน์จากผู้นำระดับโลก
หากระบบปฏิบัติการคือร่างกาย วิสัยทัศน์และการจัดการก็คือสมองของธุรกิจ THAIFEX – HOREC Academy จึงถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนความรู้และกลยุทธ์จากตัวจริงในวงการ โดยปีนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงอย่างคุณริคาร์โด้ เบารอตโต้ จาก GO Wholesale และคุณนิดา วงศ์พันเลิศ จาก 137 Pillars Hotels & Resorts ที่จะมาร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นผลกำไรที่ยั่งยืน รวมถึงมุมมองจากยักษ์ใหญ่อย่าง Grab Thailand ที่จะมาเจาะลึกเรื่องการปรับตัวของธุรกิจบริการในโลกดิจิทัล
นอกจากการบรรยายเชิงกลยุทธ์แล้ว ยังมี Workshop Zone ที่เน้นการฝึกทักษะเฉพาะด้าน (Hard Skills) ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดแรงงานปัจจุบัน นำทีมโดยเชฟวิลเมนต์ ลีออง และเชฟจัสติน แทน ที่จะมาถ่ายทอดเทคนิคการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพและการทำเบเกอรี่ขั้นสูง รวมถึงมาสเตอร์คลาสไวน์และการฝึกอบรมบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ ซึ่งการพัฒนาทักษะเหล่านี้ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับบริการ (Value Added) ที่จะสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในสายตาของผู้บริโภค
การเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์อย่างคุณปัทมาวลัย รัตนพล จาก S&P Syndicate ยังช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของการสร้างความยั่งยืนในธุรกิจที่มีสาขาจำนวนมาก การเรียนรู้ใน Academy แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การนั่งฟังบรรยาย แต่เป็นการจุดประกายทางความคิดเพื่อนำไปปรับใช้จริง เพื่อให้ธุรกิจบริการไม่เพียงแค่ดำเนินไปได้ในแต่ละวัน แต่ต้องก้าวไปสู่ความเลิศในทุกมิติของการปฏิบัติงาน
ฉลองนวัตกรรมและไอศกรีม 500 รสชาติ: เมื่อความคิดสร้างสรรค์มาบรรจบกับธุรกิจ
การเชิดชูนวัตกรรมเป็นอีกหนึ่งแกนหลักของงานผ่านรางวัล THAIFEX – HOREC Innovation Awards ที่ปีนี้เน้นพิจารณาจากประสิทธิภาพการใช้งานจริง ความสะดวกในการติดตั้ง และผลกระทบต่อความยั่งยืน รางวัลนี้เปรียบเสมือนเข็มทิศที่บอกเทรนด์ในอนาคตว่า นวัตกรรมที่จะอยู่รอดได้ต้องไม่ใช่แค่ความล้ำสมัย แต่ต้องช่วยแก้ปัญหา (Pain Point) ของผู้ประกอบการได้จริง เช่น การประหยัดพลังงานในระบบซักรีดหรือความแม่นยำของระบบจัดการหลังบ้าน
อีกหนึ่งสีสันที่เป็นไฮไลต์สำคัญคือ ‘SCOOP 500’ โดย I-Cream Solutions ซึ่งเป็นการเปิดโลกธุรกิจไอศกรีมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ด้วยการรวบรวมไอศกรีมกว่า 500 รสชาติและรูปแบบมาให้ลิ้มลอง กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่การชิมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นการโชว์เคสเบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจไอศกรีมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งแต่การคิดค้นรสชาติ การเลือกใช้วัตถุดิบ ไปจนถึงเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ที่สนใจจะขยายธุรกิจเดิมหรือเริ่มต้นธุรกิจของหวานอย่างครบวงจร
กิจกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรม HoReCa ในปี 2026 ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของปัจจัยสี่ แต่เป็นการสร้าง “ประสบการณ์” ที่มีชีวิตชีวา นวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและแนวคิดจาก SCOOP 500 จะกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการกล้าที่จะแตกต่างและนำเสนอสิ่งใหม่ให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง Loyalty ในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย
ผนึกกำลัง Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ: ความต่างที่ลงตัวระหว่าง HOREC และ ANUGA
หลายคนอาจตั้งคำถามถึงความแตกต่างระหว่าง THAIFEX – HOREC Asia และ THAIFEX – Anuga Asia ในปี 2026 นี้ คำตอบคือการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างนิเวศธุรกิจที่ไร้รอยต่อ โดยงาน HOREC ที่จัดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ จะเน้นหนักไปที่ “เครื่องมือ” “ทักษะ” และ “การจัดการ” เพื่อให้ธุรกิจรันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เปรียบเสมือนการสร้างรากฐานและโครงสร้างอาคารที่แข็งแกร่งสำหรับการดำเนินงานรายวันในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร
ในขณะที่ THAIFEX – Anuga Asia จะเป็นเวทีสำหรับการ “เจรจาการค้า” และ “การสรรหาวัตถุดิบ” (Sourcing) ในระดับสากล ซึ่งเน้นการขยายขนาดธุรกิจและการส่งออกเป็นหลัก ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ ในการจัดทั้งสองงานนี้ ถือเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารและบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางเดียวที่นักธุรกิจทั่วโลกต้องมาเยือน
การแบ่งแยกบทบาทของทั้งสองงานอย่างชัดเจนช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถวางแผนเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างตรงจุด ใครที่มองหาการเพิ่มประสิทธิภาพในร้านหรือโรงแรมของตนเองต้องไม่พลาดงานในเดือนมีนาคมนี้ เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่จะได้เห็นโซลูชันด้านระบบปฏิบัติงานที่ทันสมัยที่สุดก่อนใคร เพื่อนพารากราฟสุดท้ายคือการยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำด้าน HoReCa ของโลกอย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 นี้เอง
เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อก้าวกระโดดสู่ความสำเร็จ
ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าชมงานและเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์หลักของการจัดงาน และสำหรับสื่อมวลชนที่ต้องการเจาะลึกทุกแง่มุม สามารถร่วม Media Tour เพื่อสัมผัสประสบการณ์พิเศษที่หาไม่ได้จากที่ไหน
-
ลงทะเบียนเข้าชมงาน: https://registration.thaifex-horec.asia/event/TFHA26
-
ลงทะเบียนสื่อมวลชน: https://forms.gle/s24dJRDS5CSqfhNC8
-
รายละเอียดเพิ่มเติม: www.thaifex-horec.asia และ www.thaifex-anuga.com
#THAIFEXHORECAsia2026 #HoReCaNextGen #ธุรกิจโรงแรม #ระบบร้านอาหาร #นวัตกรรมบริการ #TheReporterAsia #GlobalServiceStandard #ThailandTourism2026

