เซ็นทรัล รีเทล ทุ่ม 1.8 หมื่นล้าน ผงาดค้าปลีกอาเซียน ปูพรมไทย-เวียดนาม

เซ็นทรัล รีเทล ทุ่ม 1.8 หมื่นล้าน ผงาดค้าปลีกอาเซียน ปูพรมไทย-เวียดนาม

เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “Innovation in Action” ซึ่งถือเป็นเข็มทิศหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ทะยานสู่ความสำเร็จในปีนี้ โดยเตรียมทุ่มงบลงทุนมหาศาลกว่า 18,000 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมลุยตลาดหลักทั้งในประเทศไทยและเวียดนามอย่างเต็มสูบเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค

ความสำเร็จของ เซ็นทรัล รีเทล ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นฐานรากอันสำคัญที่ส่งต่อมายังแผนการดำเนินงานในปีนี้ โดยเฉพาะการปรับโฟกัสธุรกิจให้มาให้น้ำหนักกับตลาดไทยและเวียดนามซึ่งเป็นขุมพลังหลัก โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายระหว่างไทยและเวียดนามอยู่ที่ 80:20 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลและการกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเข้าถึงใจผู้บริโภคในเวียดนามยังเห็นผลเด่นชัดจากการขยายฐานสมาชิก The 1 ที่มียอดผู้ใช้งานทะลุ 4.3 ล้านรายไปแล้วอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้ามากที่สุด

สำหรับการก้าวต่อไปในปี 2569 นี้ ทางเซ็นทรัล รีเทล มองว่าเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” หรือปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายแต่ก็มาพร้อมกับโอกาสมหาศาล โดยบริษัทฯ ยังคงสานต่อยุทธศาสตร์ “New Heights, Next Growth” เพื่อยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานใหม่ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงาน การปรับตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาฐานที่มั่นเดิม แต่ยังเป็นการสร้าง New Growth Engine ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจให้ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เซ็นทรัล รีเทล ยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในทุกย่างก้าวของการดำเนินธุรกิจ เราจะไม่หยุดนิ่งในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและตรงใจ ตอกย้ำภาพผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งไทยและระดับภูมิภาค บนเจตนารมณ์ ‘Retail & Wholesale for All


เจาะลึกกลยุทธ์ Innovation in Action พลิกโฉมค้าปลีกยุคใหม่

แกนหลักประการแรกของกลยุทธ์ในปีนี้คือการ “Uplift Customer Experience” หรือการอัปเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อในทุกช่องทางออมนิแชแนล หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 2568 ด้วยยอดขายออนไลน์ที่เติบโตขึ้นถึง 14% ในปีนี้ CRC จึงมุ่งเน้นการเชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์ให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันมากขึ้น ผ่านการพัฒนาพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว การปรับปรุงบรรยากาศร้านค้าให้มีความทันสมัย และการเพิ่มเทคโนโลยี Self-Checkout เพื่อความรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์อย่างโซนอาหารและเกมเพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาใช้บริการที่หน้าร้านมากขึ้น

ในส่วนของการปรับโฉมแบรนด์และสินค้าภายใต้วิสัยทัศน์ “Reinvent Concepts And Merchandise” เซ็นทรัล รีเทล ได้วางแผนพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์เชิงลึกของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในเวียดนาม ที่มุ่งเน้นการยกระดับสินค้า Private Label และกลุ่มอาหารพร้อมทานในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ให้มีคุณภาพสูงและราคาเข้าถึงง่าย ขณะที่ในไทยจะเน้นการนำเข้าแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากทั่วเอเชีย และการเร่งขยายร้านบิวตี้สเปเชียลตี้สโตร์อย่าง KIS & LOOKS เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย Young & Mainstream ที่มีความต้องการสินค้าความงามที่หลากหลายและทันสมัย

อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักคือ “Drive Operational Excellence” หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้วยเทคโนโลยีระดับสูง โดยเฉพาะการนำระบบ AI และ One Data Platform เข้ามาใช้จัดการข้อมูลลูกค้าในรูปแบบ Single View ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ เข้าใจพฤติกรรมการซื้อที่ซับซ้อนและนำเสนอคูปองส่วนลดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) ได้อย่างแม่นยำ ระบบนี้ยังรวมไปถึงการบริหารจัดการสต็อกสินค้าและการจัดส่งที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่ดุเดือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เซ็นทรัล รีเทล


ไทวัสดุ และ Auto 1 หัวหอกสำคัญกลุ่มฮาร์ดไลน์ที่โตสวนกระแส

หากพูดถึงธุรกิจดาวเด่นที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำรายได้ให้กับกลุ่ม CRC ในช่วงที่ผ่านมา คงต้องยกให้ “ไทวัสดุ” ผู้นำเบอร์ 1 ในตลาด DIY Home Retailer ของเมืองไทย ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์เติบโตต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2568 สามารถกวาดยอดขายไปได้กว่า 43,000 ล้านบาท แม้ว่าสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีความซบเซาบ้าง ปัจจุบันไทวัสดุมีเครือข่ายครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วไทย ด้วยจำนวนสาขากว่า 89 แห่ง และครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 25% ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์อย่างเหนียวแน่น

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจ New Growth Engine ที่น่าจับตามองอย่าง “Auto 1” ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ก็มีการเร่งเครื่องขยายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับกับความต้องการของผู้ใช้รถในไทย โดยในปี 2568 ได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มถึง 13 แห่ง รวมเป็น 53 แห่งทั่วประเทศ และสำหรับแผนงานในปี 2569 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะขยายสาขาแบบเท่าตัวให้ครบ 106 แห่ง การปูพรมสาขาบนทำเลศักยภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งตอบโจทย์การดูแลรักษารถยนต์ที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การตรวจเช็คสภาพไปจนถึงการเปลี่ยนอะไหล่คุณภาพสูง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงตามจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น

การเติบโตของกลุ่มฮาร์ดไลน์ภายใต้การบริหารของ CRC ไม่ได้เป็นเพียงการขยายจำนวนสาขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการใช้กลยุทธ์ที่เน้นความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคท้องถิ่น การที่ไทวัสดุและ Auto 1 สามารถครองใจลูกค้าได้นั้น มาจากการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพและการนำเสนอสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่ระดับช่างมืออาชีพไปจนถึงกลุ่มผู้ที่รักการตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง ความแข็งแกร่งในจุดนี้ทำให้กลุ่มฮาร์ดไลน์กลายเป็นเสาหลักที่ช่วยพยุงและผลักดันให้ภาพรวมของเซ็นทรัล รีเทล มีความมั่นคงและพร้อมสำหรับการขยายตัวสู่ตลาดอาเซียนในขั้นต่อไป


เปิดโรดแมปการลงทุนปี 2569 ขยายสาขาไทย-เวียดนามเต็มกำลัง

ภายใต้งบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาทในปีนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้ประกาศแผนขยายสาขาอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่รวมทั้งหมด 22-26 แห่ง และรีโนเวทสาขาเดิมอีก 7 แห่งเพื่อความทันสมัย สำหรับประเทศไทยจะมีการเปิดท็อปส์เพิ่ม 8-10 สาขา, โก โฮลเซลล์ 2 สาขา และไทวัสดุอีก 3-5 สาขา การขยายตัวนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ในกรุงเทพฯ แต่ยังกระจายไปยังหัวเมืองต่างจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อให้แบรนด์ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในทุกพื้นที่ตามเจตนารมณ์ “Central to Life”

ทางด้านตลาดเวียดนามซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญไม่แพ้กัน CRC ได้วางแผนเชิงรุกด้วยการเตรียมเปิดศูนย์การค้า GO! เพิ่ม 1 แห่ง พร้อมด้วยไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! อีก 2 แห่ง และซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กอย่าง Mini go! อีก 6 แห่ง การเน้นขยาย Mini go! สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การเจาะเข้าสู่ชุมชนและย่านที่พักอาศัยเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคได้สะดวกยิ่งขึ้น แผนการขยายตัวที่ครอบคลุมทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่และร้านค้าขนาดเล็กนี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงข่ายค้าปลีกของ CRC ในเวียดนามให้ยากที่คู่แข่งจะตามทัน

จากแผนการดำเนินงานทั้งหมดนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้ตั้งเป้าหมายทางการเงินในปี 2569 ไว้อย่างท้าทาย โดยคาดการณ์รายได้จะเติบโตที่ 4-5% และ EBITDA เติบโตอยู่ที่ 5-7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัดเพื่อให้มีโครงสร้างเงินทุนที่พร้อมรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งการปรับตัวโดยการขายกิจการที่ไม่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์อย่างห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเตในอิตาลีในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ก็เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรทรัพยากรใหม่เพื่อมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูงสุดในเอเชียอย่างแท้จริง


#CentralRetail #CRC #InnovationInAction #ไทยวัสดุ #ค้าปลีกไทย #ธุรกิจเวียดนาม #เศรษฐกิจ2026 #TheReporterAsia

Related Posts