ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่หมุนเร็วเกินกว่าใครจะคาดคิด ยักษ์ใหญ่ระดับตำนานที่ยืนหยัดคู่เมืองไทยมานานกว่า 4 ทศวรรษอย่าง “MSC” กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ในงาน Opportunity Day Year End 2025 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ภาพรวมที่ปรากฏไม่ใช่แค่การรายงานตัวเลขผลประกอบการธรรมดา แต่คือการประกาศกร้าวถึงการทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ จากเดิมที่หลายคนจดจำในฐานะตัวแทนจำหน่ายฮาร์ดแวร์ สู่การเป็น “AI Solutions Navigator” ที่พร้อมนำพาองค์กรไทยข้ามผ่านมหาสมุทรแห่งความผันผวนดิจิทัล ด้วยกลยุทธ์ที่เฉียบคมและฐานรากที่แข็งแกร่งกว่าที่เคย
เจาะลึกงบปี 68: เมื่อซอฟต์แวร์ผงาดค้ำรายได้ ทลายกรอบฮาร์ดแวร์เดิม
หากจะวิเคราะห์สุขภาพทางการเงินของบริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น (MSC) ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเป็นปีแห่งการ “เปลี่ยนผ่าน” อย่างแท้จริง โดยบริษัทสามารถทำรายได้รวมเติบโตขึ้น 3% หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นประมาณ 235 ล้านบาท ซึ่งหัวใจสำคัญของการเติบโตนี้ไม่ได้มาจากสินค้าแบบเดิมๆ แต่มาจากการรุกคืบในส่วนของธุรกิจซอฟต์แวร์ การบริการ และโซลูชันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เริ่มผลิดอกออกผลอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในภาพรวมกำไรสุทธิจะดูเหมือนปรับตัวลดลงถึง 34% หรือหายไปประมาณ 87 ล้านบาท แต่นักลงทุนระดับเซียนย่อมมองออกว่านี่คือ “ผลกระทบเชิงเทคนิค” จากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปี 2567 ซึ่งมีการรับรู้รายได้พิเศษจากการชนะคดีความและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นการลดลงนี้จึงไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นการกลับสู่ฐานกำไรจากการดำเนินงานจริงที่กำลังขยายตัว
สิ่งที่น่าสนใจและต้องขีดเส้นใต้ไว้สองเส้น คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของรายได้ (Revenue Mix) ที่สะท้อนให้เห็นว่า MSC กำลังเดินมาถูกทางตามเทรนด์โลก โดยรายได้จากฝั่งซอฟต์แวร์พุ่งทะยานขึ้นถึง 14% สวนทางกับรายได้ฝั่งฮาร์ดแวร์ที่หดตัวลง 7% ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากพฤติกรรมขององค์กรยุคใหม่ที่เลิกแบกรับต้นทุนการซื้ออุปกรณ์ชิ้นใหญ่ แล้วหันไปซบตักบริการแบบ Cloud และ Subscription มากขึ้น ซึ่งข้อดีของโมเดลนี้คือการสร้าง Recurring Revenue หรือรายได้ต่อเนื่องที่ช่วยให้กระแสเงินสดของบริษัทมีความเสถียรและพยากรณ์ได้แม่นยำกว่าในระยะยาว
เมื่อพิจารณากำไรขั้นต้นที่ยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้ที่ 0.4% ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน ทำให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพของทีมบริหาร แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความกดดัน แต่กลุ่มธุรกิจที่เป็นเรือธงใหม่อย่าง Business Application, Data และ AI กลับเติบโตโดดเด่นถึง 20% ตามมาด้วย Cloud Business ที่โต 15% และ Managed Services ที่โต 5% ตัวเลขเหล่านี้คือบทพิสูจน์ว่า MSC ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายของ แต่เป็น “ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์” ที่เข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของกระบวนการทำธุรกิจของลูกค้าได้อย่างแนบเนียน
กางแผนยุทธศาสตร์ปี 69: รุกตลาด Enterprise ชูธง AI และ Automation
ก้าวต่อไปในปี 2569 ของ MSC คือการยกระดับองค์กรให้กลายเป็นหน่วยรบที่คล่องตัวสูงผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นกลุ่มธุรกิจย่อย (SBU) เพื่อดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในแต่ละโซลูชันออกมาให้ถึงขีดสุด การปรับกระบวนทัพครั้งนี้จะทำให้บริษัทสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ลึกซึ้งและรวดเร็วกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Cybersecurity, Data Analytics หรือ Cloud Transformation โดยเป้าหมายหลักในปีนี้คือการเจาะตลาดกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่าง พลังงาน (Energy) สุขภาพ (Healthcare) และภาครัฐ (Government) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในระดับสากล
ความโดดเด่นของแผนงานปีนี้ คือการวางตำแหน่งตัวเองเป็น “Long-term Partner” มากกว่าจะเป็นเพียงคู่ค้าชั่วคราว MSC ตั้งเป้าที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการลงทุนด้าน IT (IT Investment Planning) ร่วมกับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ลูกค้าจ่ายไปจะคุ้มค่าและตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด นอกจากนี้ บริษัทยังได้เสริมความแข็งแกร่งผ่านการสร้างระบบนิเวศพันธมิตร (Ecosystem) กับเจ้าของเทคโนโลยีระดับโลก โดยไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีทักษะทางเทคนิค แต่ลึกไปถึงการร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อสร้างโซลูชันที่แตกต่างและไม่มีใครเลียนแบบได้ง่ายๆ ในตลาดประเทศไทย
อีกหนึ่งประเด็นที่มองข้ามไม่ได้คือการนำนวัตกรรม AI เข้ามาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนองค์กรลูกค้า โดย MSC มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) และการนำระบบ Automation เข้ามาอุดรอยรั่วในกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่ม Productivity และ Cost Efficiency ให้กับทั้งลูกค้าและภายในองค์กรเอง การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติจะไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่มันคือทางรอดในยุคที่ค่าแรงพุ่งสูงและขาดแคลนแรงงานทักษะ ซึ่ง MSC เตรียมพร้อมที่จะส่งมอบโซลูชันเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานของบริษัทไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานโลก
ความยั่งยืนที่จับต้องได้: หัวใจคือคน และมาตรฐาน ESG ระดับ AA
ในยุคที่ความน่าเชื่อถือมีค่ามากกว่าตัวเลขในบัญชี MSC ภายใต้การนำของ นายสุรเดช เลิศธรรมจักร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานธุรกิจ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนผ่านกรอบแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นที่ประจักษ์ด้วยคะแนน ESG Rating ในระดับ AA และการได้รับการรับรอง CGR ในระดับดีเลิศ (5 ดาว) รวมถึงการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC) สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงโล่ประกาศเกียรติคุณ แต่เป็นเครื่องยืนยันว่าทุกกระบวนการทำงานของบริษัทมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนสถาบันและคู่ค้าระดับโลกใช้ในการตัดสินใจเลือกพันธมิตร
นอกเหนือจากตัวเลขและเทคโนโลยีแล้ว “คน” คือฟันเฟืองที่ MSC ให้ความสำคัญที่สุด โดยในปี 2569 บริษัทมีแผนพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคนรุ่นใหม่ (Next Generation) ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำองค์กรในอนาคต การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง จะเป็นแรงดึงดูดให้คนเก่งๆ เข้ามาร่วมงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งมอบความสำเร็จต่อลูกค้าองค์กรในยุคดิจิทัลอย่างไม่หยุดยั้งตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา
บทสรุปของการพบปะผู้ลงทุนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่า MSC กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเติบโตครั้งใหม่ ความชัดเจนในทิศทางธุรกิจที่มุ่งเน้น High-Margin Services และ AI ผนวกกับฐานลูกค้าเดิมที่เหนียวแน่นและการบริหารจัดการที่โปร่งใส ทำให้ MSC กลายเป็นหุ้นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปี 2569 นี้ ซึ่งทางผู้บริหารได้ตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่าความสำเร็จของบริษัทต้องเติบโตไปพร้อมกับสังคมและลูกค้าอย่างแท้จริง
“เมโทรซิสเต็มส์ไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ธุรกิจ และชุมชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในอนาคต” — นายสุรเดช เลิศธรรมจักร์
#TheReporterAsia, #MSC, #MetroSystems, #OppDay, #DigitalTransformation, #AISolutions, #CloudComputing, #ITBusinessThailand, #ESG, #StockMarketThailand, #TechnologyTrends2026

