SKY หนุน ม.เกษตร ทุ่ม 30 ล้าน เปิด SKY Aviation Lab พัฒนาคนการบิน

SKY หนุน ม.เกษตร ทุ่ม 30 ล้าน เปิด SKY Aviation Lab พัฒนาคนการบิน

เมื่ออุตสาหกรรมการบินระดับโลกกลับมาโบยบินอย่างเต็มพิกัดอีกครั้งหลังจากผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ ประเทศไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคจึงต้องเร่งเครื่องปรับตัวขนานใหญ่เพื่อก้าวสู่การเป็น “Aviation Hub” อย่างเต็มตัว ล่าสุดได้เกิดปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษา เมื่อบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ผู้นำด้าน Aviation Tech ผนึกกำลังกับภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดตัว “SKY Aviation Lab” ห้องปฏิบัติการสนามบินอัจฉริยะที่ทันสมัยที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย โดยโครงการนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเตรียมพร้อมบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

การเปิดตัว SKY Aviation Lab ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ แต่เป็นการยกเอา “เทคโนโลยีสนามบินระดับโลก” มาไว้ในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อให้นิสิตได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงผ่านระบบที่ใช้งานอยู่ในสนามบินชั้นนำทั่วประเทศ โครงการนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) มาร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงวิสัยทัศน์ถึงอนาคตของการบินไทย โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการเป็นศูนย์กลางการบินไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาสร้างความเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อหรือ Seamless Connectivity

ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการศึกษาและวิจัยด้านการบิน SKY ได้ตัดสินใจลงทุนงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท ในการจัดหาอุปกรณ์และติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูงภายใน SKY Aviation Labเพื่อจำลองสถานการณ์และกระบวนการทำงานจริงภายในสนามบินมาไว้ในมือของนิสิตวิศวกรรมศาสตร์ การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการตอบโจทย์ความต้องการแรงงานทักษะสูงในตลาดงานที่กำลังขาดแคลน โดยเฉพาะในส่วนของงานด้านการจัดการเทคโนโลยีสนามบินที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและการตัดสินใจภายใต้สภาวะที่ซับซ้อน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศการบิน (Aviation Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

เจาะลึก SKY Aviation Lab พื้นที่จำลองอนาคตการบินด้วยงบ 30 ล้านบาท

หัวใจสำคัญของ SKY Aviation Labคือการจำลอง “Passenger Journey Simulation Zone” ซึ่งเป็นการออกแบบพื้นที่ให้เหมือนกับสถานการณ์จริงที่ผู้โดยสารต้องเผชิญตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้าสู่สนามบินจนถึงขั้นตอนการขึ้นเครื่อง (Boarding) ภายในแล็บจะมีการติดตั้งระบบเช็กอินและออกตั๋วผู้โดยสารอัตโนมัติ หรือ Common Use Passenger Processing System (CUPPS) ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานสากลที่ SKY ได้พัฒนาและติดตั้งใช้งานจริงใน 13 สนามบินทั่วประเทศไทย การที่นิสิตได้ฝึกปฏิบัติกับซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เหล่านี้จะช่วยให้พวกเขามองเห็นภาพรวมของ Data Flow และการจัดการทรัพยากรในสนามบินได้อย่างลึกซึ้ง

นอกเหนือจากระบบเช็กอินแล้ว แล็บแห่งนี้ยังครอบคลุมถึงเทคโนโลยีการคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า หรือ Advance Passenger Processing System (APPS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงที่ช่วยตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารกับฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว การเรียนรู้ผ่านระบบจริงจะช่วยให้นิสิตเข้าใจถึงความสำคัญของ Cybersecurity และการจัดการ Big Data ในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นทักษะที่บริษัทสายการบินและผู้บริหารท่าอากาศยานทั่วโลกกำลังต้องการอย่างเร่งด่วน โดยแล็บนี้จะเปิดโอกาสให้มีการลองผิดลองถูกในพื้นที่ปลอดภัย (Sandbox) ก่อนที่จะออกไปเผชิญกับการทำงานในสนามบินจริงที่มีความกดดันสูง

เป้าหมายของการทุ่มงบประมาณ 30 ล้านบาทในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อซื้ออุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดมาตั้งไว้ แต่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างมีประสิทธิภาพ นิสิตและอาจารย์สามารถใช้ข้อมูลและระบบในแล็บเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ หรือแก้ไขปัญหา (Pain Points) ที่เกิดขึ้นจริงในสนามบินในปัจจุบัน เช่น การลดระยะเวลาการรอคอยในแถวคิว หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate Management) ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจทั้งในด้านวิศวกรรมการบินและการจัดการเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กันไป

SKY Aviation Lab

วิสัยทัศน์ผู้นำ SKY ICT มุ่งสร้างบุคลากรสายพันธุ์ดิจิทัลเพื่อ Aviation Hub

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ได้กล่าวถึงความสำคัญของโปรเจกต์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า การก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินนั้นไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่ตัวอาคารหรือรันเวย์ได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัย “คน” ที่มีความเข้าใจในเทคโนโลยีอย่างถ่องแท้ SKY ในฐานะบริษัท Tech ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Aviation Tech as a Service จึงมองเห็นว่าการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดคือการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อผลิตบุคลากรที่มี DNA ของนักนวัตกรรมตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาเริ่มเรียน

“เราต้องการนำนวัตกรรมในสนามบินที่เป็น Futuristic มาใช้ให้เกิดขึ้นให้ได้ และแล็บนี้จะเป็นแล็บแรกของประเทศไทยที่เราจะนำไอเดียต่าง ๆ ที่เรานำมาจากทั่วทุกมุมโลก นำมาจำลองและใช้งานกันจริง เพื่อให้รู้ว่าเมื่อนำไปใช้จริงในสนามบินแล้วนั้น มันจะเกิดผลลัพธ์อย่างที่เราต้องการอย่างแท้จริงหรือไม่” — นายสิทธิเดช มัยลาภ

นอกจากนี้ นายสิทธิเดช ยังย้ำว่าการเติบโตของ SKY Group ในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความมั่นคงในการเป็นพันธมิตรระยะยาวกับภาครัฐและสถานศึกษา จากข้อมูลผลประกอบการที่แสดงให้เห็นถึงรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและการขยายตัวของธุรกิจไปยังกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ SKY มีขีดความสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีระดับสูงให้กับนิสิตเกษตรศาสตร์ได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้พวกเขากลายเป็น “New Gen Workforce” ที่พร้อมจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านอุตสาหกรรมการบินและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

AOT และ CAAT ประสานเสียง มาตรฐานและความปลอดภัยคือหัวใจหลัก

ในมุมมองของผู้บริหารท่าอากาศยาน นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ระบุว่าเป้าหมายการเป็น World-class Aviation Hubของไทยนั้น ต้องประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ ความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล การบริการที่เป็นเลิศ และความทันสมัยที่ยั่งยืน การมีห้องปฏิบัติการอย่าง SKY Aviation Labจะช่วยให้บุคลากรรุ่นใหม่เข้าใจถึงความซับซ้อนของ Operation ในสนามบินที่มีปริมาณผู้โดยสารมหาศาล ซึ่งปัจจุบันท่าอากาศยานดอนเมืองเพียงแห่งเดียวมีผู้โดยสารรวมกว่า 31.34 ล้านคนต่อปี การบริหารจัดการตัวเลขเหล่านี้ต้องการเทคโนโลยีที่แม่นยำและคนที่ใช้งานเป็น

“การบริการที่เป็นเลิศ ทันสมัย และยั่งยืน คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลกได้อย่างสง่างามในอนาคต” — นายศิโรตม์ ดวงรัตน์

ขณะที่ทางด้านสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) โดยนายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการฯ ได้ให้มุมมองถึงบทบาทของภาครัฐในการสนับสนุนและกากับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย การมีแล็บที่ทันสมัยเช่นนี้ช่วยให้การผลิตบุคลากรเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) กำหนดไว้ เพราะการฝึกฝนด้วยอุปกรณ์จริงจะทำให้นิสิตมีความระมัดระวังและเข้าใจในเรื่องความปลอดภัย (Safety) และการรักษาความปลอดภัย (Security) ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สุดของการบินพลเรือน

การประสานพลังระหว่างผู้คุมกฎ (CAAT) ผู้ให้บริการท่าอากาศยาน (AOT) และผู้ให้บริการเทคโนโลยี (SKY) ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงเป็นโมเดลที่สมบูรณ์แบบในการสร้าง ecosystem ทางการศึกษา นายสุทธิพงษ์เน้นย้ำว่า การที่ประเทศไทยจะเป็นฮับได้นั้น เราต้องมีความพร้อมในทุกมิติ ไม่ใช่แค่จำนวนเที่ยวบิน แต่คือความเชื่อมั่นจากนานาชาติว่าบุคลากรของเรามีคุณภาพและเทคโนโลยีของเรามีความเสถียรสูงสุด ซึ่ง SKY Aviation Labตอบโจทย์มิตินี้ได้อย่างตรงจุด

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับการปฏิรูปหลักสูตรวิศวกรรมการบินยุคใหม่

ผศ.ดร.นวทัศน์ กองสมุทร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่าการมี SKY Aviation Labเข้ามาตั้งอยู่ภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการเรียนการสอนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่นิสิตจะได้เห็นเพียงทฤษฎีในตำราหรือดูผ่านวิดีโอ ตอนนี้พวกเขาสามารถสัมผัสฮาร์ดแวร์จริงและซอฟต์แวร์จริงที่ใช้ในอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่ปี 1 จนถึงปี 4 โดยมีการออกแบบโปรแกรมการเรียนรู้ให้สอดรับกับแต่ละช่วงชั้น เพื่อให้นิสิตสะสมประสบการณ์และทักษะไปทีละขั้น

ในระดับชั้นปีที่ 1 และ 2 นิสิตจะได้ทำความรู้จักกับอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเห็นความสำคัญของอาชีพในอุตสาหกรรมการบิน พอเข้าสู่ชั้นปีที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นช่วงของการเจาะลึกด้าน Operation และ Management พวกเขาจะได้ใช้แล็บแห่งนี้ในการทำโครงงานวิจัย (Research Project) หรือการจำลองสถานการณ์ที่มีโจทย์จากปัญหาจริงในสนามบินมาให้แก้ ซึ่งจะช่วยฝึกทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (Critical Thinking) และการทำงานร่วมกันเป็นทีมในสถานการณ์เสมือนจริง

ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มุ่งหวังว่า SKY Aviation Labจะไม่เป็นเพียงแค่ห้องเรียน แต่จะเป็นศูนย์กลางการวิจัย (Research Hub) ที่สร้างผลงานนวัตกรรมให้กับประเทศ ด้วยงบประมาณ 30 ล้านบาทที่ SKY สนับสนุน อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดเพื่อผลิต “วิศวกรการบินพันธุ์ใหม่” ที่ไม่เพียงแต่ซ่อมเครื่องบินเป็นหรือออกแบบโครงสร้างเป็น แต่ยังต้องเชี่ยวชาญในระบบ Digital Integration ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของสนามบินอัจฉริยะในปัจจุบันและอนาคต

ก้าวต่อไปของไทยสู่ฮับการบินโลก บนรากฐานความร่วมมือที่ยั่งยืน

การเกิดขึ้นของ SKY Aviation Lab คือเครื่องพิสูจน์ว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่นิ่งเฉยในการแข่งขันระดับภูมิภาค ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทยเลือกที่จะพัฒนาทั้ง “โครงสร้างพื้นฐาน” และ “สมอง” ไปพร้อมๆ กัน ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนอย่าง SKY ICT มีความจริงจังที่จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมและชาติ โดยการลงทุนในสิ่งที่ประเมินค่าเป็นเงินได้ยากอย่างการศึกษา แต่จะส่งผลตอบแทนมหาศาลในรูปของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ในอนาคตอันใกล้ เราจะเริ่มเห็นนิสิตที่ผ่านการฝึกฝนจากแล็บแห่งนี้เข้าไปแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของอุตสาหกรรมการบิน ไม่ว่าจะเป็นในสายการบินชั้นนำ ผู้บริหารจัดการท่าอากาศยาน หรือบริษัทเทคโนโลยีด้านการบิน ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้คำว่า “Aviation Hub” ไม่ใช่เพียงแค่สโลแกนขายฝัน แต่เป็นความจริงที่จับต้องได้และขับเคลื่อนด้วยฝีมือคนไทยอย่างภาคภูมิใจบนเวทีโลก

สุดท้ายนี้ ความสำเร็จของโครงการ SKY Aviation Lab จะเป็นต้นแบบ (Role Model) ให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ในการเข้ามามีส่วนร่วมกับภาคการศึกษา เพราะในโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีหมุนไปอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้เพียงในห้องเรียนนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป การนำ “โลกความจริง” มาไว้ใน “โลกการศึกษา” คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพของคนรุ่นใหม่ และพาประเทศไทยไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

#SKY #SKYGROUP #สกายไอซีที #AviationHub #SKYAviationLab #วิศวกรรมการบิน #มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ #AviationTech #เศรษฐกิจไทย #อุตสาหกรรมการบิน #AOT #CAAT

Related Posts