ในยุคที่ความผันผวนทางเศรษฐกิจกลายเป็นปัจจัยหลักที่บีบบังคับให้ทุกองค์กรต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการต้นทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT Infrastructure กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหารทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากราคาฮาร์ดแวร์ที่ผันผวนตามค่าเงินและปัญหาด้านโซ่อุปทาน รวมถึงการขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลระบบที่มีความซับซ้อนสูง ส่งผลให้โมเดลการเป็นเจ้าของสินทรัพย์แบบเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ความคล่องตัวในการแข่งขันอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ในฐานะผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ HPE ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อเปิดตัวบริการใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ “VST ECS Co-Location As-a-Service” ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรมไอทีไทยที่มุ่งหวังจะปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบครบวงจรให้มาอยู่ในรูปแบบการเช่าใช้ หรือ End-to-End As-a-Service อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขจัดอุปสรรคด้านการลงทุนมหาศาลที่มักจะเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตขององค์กรในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน
แพลตฟอร์มอัจฉริยะนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอเซิร์ฟเวอร์หรือสตอเรจทั่วไป แต่เป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีระดับเอ็นเตอร์ไพรส์เข้ากับระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้พาร์ตเนอร์ดีลเลอร์และกลุ่ม System Integrator สามารถนำเสนอโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับลูกค้าองค์กรได้โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงด้านการลงทุนเบื้องต้น การขยับตัวในครั้งนี้ของ วีเอสที อีซีเอส จึงไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมล่าสุดได้ในราคาที่จับต้องได้และสอดคล้องกับการใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
พลิกโมเดลการลงทุนไอทีจากรายจ่ายก้อนใหญ่สู่ค่าใช้จ่ายตามจริง
หัวใจสำคัญของการเปิดตัวบริการ VST ECS Co-Location As-a-Service ในครั้งนี้ คือการมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหา Pain Point เรื่องต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในทุกมิติ ทั้งในส่วนของระบบจัดเก็บข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ และโครงสร้างพื้นฐานไอทีโดยรวม องค์กรในปัจจุบันไม่เพียงแต่ต้องจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อฮาร์ดแวร์ แต่ยังต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายแฝงในการบำรุงรักษา การอัปเกรดซอฟต์แวร์ และการจ้างงานบุคลากรไอทีที่มีทักษะสูง ซึ่งนับวันยิ่งหาได้ยากและมีค่าตัวที่สูงขึ้นตามความต้องการของตลาด การเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลเช่าใช้จึงเป็นคำตอบที่ตรงจุดที่สุดสำหรับธุรกิจที่ต้องการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความท้าทายนี้ว่า ในปัจจุบันพาร์ตเนอร์ดีลเลอร์และภาคธุรกิจต่างกำลังติดกับดักต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ การที่ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กลายเป็นภาระหนักที่บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขัน บริการ VST ECS Co-Location As-a-Service จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้พาร์ตเนอร์สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ง่ายขึ้น โดยเน้นการลดความซับซ้อนในการจัดการระบบและทำให้การบริหารงบประมาณมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
“โมเดลการให้บริการ VST ECS Co-Location As-a-Service ที่รวมโครงสร้างพื้นฐานไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และเปลี่ยนจากการลงทุนก้อนใหญ่ (CapEx) เป็นค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง พร้อมทั้งยังช่วยให้พาร์ตเนอร์สามารถนำไปต่อยอดให้บริการลูกค้าองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายสมศักดิ์ กล่าว
ผสานพลังเทคโนโลยี HPE และพันธมิตรความปลอดภัยระดับโลก
เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังของบริการนี้คือการเลือกใช้เทคโนโลยีชั้นนำจาก HPE ที่ครอบคลุมทั้งระบบประมวลผลและระบบจัดเก็บข้อมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยโครงสร้างหลักถูกขับเคลื่อนด้วย HPE Morpheus ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การบริหารจัดการในรูปแบบ Multi-Cloud เป็นไปได้อย่างราบรื่น รองรับการทำ Multi-Tenancy Governance ที่ช่วยให้การควบคุมดูแลทรัพยากรมีความปลอดภัยและโปร่งใส ทำงานควบคู่กับ HPE Private Cloud Business Edition บนสถาปัตยกรรมไฮเปอร์คอนเวิร์จแบบแยกส่วน หรือ disaggregated HCI ซึ่งให้อิสระในการขยายระบบตามการเติบโตของธุรกิจจริง

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งแล้ว วีเอสที อีซีเอส ยังได้เติมเต็มโซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลและความปลอดภัยไซเบอร์จากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกที่ทางบริษัทเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าองค์กร ประกอบด้วยระบบสำรองและกู้คืนข้อมูลที่รวดเร็วจาก Veeam ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Business Continuity ผสานกับโซลูชันความปลอดภัยไซเบอร์ประสิทธิภาพสูงจาก Fortinet และระบบป้องกันภัยคุกคามแบบเรียลไทม์จาก Kaspersky ที่สามารถตรวจจับมัลแวร์ ไวรัส และแรนซัมแวร์ ได้อย่างแม่นยำในทุกระดับของระบบเครือข่าย
ในแง่ของความคงทนต่อภัยคุกคามหรือ Operational Resilience แพลตฟอร์มนี้ยังได้นำสตอเรจระดับไฮเอนด์อย่าง HPE Alletra MP B10000 และ HPE StoreOnce เข้ามาปรับใช้ เทคโนโลยีเหล่านี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ Immutability ซึ่งเป็นการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่ไม่อาจถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วยป้องกันปัญหาเรื่องการถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ที่กำลังระบาดอย่างหนักในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี การรวบรวมเทคโนโลยีจากหลายแบรนด์ชั้นนำเข้ามาไว้ในจุดเดียวนี้เอง คือสิ่งที่ทำให้ VST ECS Co-Location As-a-Service กลายเป็นโซลูชันที่ครบจบในที่เดียวสำหรับองค์กรสมัยใหม่
ขับเคลื่อนด้วย AI และมุ่งเน้นความยั่งยืนตามมาตรฐาน ESG
อีกหนึ่งมิติที่สำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้คือการนำนวัตกรรม AI-Native เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบอย่างชาญฉลาด นายพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ของ HPE เปิดเผยว่าเทคโนโลยี GreenLake ของ HPE จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรมองเห็นการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยมีตัวชี้วัดด้านพลังงานที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริหารสามารถติดตามการใช้พลังงานและประเมินประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้อย่างแม่นยำ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ที่ทุกองค์กรต่างให้ความสำคัญในปัจจุบัน
ความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การประหยัดพลังงาน แต่ยังครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการวงจรชีวิตของสินทรัพย์ไอทีอย่างมีความรับผิดชอบ บริการนี้ยังรวมถึง HPE Asset Recovery & Recycling Services ซึ่งจะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการรีไซเคิลและกำจัดอุปกรณ์ไอทีที่หมดอายุการใช้งานอย่างถูกวิธี เพื่อลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นวิกฤตการณ์ระดับโลก การนำเสนอโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้จึงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพาร์ตเนอร์ในการนำไปเสนอต่อลูกค้าองค์กรที่ต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์และความยั่งยืนของธุรกิจไปพร้อมกับการพัฒนาทางเทคโนโลยี
ด้วยแนวคิดแบบ AI-Native ระบบจะสามารถเรียนรู้และวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงการจัดสรรทรัพยากรให้มีความเหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ลดการสิ้นเปลืองของทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้งาน (Idle Resource) ได้อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้ช่วยยืนยันว่าการเลือกใช้โมเดล As-a-Service ผ่านแพลตฟอร์มของ วีเอสที อีซีเอส และ HPE ไม่ได้เป็นเพียงการลดภาระด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้ก้าวหน้าไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว
เสริมศักยภาพ Partner Ecosystem สร้างโอกาสเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด
กลุ่มเป้าหมายหลักที่บริการ VST ECS Co-Location As-a-Service มุ่งเน้นคือเครือข่ายพาร์ตเนอร์ดีลเลอร์และ System Integrator (SI) ที่มีอยู่ทั่วประเทศ วีเอสที อีซีเอส มองว่าบทบาทของบริษัทในฐานะ Value-added Distributor คือการสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นสปริงบอร์ดให้พาร์ตเนอร์สามารถเติบโตไปพร้อมกับระบบนิเวศของเทคโนโลยีได้อย่างมั่นคง โดยพาร์ตเนอร์สามารถนำโซลูชันระดับเอ็นเตอร์ไพรส์เหล่านี้ไปต่อยอดและส่งมอบให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ทันที ช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาโครงการ (Time-to-Market) และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดและสนับสนุนพาร์ตเนอร์ในช่วงเริ่มต้น วีเอสที อีซีเอสได้จัดทำโปรโมชันพิเศษที่เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก โดยในปีแรกจะไม่มีการคิดค่าบริการใดๆ สำหรับบริการหลัก และในปีที่สองจะคิดค่าบริการเพียง 50% เท่านั้น บริการพื้นฐานที่รวมอยู่ในข้อเสนอนี้ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และโซลูชันประมวลผลจาก HPE ทั้งหมด นอกจากนี้พาร์ตเนอร์ยังสามารถเลือกติดตั้งบริการเสริม หรือ Add-on อื่นๆ เพิ่มเติมได้ตามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นระบบ Firewall, Endpoint Security หรือระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆ เพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์เฉพาะด้านได้อย่างสมบูรณ์
การลงทุนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการวางรากฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไอทีในประเทศไทย ที่จะเปลี่ยนจากการแข่งกันที่ราคาฮาร์ดแวร์ มาเป็นการแข่งกันที่ความสามารถในการสร้างสรรค์โซลูชันและการให้บริการที่มีคุณค่า ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของ วีเอสที อีซีเอสที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 และมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผนึกกำลังกับนวัตกรรมระดับโลกจาก HPE จึงมั่นใจได้ว่าบริการ Co-Location As-a-Service นี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถฟันฝ่าวิกฤตต้นทุนและเติบโตได้อย่างสง่างามในอนาคต
#VSTECS #HPE #CoLocationAsAService #DigitalTransformation #ITInfrastructure #HPEGreenLake #HybridCloud #CyberSecurity #ESG #BusinessSustainability #ThaiEconomy2026

