หัวเว่ย คลาวด์ พลิกโฉม ประกันไทย ทะยานสู่ยุคทองแห่งเอไอและดิจิทัล

หัวเว่ย คลาวด์ พลิกโฉม ประกันไทย ทะยานสู่ยุคทองแห่งเอไอและดิจิทัล

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลที่เชี่ยวกราก อุตสาหกรรมประกันภัยไทยกำลังยืนอยู่บนทางแพร่งสำคัญระหว่างการยึดติดกับระบบเดิมหรือการกระโจนเข้าสู่โลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์เนทีฟ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในสมรภูมิใหม่ที่ข้อมูลและความรวดเร็วคือหัวใจหลักของการอยู่รอด การผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกและผู้นำอุตสาหกรรมประกันภัยในประเทศ จึงเปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน


ยุทธศาสตร์ใหม่ประกันภัยไทย: เมื่อคลาวด์และเอไอไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่คือทางรอด

หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ได้ประกาศศักดาในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ผ่านการจัดงานฟอรัมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้บริหาร โดยร่วมมือกับสมาคมประกันชีวิตไทย เพื่อดึงดูดผู้นำด้านเทคโนโลยีและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทประกันชั้นนำกว่า 30 แห่งเข้าร่วมระดมสมอง งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะสังสรรค์ทั่วไป แต่เป็นพื้นที่สะท้อนความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของประเทศไทยให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างระบบที่มีความยืดหยุ่น ขยายตัวได้ง่าย และมีความปลอดภัยสูงสุด

ภายในงานฟอรัมนี้ ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเจาะลึกเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยที่ต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาสนทนาคือแนวทางการนำคลาวด์และ AI มาปรับปรุงระบบประกันภัยหลัก (core systems) ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการดำเนินงานและทำให้บริษัทประกันสามารถรองรับความผันผวนของตลาดรวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน

เป้าหมายสูงสุดของงาน Huawei Insurance Day คือการวางตำแหน่งให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันสำหรับอุตสาหกรรมนี้ การสนับสนุนจากหัวเว่ยจะช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นและรองรับการขยายตัวในอนาคตได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน


ทลายข้อจำกัดระบบดั้งเดิม: การก้าวข้าม AS/400 สู่สถาปัตยกรรมคลาวด์เนทีฟ

ความท้าทายใหญ่หลวงที่บริษัทประกันภัยกำลังเผชิญคือแรงกดดันจากการใช้ระบบเดิมหรือ Legacy Systems เช่น AS/400 ซึ่งเริ่มไม่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุคที่ต้องการความรวดเร็วแบบเรียลไทม์ ปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลและความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการบริการที่ฉับไวและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องเร่งปรับปรุงระบบเพื่อยกระดับความสามารถในการให้บริการ หัวเว่ย คลาวด์ จึงเข้ามามีบทบาทในการนำเสนอโซลูชันที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านจากระบบเก่าไปสู่สถาปัตยกรรมคลาวด์เนทีฟที่ทันสมัยกว่า

โซลูชันสำหรับการปรับปรุงระบบประกันภัยหลักที่หัวเว่ยนำเสนอนั้น ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทประกันสามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว (Time-to-market) ความยืดหยุ่นของระบบที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงแต่ช่วยลดความซับซ้อนในการดูแลรักษา แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์โดยรวมของลูกค้าให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การย้ายฐานข้อมูลและระบบงานสำคัญขึ้นสู่คลาวด์เนทีฟจึงเปรียบเสมือนการปลดล็อกพันธนาการทางเทคโนโลยีที่เคยขัดขวางนวัตกรรม

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้นำเสนอศักยภาพแบบครบวงจรที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงโซลูชันเฉพาะทางสำหรับธุรกิจประกันภัย เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับระบบที่มีความสำคัญสูงต่อธุรกิจ (Mission-Critical Systems) โดยเฉพาะ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการทำงานจะมีความต่อเนื่องและไม่มีการหยุดชะงัก ซึ่งถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับธุรกิจที่ต้องดูแลความมั่นคงทางการเงินและชีวิตของผู้คน


GaussDB: หัวใจหลักของฐานข้อมูลระดับองค์กรที่มีความสำคัญสูง

หนึ่งในพระเอกของงานคือ GaussDB ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลระดับองค์กรของหัวเว่ยที่ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกและในประเทศไทย GaussDB ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่หนักและมีความสำคัญระดับสูงสุด ด้วยประสิทธิภาพที่สูง ความปลอดภัยที่เข้มงวด และความน่าเชื่อถือที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในเวทีระดับนานาชาติ สิ่งนี้ช่วยตอบโจทย์บริษัทประกันภัยที่ต้องการระบบฐานข้อมูลที่สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย

ความโดดเด่นของ GaussDB คือความสามารถในการทำงานข้ามหลายดาต้าเซ็นเตอร์ (Multi-Data Center) บนหัวเว่ย คลาวด์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในจุดใดจุดหนึ่ง ระบบยังคงสามารถดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อการให้บริการลูกค้า ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่บริษัทประกันภัยในยุคดิจิทัลต้องมีเพื่อสร้างความเชื่อใจให้กับผู้ถือกรมธรรม์

การผสานเทคโนโลยีฐานข้อมูลขั้นสูงนี้เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ทรงพลัง ทำให้หัวเว่ยสามารถส่งมอบบริการที่มีความหน่วงต่ำและความเสถียรสูง เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่ทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลประกันภัยและการเคลมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรมีความเฉียบคมยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา


วิสัยทัศน์แห่งการเปลี่ยนแปลงและพันธมิตรที่ไว้วางใจ

“การทรานส์ฟอร์มดิจิทัลได้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัย หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งมั่นสนับสนุนบริษัทประกันในการสร้างบริการดิจิทัลที่แข็งแกร่ง โดยผสานโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เทคโนโลยีฐานข้อมูลขั้นสูง และโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า” — นางปิยะธิดา อิทธิระวิวงศ์ ประธานกรรมการ หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย

คำกล่าวของนางปิยะธิดาสะท้อนถึงจุดยืนที่ชัดเจนของหัวเว่ยในการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภาคธุรกิจประกันภัย การมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพการดำเนินงานและประสบการณ์ลูกค้าเป็นหลัก ทำให้โซลูชันของหัวเว่ยเข้าถึงหัวใจของปัญหาที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญอยู่ ความมุ่งมั่นนี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจ “In Thailand, For Thailand” ที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับสังคมและเศรษฐกิจของไทย

หัวเว่ย คลาวด์
นายหวง หู ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชัน จาก Sinosoft

ในขณะเดียวกัน นายหวง หู ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันจาก Sinosoft ได้ร่วมยืนยันถึงความสำเร็จจากการร่วมมือกับหัวเว่ย คลาวด์ ในการปรับปรุงระบบประกันภัยให้ทันสมัย นายหวง หู ระบุว่าประสบการณ์ที่กว้างขวางของ Sinosoft เมื่อผนึกกำลังกับโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูงของหัวเว่ย ได้ช่วยให้หลายองค์กรประสบความสำเร็จในการยกระดับเสถียรภาพของแพลตฟอร์มหลัก พร้อมรองรับการขยายตัวในระยะยาวอย่างมั่นคง

การรวมจุดแข็งระหว่างความเชี่ยวชาญในโดเมนธุรกิจประกันภัยของ Sinosoft และนวัตกรรมคลาวด์ของหัวเว่ย ถือเป็นโมเดลความสำเร็จที่น่าจับตา กรณีศึกษาที่ถูกนำเสนอในฟอรัมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีไม่ได้มีไว้เพื่อโชว์ความล้ำสมัยเท่านั้น แต่ต้องสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้โจทย์ทางธุรกิจได้จริง และช่วยให้บริษัทประกันในไทยพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงในอนาคตได้อย่างเต็มภาคภูมิ


ก้าวต่อไปของหัวเว่ย คลาวด์: ปักหมุดอันดับ 2 และพันธกิจเพื่อประเทศไทย

หัวเว่ย คลาวด์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นหน้าใหม่ แต่เป็นผู้ให้บริการ Public Cloud ระดับนานาชาติรายแรกที่จัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ภายในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีถึง 3 Availability Zones เพื่อรองรับความเสถียรสูงสุด ความแข็งแกร่งนี้ได้รับการยืนยันโดยรายงานของ Gartner ที่ระบุว่า หัวเว่ย คลาวด์ครองอันดับ 2 ในตลาด Infrastructure as a Service (IaaS) ของประเทศไทยในด้านรายได้ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นที่ลูกค้าในไทยมีต่อแบรนด์นี้อย่างชัดเจน

ด้วยประสบการณ์ด้านไอซีทีกว่า 30 ปี หัวเว่ยได้ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้ง AI, Cloud-Native 2.0 และ Big Data เพื่อสนับสนุนหน่วยงานรัฐกว่า 40 แห่ง และองค์กรธุรกิจชั้นนำทั่วประเทศ การเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของหัวเว่ย มีเป้าหมายชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าสู่ทุกภาคส่วนเพื่อสร้างอนาคตที่เชื่อมต่อและชาญฉลาด

อุตสาหกรรมประกันภัยของไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่น่าตื่นเต้น โดยมีหัวเว่ย คลาวด์ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญอยู่เบื้องหลัง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีในงานฟอรัมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับประสิทธิภาพอุตสาหกรรมในภาพรวม ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้บริการประกันภัยทั่วประเทศ ให้ได้รับบริการที่ทันสมัย ปลอดภัย และตอบโจทย์ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

#HuaweiCloud #DigitalTransformation #InsuranceTech #AI #CloudNative #ThailandDigitalEconomy #GaussDB #Sinosoft #InThailandForThailand

Related Posts