เมื่อสมรภูมิเรียกรถไม่ได้สู้กันแค่ราคา แต่คือการซื้อใจผู้โดยสารผ่านงานบริการที่เหนือระดับ ลาลามูฟ จึงเดินหน้าปั้นซอฟต์สกิลคนขับเต็มสูบ รับยอดเติบโตถล่มทลาย
ยุทธศาสตร์การสร้างความต่างในยุคเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน
ในยุคที่เทคโนโลยีการเดินทางแบบออนดีมานด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองอย่างสมบูรณ์ในปี 2569 นี้ การแข่งขันในตลาด Ride-hailing ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การตัดราคาหรือการชิงส่วนแบ่งการตลาดผ่านโปรโมชั่นอีกต่อไป ลาลามูฟ (Lalamove) ในฐานะยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการส่งด่วนและรับส่งผู้โดยสาร ได้มองเห็นโอกาสสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับแพลตฟอร์มผ่านการยกระดับ “ทุนมนุษย์” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานบริการ โดยการจัดเวิร์กชอปพิเศษภายใต้แนวคิด “Serve with Care บริการด้วยใจ ใส่ใจทุกการเดินทาง” เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ Soft Skills ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับอย่างจริงจัง
กลยุทธ์ของลาลามูฟในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในจิตวิทยาผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหามากกว่าแค่ความสะดวกสบาย แต่ยังต้องการความปลอดภัย ความไว้วางใจ และประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกการเดินทาง การเสริมสร้างทักษะทางสังคมและการสื่อสารให้กับคนขับจึงไม่ใช่เพียงการอบรมตามระเบียบปฏิบัติทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐานทางวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งต่อไปยังพาร์ทเนอร์เพื่อให้พวกเขากลายเป็นตัวแทนแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด การสร้างมาตรฐานใหม่นี้ช่วยให้ลาลามูฟสามารถฉีกตัวออกจากคู่แข่งในตลาดได้อย่างชัดเจน โดยชูจุดเด่นเรื่องคุณภาพคนขับที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง
การมุ่งเน้นที่ Soft Skills ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์คนขับ และผู้ใช้งาน ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลดีต่อต้นทุนการบริหารจัดการและการรักษาฐานลูกค้า เมื่อพาร์ทเนอร์คนขับมีทักษะการบริการที่ดี โอกาสที่จะเกิดข้อร้องเรียนก็น้อยลง ในขณะที่อัตราการเรียกใช้บริการซ้ำจะเพิ่มสูงขึ้นตามความพึงพอใจที่ได้รับ นี่คือวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจที่แหลมคมของลาลามูฟในการสร้างระบบนิเวศของงานบริการที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ตัวเลขสะท้อนความสำเร็จและการเติบโตแบบก้าวกระโดด
ความสำเร็จของกลยุทธ์การให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการนั้นสะท้อนออกมาผ่านตัวเลขสถิติที่น่าทึ่ง โดยหลังจากที่ลาลามูฟได้เปิดตัวบริการ Lalamove Ride อย่างเป็นทางการ ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามียอดความต้องการเรียกใช้บริการเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า หรือเติบโตขึ้นกว่า 300% (Year-on-Year) เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างเดือนมกราคมปี 2569 กับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สูงเกินความคาดหมายและเป็นการตอกย้ำว่าผู้บริโภคให้การยอมรับและไว้วางใจในมาตรฐานที่ลาลามูฟนำเสนอมาโดยตลอด
การเติบโตที่พุ่งทะยานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยด้านการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการที่ลาลามูฟสามารถตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของผู้ใช้บริการได้ครบถ้วน ทั้งในเรื่องของความสะดวกรวดเร็ว ความง่ายในการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน และโครงสร้างราคาที่คุ้มค่าและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อปริมาณผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น ความท้าทายที่ตามมาคือการรักษามาตรฐานการให้บริการให้คงที่ ลาลามูฟจึงเลือกที่จะลงทุนกับการพัฒนาคนเพื่อรองรับการขยายตัวที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
เพื่อรับมือกับการเติบโตในอนาคต ลาลามูฟจึงไม่หยุดนิ่งที่จะยกระดับมาตรฐานพาร์ทเนอร์คนขับให้เข้มข้นยิ่งขึ้น การจัดกิจกรรมเวิร์กชอป “Serve with Care” จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานเชิงรุกที่ต้องการเตรียมความพร้อมให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถรับมือกับความต้องการที่หลากหลายของผู้โดยสารได้อย่างมืออาชีพ การที่แพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะระดับสูงให้กับแรงงานในระบบ Gig Economy เช่นนี้ ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเรียกรถในประเทศไทยที่มุ่งเน้นคุณภาพควบคู่ไปกับปริมาณ
เจาะลึกหลักสูตรปั้นคนขับสู่อาชีพบริการระดับพรีเมียม
รายละเอียดของเวิร์กชอปครั้งนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการดึงทีมวิทยากรชั้นนำอย่าง “จริตครูตุ้ย” ผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าด้านการพัฒนาบุคลิกภาพและการสื่อสารมาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ซึ่งเนื้อหาการอบรมนั้นครอบคลุมทุกมิติที่จำเป็นสำหรับงานบริการยุคใหม่ เริ่มต้นจากการปรับชุดความคิด (Mindset) เพื่อปลูกฝังพลังงานบวกและสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน เพราะลาลามูฟเชื่อว่าการบริการที่ดีต้องเริ่มมาจากภายใน เมื่อคนขับมีความสุขและภูมิใจในอาชีพของตนเอง พลังงานนั้นจะถูกส่งต่อไปยังผู้โดยสารโดยอัตโนมัติ
นอกจากเรื่องของทัศนคติแล้ว หลักสูตรยังเน้นหนักในเรื่องของหลักการบริการด้วยใจ (Service Mind) พร้อมฝึกฝนทักษะการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าและปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางได้อย่างใจเย็นและมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการดูแลภาพลักษณ์ (Self-care) ให้น่าเชื่อถือและสะอาดสะอ้าน ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ผู้โดยสารจะสัมผัสได้เมื่อก้าวขึ้นรถ ตลอดจนเทคนิคการใช้เสียงและการสื่อสาร (Voice & Communication) ที่ต้องมีความชัดเจน สุภาพ และถูกกาลเทศะ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีตลอดการเดินทาง
ในส่วนสุดท้ายของเวิร์กชอปยังมีการเน้นย้ำเรื่องมารยาท (Manners) ที่จำเป็นสำหรับการเป็นพาร์ทเนอร์คนขับมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวทักทาย การช่วยเหลือผู้โดยสาร หรือการเคารพความเป็นส่วนตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ในสายตาผู้ใช้งาน การฝึกอบรมที่ครบวงจรเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พาร์ทเนอร์คนขับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวพาร์ทเนอร์เองในฐานะบุคลากรสายงานบริการที่มีคุณภาพสูงในตลาดแรงงาน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: หัวใจสำคัญของประสบการณ์การเดินทาง
อ.ดร.อภิโชติ เกตุแก้ว หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ครูตุ้ย” ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสำคัญของ Soft Skills ในอุตสาหกรรมการขนส่งผู้โดยสารว่า ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความใกล้เคียงกัน สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจหนึ่งโดดเด่นขึ้นมาได้คือ “ประสบการณ์” ที่ลูกค้าได้รับ ซึ่งการขับรถให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยนั้นเป็นเพียงมาตรฐานพื้นฐานขั้นต่ำเท่านั้น แต่การสร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกันคือสิ่งที่ยากกว่าและต้องอาศัยทักษะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
“ปัจจุบันผู้โดยสารมีตัวเลือกมากมาย การสร้างความประทับใจไม่ใช่แค่การขับรถถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่วินาทีแรกที่รับผู้โดยสารขึ้นรถ เวิร์กชอปนี้จึงมุ่งพัฒนาทักษะวิชาชีพระยะยาวที่จำเป็นสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับ ครอบคลุมทั้งทัศนคติด้านการบริการ ความฉลาดทางอารมณ์ การสื่อสารอย่างชัดเจน และมารยาทที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ พร้อมสร้างความไว้วางใจให้แก่ผู้โดยสาร นำไปสู่ความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มโอกาสการใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่องในระยะยาว” — อ.ดร.อภิโชติ เกตุแก้ว (ครูตุ้ย)
ดร.อภิโชติ ยังเน้นย้ำอีกว่า ทักษะเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของบริษัทเท่านั้น แต่เป็นวิชาติดตัวที่พาร์ทเนอร์คนขับสามารถนำไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตและหน้าที่การงานในระยะยาวได้ ความฉลาดทางอารมณ์และการสื่อสารที่ดีจะช่วยลดความเครียดจากการทำงานบนท้องถนน และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับจากสังคม
เสียงสะท้อนจากพาร์ทเนอร์: ยกระดับรายได้ด้วยหัวใจบริการ
ทางด้านของพาร์ทเนอร์คนขับที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่าง นายอาทิตย์ ขำเจริญ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้ โดยระบุว่าความรู้ที่ได้นั้นสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงทันที โดยเฉพาะเรื่องของเทคนิคการสื่อสารที่ช่วยให้การสนทนากับผู้โดยสารเป็นไปอย่างลื่นไหลและสร้างความเป็นกันเองแต่ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจตลอดการเดินทางบนแพลตฟอร์มลาลามูฟ
“การอบรมครั้งนี้ช่วยเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการให้บริการ โดยเฉพาะด้านการสื่อสารและการมีหัวใจการให้บริการ ขอบคุณลาลามูฟที่จัดกิจกรรมดี ๆ เช่นนี้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อพาร์ทเนอร์คนขับอย่างมาก เมื่อผู้โดยสารรู้สึกสบายใจและเชื่อมั่นตลอดการเดินทาง ก็มีแนวโน้มกลับมาใช้บริการซ้ำมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้เสริมอย่างยั่งยืน” — นายอาทิตย์ ขำเจริญ พาร์ทเนอร์คนขับ Lalamove Ride
มุมมองของคุณอาทิตย์สะท้อนให้เห็นว่า พาร์ทเนอร์คนขับเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาตนเอง เพราะท้ายที่สุดแล้วคุณภาพการบริการที่ดีย่อมส่งผลโดยตรงต่อยอดรายได้และการรีวิวจากลูกค้า เมื่อระบบนิเวศของแพลตฟอร์มเต็มไปด้วยคนขับที่มีคุณภาพ ลูกค้าก็จะยิ่งหลั่งไหลเข้ามาใช้งาน ส่งผลให้พาร์ทเนอร์มีงานที่มั่นคงและมีรายได้ที่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้คนขับอยากคงมาตรฐานที่ดีเอาไว้ตลอดไป
วิสัยทัศน์สู่อนาคต: ก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในใจผู้บริโภค
ก้าวต่อไปของลาลามูฟหลังจากนี้คือการขยายผลจากการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ครอบคลุมพาร์ทเนอร์คนขับในวงกว้างมากยิ่งขึ้น กิจกรรม “Serve with Care” ไม่ใช่เพียงแค่โปรเจกต์ระยะสั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาในการพัฒนามาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ลาลามูฟเชื่อมั่นว่าการลงทุนในตัวบุคคลจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดในรูปแบบของความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในโลกธุรกิจปัจจุบัน
การขับเคลื่อนแบรนด์ผ่านแนวคิดการใส่ใจในทุกการเดินทาง จะเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริการ Lalamove Ride ก้าวขึ้นเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งในใจของผู้บริโภคไทย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน การไปทำธุระส่วนตัว หรือการเดินทางในยามค่ำคืน ความสม่ำเสมอของมาตรฐานการบริการที่ได้รับจากคนขับลาลามูฟจะเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของวิสัยทัศน์นี้ และเป็นการยกระดับอุตสาหกรรม Gig Economy ให้มีความเป็นมืออาชีพเทียบเท่ากับงานบริการระดับสากล
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการสร้างรายได้และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแบบมืออาชีพ ลาลามูฟยังคงเปิดรับพาร์ทเนอร์คนขับอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สนใจสามารถสมัครและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Lalamove Driver ซึ่งนอกจากจะได้ร่วมงานกับแพลตฟอร์มที่มีอัตราการเติบโตสูงแล้ว ยังจะได้รับโอกาสในการเข้าถึงหลักสูตรการพัฒนาตนเองที่หาไม่ได้จากที่อื่น เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ “ใส่ใจ” ไปพร้อมกับลาลามูฟ
#Lalamove #LalamoveRide #ServeWithCare #SoftSkills #บริการด้วยใจ #ลาลามูฟ #เรียกรถ #เศรษฐกิจดิจิทัล #พัฒนาบุคลิกภาพ #GigEconomy

