ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านสุขภาพที่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของคนไทย ซูเปอร์สปอร์ต (Supersports) ภายใต้การบริหารของบริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้ประกาศก้าวย่างสำคัญในปี 2569 ด้วยวิสัยทัศน์ “Move to A New Height” ซึ่งถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมค้าปลีกกีฬาของไทยและก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาระดับอาเซียน
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ธรรมดา แต่เป็นการทุ่มงบประมาณลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ การสร้างระบบนิเวศกีฬาที่ครบวงจร การวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่ให้เข้าถึงใจผู้บริโภคยุคใหม่ และการสร้างคอมมูนิตี้กีฬาที่ยั่งยืน เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลาที่เรียกว่า “Sports Era” หรือยุคทองของกีฬาที่กำลังจะมาถึง
ความสำเร็จในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2567-2568) เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของซูเปอร์สปอร์ตที่สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้สูงถึง 25% โดยมียอดขายเติบโตเฉลี่ยที่ 5% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมของตลาดค้าปลีกกีฬาทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จนี้คือความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการมองหาเพียงอุปกรณ์เพื่อการแข่งขัน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน ส่งผลให้มียอดขายรองเท้ารวมทุกหมวดหมู่ทะลุ 3 ล้านคู่ต่อปี และมียอดผู้เข้าใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์รวมกว่า 30 ล้านครั้งต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าการเชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อหรือ Omnichannel เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถรักษายอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปี 2569 นี้ ตลาดกีฬาในประเทศไทยได้รับแรงหนุนเชิงบวกจากอีเวนต์กีฬาระดับโลกและระดับเอเชียหลายรายการ ซึ่งซูเปอร์สปอร์ตมองเห็นเป็นโอกาสทองในการกระตุ้นความต้องการสินค้ากีฬาในวงกว้าง แผนการดำเนินงานจึงพุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนโฉมร้านค้าทั่วประเทศให้เป็นโมเดล “Store 3.0” เริ่มต้นจากการเปิดตัวแฟลกชิพสโตร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นร้านค้ามัลติแบรนด์กีฬาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การปรับโฉมครั้งนี้จะเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาผสานกับประสบการณ์จริงในร้าน เพื่อให้ลูกค้าไม่เพียงแต่เข้ามาซื้อสินค้า แต่ยังสามารถทดลองและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคนรักกีฬาได้อย่างแท้จริง
“เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงร้านขายอุปกรณ์กีฬา แต่เราคือแพลตฟอร์มที่จะช่วย Connect ทุกคนให้เข้ามาอยู่ใน Sports Ecosystem ได้อย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อมั่นว่าทุกความเคลื่อนไหวมีความหมาย และพร้อมจะขับเคลื่อนพลังของกีฬาให้เข้าไปอยู่ในหัวใจของทุกคนตลอดไป” — นายอเล็กซองต์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด
เจาะลึก 3 กลยุทธ์ ‘3-3-3’ พลิกโฉมอุตสาหกรรมค้าปลีกกีฬาไทย
กลยุทธ์แรกที่ซูเปอร์สปอร์ตนำเสนอคือ Integrated Sports Ecosystem ซึ่งมุ่งเน้นการขยายและอัปเกรดเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศ โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 2 แห่ง และรีโนเวทสาขาเดิมอีกกว่า 10 แห่งให้กลายเป็น Store 3.0 ภายในสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะการรุกตลาดต่างจังหวัดด้วยการเปิดตัวสาขาขอนแก่นที่มาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการในภูมิภาคให้ทัดเทียมกับกรุงเทพฯ ควบคู่ไปกับการอัปเกรดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซให้มีความฉลาดและสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า
กลยุทธ์ที่สองคือการปรับวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่ หรือ Brand Positioning ภายใต้แนวคิด “Move You, Move Sports” เพื่อให้กีฬาเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้สำหรับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่กำลังกลายเป็นกำลังซื้อสำคัญ การรีเฟรชแบรนด์ในครั้งนี้เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ผ่านการวิเคราะห์อินไซต์ในระดับเซกเมนต์ที่ละเอียดขึ้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาใช้ชีวิตแบบแอคทีฟมากขึ้น ซูเปอร์สปอร์ตต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก “ผู้ขายอุปกรณ์” มาเป็น “เพื่อนร่วมมูฟ” ที่พร้อมจะสนับสนุนทุกการเคลื่อนไหวของทุกคนไม่ว่าจุดประสงค์การเล่นกีฬาจะเป็นอย่างไร
กลยุทธ์ที่สามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Community & Society ซึ่งเป็นการสร้างสังคมกีฬาที่ก้าวหน้าผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและเข้าถึงคนทุกกลุ่มในระดับประเทศ ในปีที่ผ่านมาซูเปอร์สปอร์ตได้จัดกิจกรรมไปมากกว่า 331 งาน มีผู้เข้าร่วมกว่า 300,000 คน ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ได้ถึง 15% ในกลุ่ม Gen Z ในปีนี้แบรนด์ตั้งเป้าที่จะ Scale Up คอมมูนิตี้เหล่านี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงคนในสังคมเข้าด้วยกันและส่งต่อคุณค่าของกีฬาไปสู่วงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม
ปลดล็อก Insight ผู้บริโภค 5 กลุ่มหลัก: เพราะทุกการมูฟมีความหมาย
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซูเปอร์สปอร์ตได้เปลี่ยนจากการแบ่งกลุ่มตามประชากรศาสตร์ มาเป็นการแบ่งกลุ่มตามแรงจูงใจในการเล่นกีฬาหรือ Motivation-Based Segmentation ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ The Family Pillar คนที่เล่นกีฬาเพื่อสร้างกิจกรรมแห่งความสุขและดูแลคนในครอบครัว กลุ่มที่สองคือ The Urban Survivor คนเมืองที่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการพิชิตความท้าทายในชีวิตประจำวันและเพิ่มพลังงานในการทำงาน และกลุ่มที่สามคือ The Joy Reclaimer ที่เล่นกีฬาเพื่อความสนุกสนานและปลดปล่อยความเครียดจากกิจวัตรประจำวันที่หนักหน่วง
กลุ่มที่สี่คือ The Functional Optimizer หรือกลุ่มที่จริงจังกับการพัฒนาศักยภาพของตนเอง (Performance) มุ่งเน้นการทำลายสถิติและเอาชนะขีดจำกัดเดิมๆ และกลุ่มสุดท้ายคือ The Social Explorer กลุ่มที่เล่นกีฬาเพื่อพบปะมิตรภาพใหม่ๆ ค้นหาแรงบันดาลใจจากผู้คน และแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันในสังคม การเข้าใจแรงจูงใจที่แตกต่างกันนี้ช่วยให้ซูเปอร์สปอร์ตสามารถออกแบบแคมเปญการตลาดและคัดสรรสินค้าที่ตรงใจลูกค้าแต่ละรายได้อย่างแม่นยำ ภายใต้แนวคิด “ทำทุกมูฟให้เป็นกีฬา ด้วยนิยามในแบบคุณ”
นอกจากนี้ การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ยังทำผ่านกลยุทธ์ Community-Centric Retail ที่เปลี่ยนพื้นที่ขายของให้กลายเป็น Inclusive Hub ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวิร์กชอปเฉพาะทาง การเชื่อมต่อกับเหล่านักกีฬาและ Sporty KOLs หรือแม้แต่การสร้างพื้นที่ให้ลูกค้าได้เข้ามาทดลองสินค้าจริงก่อนการตัดสินใจ แนวทางนี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง ลดแรงกดดันในการเล่นกีฬา และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมใน Sports Community อย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำว่าทุกความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันล้วนมีคุณค่า
เสริมแกร่งด้วยแบรนด์ระดับโลกและพอร์ต Private Label ที่เข้าถึงง่าย
เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายของผู้บริโภค ซูเปอร์สปอร์ตได้รุกคืบในการบริหารแบรนด์ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ HEAD ที่เน้นกลุ่มกีฬาแร็กเกต (Racket Sports) ซึ่งเติบโตโดดเด่นถึง 26% ในปีที่ผ่านมา และ FILA ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Performance และ Lifestyle นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลิขสิทธิ์สโมสรฟุตบอลชั้นนำระดับโลกเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อดึงดูดฐานแฟนบอลไทยที่ยังคงเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและมีการเติบโตในกลุ่มสินค้าฟุตบอลถึง 10% การกระจายความหลากหลายของแบรนด์นี้ทำให้ซูเปอร์สปอร์ตกลายเป็นร้านค้าที่รวบรวมแบรนด์กีฬาครบทุกหมวดหมู่ที่สุดในที่เดียว
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการทำตลาดปี 2569 คือกลยุทธ์ Private Label Strategy ที่มุ่งพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองให้มีคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ โดยต่อยอดความสำเร็จจากหมวดวิ่ง ฟุตบอล และการออกกำลังกาย ไปสู่กลุ่ม Watersport, Outdoor และสินค้าสำหรับเด็กมากขึ้น แบรนด์อย่าง Energetics, PRO TOUCH, และ McKINLEY จะถูกผลักดันให้เป็นทางเลือกคุณภาพสำหรับผู้เริ่มเล่นกีฬาหรือผู้ที่มองหาความคุ้มค่า ซึ่งในสาขาต่างจังหวัด สินค้ากลุ่ม Private Label นี้สามารถสร้างสัดส่วนยอดขายได้สูงถึง 20% เลยทีเดียว
การเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Intersport จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยังช่วยเสริมศักยภาพในการคัดสรรและพัฒนาสินค้าเฉพาะตัว (Exclusive Brands) ที่หาซื้อได้ที่ซูเปอร์สปอร์ตเท่านั้น ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของความหลากหลายของสินค้า แต่ยังช่วยให้แบรนด์สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนและต้นทุนการผลิตที่ขยับตัวสูงขึ้น ทำให้ซูเปอร์สปอร์ตยังคงรักษาราคาจำหน่ายที่แข่งขันได้ในตลาด
เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI: หัวใจของการเชื่อมต่อประสบการณ์ไร้รอยต่อ
“ปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดกีฬาไทยมีความไดนามิกมากที่สุด เราจึงต้องเร่งเครื่องทรานส์ฟอร์มทุกพื้นที่ในสโตร์ให้มีชีวิตผ่านแนวคิด Store 3.0 เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือมาตรฐานเดิม และทำให้ซูเปอร์สปอร์ตเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและไลฟ์สไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ” — นายเล็น เลิศสุมิตรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด
ซูเปอร์สปอร์ตให้ความสำคัญกับการนำ Data และ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าผ่านระบบสมาชิก The One ซึ่งมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ช่วยให้การแนะนำสินค้าเป็นไปอย่างเฉพาะตัว เทคโนโลยีเด่นภายในร้าน Store 3.0 ได้แก่ เครื่องสแกนรูปเท้า 3 มิติ (3D Foot Scanning) ที่ช่วยให้นักวิ่งสามารถเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับสรีระเท้าได้อย่างแม่นยำ รวมถึงเครื่อง Simulator สำหรับกอล์ฟ และพื้นที่ทดลองสินค้าเฉพาะทางอื่นๆ ที่สร้างความแตกต่างจากการซื้อของออนไลน์เพียงอย่างเดียว
ในส่วนของช่องทางออนไลน์ซึ่งเติบโตสูงถึง 22-24% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซูเปอร์สปอร์ตได้มีการอัปเกรดแพลตฟอร์มให้มีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมเปิดตัว AI Chatbot ที่ทำหน้าที่เป็น Personal Shopper คอยให้คำแนะนำสินค้าที่ตรงตามความต้องการแบบเรียลไทม์ กลยุทธ์ Omnichannel นี้ทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์ผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เช่น การสั่งซื้อออนไลน์แล้วมารับสินค้าที่ร้าน หรือการใช้โปรโมชันร่วมกันผ่านแอปพลิเคชันอย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องคำนวณส่วนลดเอง
นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้ขยายรูปแบบคอนเทนต์ไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น Supersports Podcast และไลฟ์สไตล์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เพื่อสื่อสารกับกลุ่ม Gen Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การตลาดที่เน้นการสร้าง Engagement ผ่านคอนเทนต์ที่มีสาระและแรงบันดาลใจช่วยเปลี่ยนจากเพียงผู้ติดตามมาเป็นลูกค้าประจำ (Visit Rate เติบโต 33%) ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความล้ำสมัยของเทคโนโลยีต้องมาคู่กับการสื่อสารที่เข้าใจตัวตนของผู้บริโภคด้วย
มุ่งสู่ความยั่งยืน ESG: กีฬาที่เปลี่ยนโลกให้ดีกว่าเดิม
ความยั่งยืน (Sustainability) ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีที่ผ่านมาซูเปอร์สปอร์ตสามารถลดขยะพลาสติกได้มากกว่า 500 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 120 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ผ่านการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น งานวิ่ง Supersports 10 Mile ที่ใช้อุปกรณ์รักษ์โลก และแคมเปญ ‘May Move Up’ ที่ชวนให้ลูกค้านำรองเท้าคู่เก่ามาบริจาคเพื่อส่งต่อโอกาสให้กับผู้ที่ขาดแคลน
“จุดเปลี่ยนสำคัญในยุคนี้คือการเข้าใจ ‘แรงจูงใจ’ ที่แตกต่างของผู้คน การรีเฟรชแบรนด์ภายใต้ไอเดีย ‘ทำทุกมูฟให้เป็นกีฬา ด้วยนิยามในแบบคุณ’ จะช่วยทลายกำแพงเดิมๆ และทำให้กีฬาเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ได้กว้างขวางและยั่งยืนยิ่งขึ้น” — นางสาววิยะดา บูรณะภากรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด
แนวคิดเรื่อง Sports Equality หรือความเท่าเทียมในกีฬาก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ซูเปอร์สปอร์ตให้ความสำคัญ โดยมุ่งหวังให้กีฬาเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือกลุ่ม Silver Segment (ผู้สูงอายุ) การสร้างระบบนิเวศกีฬาที่ครอบคลุมนี้ไม่เพียงแต่สร้างผลกำไรทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าทางสังคมที่ยั่งยืน ซึ่งได้รับการยอมรับผ่านรางวัลสำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เช่น รางวัล Sport Retailer of the Year และรางวัลด้าน ESG
ผู้บริหารของซูเปอร์สปอร์ตทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่า แม้สภาพเศรษฐกิจโลกจะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หรือภาวะเงินเฟ้อ แต่พลังของกีฬานั้นมีความยืดหยุ่นสูง (Resilient) ตลาดสินค้ากีฬายังคงมีแรงส่งจากไลฟ์สไตล์รักสุขภาพที่แข็งแกร่ง และซูเปอร์สปอร์ตพร้อมจะยืนหยัดเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางที่เชื่อมต่อทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมกีฬาไทยให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง
#Supersports #MoveToANewHeight #MoveYouMoveSports #CentralRetail #CRCSports #SportsRetail #Store3.0 #SportsEcosystem #ThaiSportIndustry #GenZMarketing #SustainabilityInSports

