ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจผันผวนและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศ ได้เปิดตัวกิจกรรม Watsons House of Quality พร้อมประกาศจุดยืนเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยผ่านแคมเปญ #ถูกคงที่ดีคงเดิม ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตอกย้ำความเป็นพาร์ทเนอร์ที่ไว้วางใจได้ในชีวิตประจำวัน การขับเคลื่อนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดแสดงสินค้า แต่คือการประกาศศักดาในฐานะแบรนด์อันดับหนึ่งของเอเชียที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างลงตัว
กลยุทธ์ตรึงราคาฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจภายใต้แคมเปญ #ถูกคงที่ดีคงเดิม
ในสถานการณ์ที่อัตราเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน วัตสัน ได้แสดงบทบาทเชิงรุกด้วยการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับคนไทย แคมเปญ #ถูกคงที่ดีคงเดิม จึงไม่ใช่เพียงแค่การลดราคาชั่วคราว แต่คือการยืนหยัดรักษาระดับราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากกว่า 800 รายการ โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าวัตสัน (Watsons Brand) ที่ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนในครอบครัวจะสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพสูงได้ในราคาที่จับต้องได้จริง
การตัดสินใจตรึงราคาในครั้งนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและดึงดูดลูกค้าใหม่ที่กำลังมองหาความคุ้มค่าสูงสุด โดยผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมแคมเปญนั้นครอบคลุมทั้งกลุ่มสกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย และสินค้าเพื่อสุขอนามัยส่วนบุคคล ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน วัตสันมองว่าการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่อง “ราคาดี” และ “คุณภาพคงเดิม” จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์รักษากระแสเงินสดและยอดขายในช่วงวิกฤตค่าครองชีพ ในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้บริโภคในระยะยาวผ่านความจริงใจในการช่วยเหลือสังคม
นอกจากมิติทางด้านราคาแล้ว วัตสันยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เป็นอันดับหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าวัตสันกว่า 900 รายการได้รับการพัฒนาภายใต้มาตรฐานสากล การที่แบรนด์สามารถรักษาระดับราคาให้คงที่ในขณะที่ต้นทุนการผลิตทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพและการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งเสริมให้วัตสันยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดสุขภาพและความงามได้อย่างเหนียวแน่นแม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก
พลิกโฉมรีเทลสู่ Experience Destination ผ่าน Watsons House of Quality
การจัดกิจกรรม Watsons House of Quality ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการนำเสนอสินค้าในธุรกิจรีเทล โดยเปลี่ยนจากชั้นวางสินค้าแบบเดิมให้กลายเป็นการจำลองพื้นที่ภายในบ้านเพื่อสื่อสารความเป็น “พาร์ทเนอร์ในชีวิตประจำวัน” แนวคิดนี้มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า โดยแบ่งโซนการแสดงสินค้าตามห้องต่างๆ เช่น Master Bedroom ที่เน้นการดูแลตัวเองระดับพรีเมียม และ Master Bathroom ที่รวบรวมสินค้าสุขอนามัยที่จำเป็น การจัดงานในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มระยะเวลาที่ลูกค้าใช้กับแบรนด์ แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ผ่านบริบทการใช้งานจริงที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คน

คุณนวลพรรณ ชัยนาม กรรมการผู้จัดการ วัตสัน ประเทศไทย ได้กล่าวถึงทิศทางที่น่าสนใจว่า:
“House of Quality คือบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของวัตสันที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เรานำอินไซต์ของผู้บริโภคมาเป็นหัวใจในการพัฒนา จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้สินค้าตราวัตสันคือทางเลือกที่ไว้ใจได้สำหรับผู้บริโภคทุกคน และเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนพื้นที่รีเทลให้กลายเป็น Experience Destination ที่เชื่อมต่อความสุขและการดูแลตัวเองเข้าด้วยกันอย่างลงตัว”
วิสัยทัศน์ดังกล่าวสะท้อนถึงการปรับตัวของภาคธุรกิจที่ต้องก้าวไปไกลกว่าการขายของ แต่ต้องสร้าง “จุดหมายแห่งประสบการณ์” (Experience Destination) ที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึกของลูกค้า การใช้ข้อมูลอินไซต์ (Consumer Insight) มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กว่า 900 รายการ ทำให้วัตสันสามารถสร้างสรรค์โซลูชันความงามและสุขภาพแบบองค์รวมที่ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าดูแลเส้นผม น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งล้วนผ่านการคัดสรรสารสกัดจากธรรมชาติและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเป็นอย่างดีเพื่อตอบโจทย์ทุกคนในบ้าน
สถิติมหัศจรรย์ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของเอเชีย
ความสำเร็จของวัตสันไม่ได้วัดจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว แต่ถูกการันตีด้วยตัวเลขยอดขายที่น่าทึ่งจากทั่วภูมิภาคเอเชีย ข้อมูลในปี 2024 เผยให้เห็นว่าสินค้าตราวัตสันมียอดจำหน่ายที่สูงมากในทุกหมวดหมู่ เช่น ผลิตภัณฑ์มาสก์หน้าที่ขายได้ถึง 2 ชิ้นในทุกๆ 1 วินาที หรือสินค้าสำลีที่มียอดขายสูงถึง 84 ชิ้นต่อนาที ตัวเลขเหล่านี้เป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ (Brand Trust) และสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของระบบการจัดจำหน่ายที่มีมากกว่า 750 สาขาทั่วประเทศไทย รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มสุขอนามัยอื่นๆ ยังโชว์ศักยภาพที่โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยทิชชูเปียกสามารถขายได้มากกว่า 132 ชิ้นต่อนาที และแปรงสีฟันที่มียอดขายเฉลี่ย 1 ชิ้นในทุก 2 วินาที การเข้าถึงความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคด้วยมาตรฐานคุณภาพที่คงเดิมในราคาที่แข่งขันได้ คือหัวใจที่ทำให้วัตสันครองใจลูกค้าได้ในระดับภูมิภาค สถิติเหล่านี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ “Look Good, Do Good, Feel Great” ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจในระดับมหภาค เนื่องจากวัตสันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable Choices) ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญที่นักลงทุนและผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ เช่น ผลิตภัณฑ์กระดาษทิชชูที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความคุ้มค่าและความยั่งยืน การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อโลกควบคู่ไปกับยอดขายที่เติบโต คือโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนซึ่งวัตสันกำลังมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอกย้ำความเป็นตัวจริงในตลาดสุขภาพและความงามของเอเชียตลอดไป
เจาะลึกนวัตกรรมไฮไลท์จาก “ห้องนอน” สู่การดูแลที่เหนือระดับ
ภายใน House of Quality วัตสันได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ดาวเด่นที่สะท้อนถึงนวัตกรรมล้ำสมัยได้อย่างชัดเจน เริ่มจากห้อง Master Bedroom ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นความอ่อนโยนและประสิทธิภาพสูง เช่น “วัตสัน เอนเนอไจซิ่ง โทเมโท มาสก์” ที่ใช้เส้นใยพืชและใบบัวบก 100% ผสานกับสารสกัดจากมะเขือเทศเข้มข้นเพื่อปลุกผิวให้สดชื่น หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายอย่าง “ทาร์เกท โปร บาย วัตสัน” ที่มี HA ถึง 4 ชนิด ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่ผ่านการทดสอบทางผิวหนังอย่างเข้มงวด
นอกจากสกินแคร์แล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในโซน Workstation ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม วัตสันได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง “เดย์ไวต้า” ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับช่วงอายุที่แตกต่างกันตั้งแต่ 30+ ถึง 50+ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการวิตามินและพลังงานที่เปลี่ยนไปตามวัย รวมถึงคอลลาเจนแบบผงอย่าง “นูทริ 10,000” และ “แอล-กลูตา เบอร์รี่” ที่เน้นความสะดวกในการชงดื่มและไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล นวัตกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการสร้างสรรค์สินค้าที่ดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง
ความหลากหลายของสินค้ายังครอบคลุมไปถึงการสร้างเสน่ห์และความมั่นใจในชีวิตประจำวัน เช่น “เพียว บิวตี้ 95 คอมบูฉะ” เอสเซ้นส์เข้มข้นจากเกาหลีที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส และผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปากอย่าง “เบบี้ ทิ้นท์ โกลว์ ลิป บาล์ม” ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างมารูล่าออยล์และเชียร์บัตเตอร์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจรเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า แต่ยังเป็นการสร้าง Ecosystem ของการดูแลตัวเองที่สมบูรณ์แบบภายใต้แบรนด์เดียว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ได้อย่างยั่งยืน
มาตรฐานสุขอนามัยและความยั่งยืนใน Master Bathroom
ในส่วนของ Master Bathroom วัตสันเน้นย้ำถึงความเป็นมืออาชีพด้านผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยมีผลิตภัณฑ์เด่นอย่าง “เดอมาแอคชัน พลัส บาย วัตสัน” คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรน้ำที่ใช้เทคโนโลยี Double Micellar และน้ำประจุลบโมเลกุลเล็กเพื่อการทำความสะอาดล้ำลึก นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มผ้าอนามัย “เฟรช การ์ด พลัส” ที่ใช้เทคโนโลยีระบายอากาศและล็อคการซึมเปื้อน 360 องศา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคในเรื่องความนุ่มนวลและการป้องกันที่เหนือชั้น
การก้าวเข้าสู่ตลาดความงามสำหรับผู้ชายยังเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญ โดยวัตสันนำเสนอน้ำหอมเกรด Eau De Toilette อย่าง “นัวร์ พัว ออมม์” ที่ได้รับการรับรองจาก IFRA เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยและกลิ่นที่ติดทนนาน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่างถุงมือขัดผิวกายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน การมีสินค้าที่ครอบคลุมทุกความต้องการและทุกเพศสภาวะ ช่วยให้วัตสันสามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
สุดท้ายนี้ วัตสันยังคงมุ่งหน้าเป็นร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่า 750 สาขา และความมุ่งมั่นในการให้บริการด้วยมาตรฐานสากล การผนวกนวัตกรรม ความคุ้มค่า และการช่วยเหลือสังคมผ่านแคมเปญต่างๆ คือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าปลีกของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร วัตสันพร้อมจะยืนหยัดในฐานะเพื่อนที่รู้ใจและซัพพอร์ตทุกการดูแลตัวเองของคนไทยทุกคนให้ “Look Good, Do Good, Feel Great” ไปพร้อมกัน
#ถูกคงที่ดีคงเดิม, #WatsonsHouseOfQuality, #ของดีตราวัตสัน, #วัตสันรีวิว, #สู้ค่าครองชีพ, #WatsonsBrand, #AsiasNo1Brand, #รีเทลไทย, #เศรษฐกิจไทย, #นวัตกรรมความงาม

