ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17 (17th UOB Painting of the Year) ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนให้กับแวดวงศิลปะไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานการคัดเลือกเพื่อเฟ้นหาศิลปินที่มีศักยภาพพร้อมก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างแท้จริง ผ่านโครงข่ายการสนับสนุนที่เข้มแข็งและต่อเนื่องยาวนานที่สุดเวทีหนึ่งในอาเซียน
เวทีการประกวดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันเพื่อชิงรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรมที่สำคัญซึ่งเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2525 ก่อนจะขยายตัวครอบคลุม 5 ประเทศหลักในภูมิภาค ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม สำหรับประเทศไทยนั้น ยูโอบี ได้ทำหน้าที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางปัญญามานานถึง 17 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับศิลปินไทยให้มีตัวตนที่ชัดเจนในแวดวงศิลปะระดับภูมิภาคและระดับสากล ผ่านกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดและมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล
ความพิเศษของการประกวดในปีนี้คือการตอกย้ำภาพลักษณ์ “เหนือกว่าการประกวด” ด้วยการมุ่งเน้นการสนับสนุนศิลปินในระยะยาวผ่านเครือข่าย UOB Artist Alumni Network ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ศิลปินได้แสดงศักยภาพอย่างต่อเนื่องแม้การแข่งขันจะสิ้นสุดลงไปแล้ว โดยการสนับสนุนครอบคลุมทั้งการจัดนิทรรศการในต่างประเทศ การเข้าสู่โครงการศิลปินในพำนัก และการสร้างเครือข่ายวิชาชีพที่ช่วยให้ศิลปินสามารถยึดถือการสร้างสรรค์งานศิลปะเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน
มาตรฐานใหม่ของการเฟ้นหาศิลปินอาชีพและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมศิลปะ
สำหรับการประกวดจิตรกรรม ยูโอบี ครั้งที่ 17 นี้ ธนาคารได้มีการปรับปรุงเกณฑ์การรับสมัครครั้งสำคัญโดยกำหนดอายุผู้สมัครตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป เพื่อมุ่งเน้นการสนับสนุนกลุ่มศิลปินที่มีความตั้งใจในการพัฒนาเส้นทางวิชาชีพอย่างจริงจังและมีความพร้อมในการก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพมากขึ้น การปรับเกณฑ์นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการจัดสรรทรัพยากรและโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อมในการต่อยอดในระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพของผลงานที่ได้รับรางวัลให้เป็นที่ยอมรับในมาตรฐานระดับประเทศและภูมิภาคอย่างสอดคล้องกัน
ในส่วนของประเภทศิลปินอาชีพ (Established Artist Category) ยูโอบีได้ยกระดับความเข้มข้นของคุณสมบัติผู้สมัคร โดยกำหนดให้ศิลปินต้องมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์อย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ เช่น การเคยมีผลงานในสังกัดแกลเลอรีเชิงพาณิชย์ เคยจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวหรือกลุ่ม หรือเคยได้รับรางวัลจากการประกวดระดับประเทศและนานาชาติมาก่อน การกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้ศิลปินอาชีพได้รับการพิจารณาผลงานร่วมกับผู้ที่มีประสบการณ์ในระดับใกล้เคียงกัน สร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เน้นคุณภาพและความเป็นเลิศทางศิลปะที่แท้จริง
นอกจากเกณฑ์การตัดสินที่เข้มข้นแล้ว กระบวนการส่งผลงานยังคงยึดหลักการดำเนินงานอย่างยั่งยืนโดยการเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์เพียงช่องทางเดียวเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการขนส่งในรอบแรก โดยเปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ศิลปินสามารถนำเสนอแนวคิดและเทคนิคได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดหัวข้อ แต่จำกัดเทคนิคที่ต้องไม่ใช่ศิลปะดิจิทัลหรือศิลปะจัดวาง โดยผลงานต้องมีขนาดไม่เกิน 180 x 180 เซนติเมตร ซึ่งเป็นกติกามาตรฐานที่ใช้ร่วมกันในระดับภูมิภาคเพื่อความเท่าเทียมในการตัดสิน
พลังแห่งการเชื่อมโยงผ่านมุมมองศิลปินสามรุ่นสู่บทสนทนาระดับโลก
นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำคัญของศิลปะในฐานะพลังขับเคลื่อนสังคมว่า “ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การประกวดจิตรกรรมยูโอบีได้สะท้อนเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าศิลปะไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์เพื่อความงาม แต่เป็นพลังที่เชื่อมโยงมุมมองหลากหลายและสร้างบทสนทนาที่มีความหมาย ยูโอบีจึงมุ่งเน้นการสนับสนุนศิลปินในระยะยาวเพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน”

ความสำเร็จของโครงการนี้เห็นได้ชัดผ่านศิลปินต้นแบบอย่าง คุณปานพรรณ ยอดมณี ศิลปินรางวัลชนะเลิศรุ่นแรกปี 2553 ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ว่า การได้รับรางวัลเป็นเพียงก้าวแรกที่เป็นเหมือน “บันได” นำไปสู่โอกาสและคอนเนกชันที่สำคัญ โดยคุณปานพรรณได้พัฒนาจากงานจิตรกรรมไทยร่วมสมัยไปสู่งานศิลปะจัดวาง (Installation Art) ขนาดใหญ่ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และล่าสุดได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนัก ณ กรุงปารีส ซึ่งเธอเน้นย้ำว่าการได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากยูโอบีนั้นมีความหมายมากกว่าเงินรางวัลเพียงครั้งเดียว เพราะช่วยให้ศิลปินไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และเข้าสู่พื้นที่การพูดคุยในระดับสากลได้
ในขณะเดียวกัน ศิลปินรุ่นใหม่อย่าง คุณยามีล๊ะ หะยี เจ้าของรางวัลชนะเลิศระดับอาเซียนปีล่าสุด และคุณธัญญภัทร มานะสาระกุล รางวัล Most Promising Artist of the Year ปี 2568 ได้ร่วมสะท้อนถึงการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างวิถีมุสลิมและการใช้สื่อผสมจากผ้ามาสร้างบทสนทนาเรื่องสันติภาพ รวมถึงการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือวิพากษ์วิจารณ์เทคโนโลยี AI ในโลกยุคใหม่ ศิลปินทั้งสองเน้นย้ำว่าเวทีนี้เปิดโอกาสให้ผลงานที่มีรากเหง้าจากวัฒนธรรมไทยได้ไปจัดแสดงในพื้นที่สำคัญอย่าง Art Central ฮ่องกง ซึ่งเป็นการสร้างการมองเห็น (Visibility) ที่สำคัญยิ่งสำหรับศิลปินหน้าใหม่ที่ต้องการการยอมรับในระดับสากล
โครงข่าย UOB Artist Alumni Network และโอกาสการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด
หัวใจสำคัญที่ทำให้การประกวดของยูโอบีแตกต่างจากเวทีอื่นคือ UOB Artist Alumni Network ซึ่งเป็นเครือข่ายที่รวบรวมศิลปินผู้ได้รับรางวัลจากทั้ง 6 ประเทศ รวมถึงจีนด้วย เพื่อสร้างระบบนิเวศทางศิลปะที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรม เครือข่ายนี้มุ่งเน้นการพัฒนาวิชาชีพศิลปินใน 4 มิติหลัก ได้แก่ การเปิดโอกาสในเวทีโลก การว่าจ้างสร้างสรรค์ผลงานเชิงพาณิชย์ การสนับสนุนโครงการศิลปินพำนักในต่างประเทศ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในภูมิภาค เพื่อให้ศิลปินไม่เพียงแค่สร้างงานศิลปะแต่ยังสามารถบริหารจัดการอาชีพได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
นอกเหนือจากเงินรางวัลรวมกว่า 1.76 ล้านบาท โดยผู้ชนะเลิศระดับประเทศจะได้รับเงิน 750,000 บาทแล้ว ผู้ชนะยังได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยไปชิงรางวัล UOB Southeast Asian Painting of the Year ที่ประเทศสิงคโปร์ พร้อมเงินรางวัลเพิ่มเติมอีก 13,000 เหรียญสิงคโปร์ และสิ่งที่ศิลปินทุกคนปรารถนาคือโอกาสในการเข้าสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนัก ณ Cité Internationale des Arts ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปิดโลกทัศน์และเทคนิคการทำงานศิลปะที่ช่วยยกระดับฝีมือให้ทัดเทียมกับศิลปินระดับโลก
ศิลปินรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการยังสะท้อนถึงความท้าทายในปัจจุบัน เช่น ต้นทุนอุปกรณ์ศิลปะที่มีราคาสูงและการขาดการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ ยูโอบีจึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ด้วยการเป็นผู้อุปถัมภ์ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ไปจนถึงการส่งออกศิลปินสู่ตลาดโลก โดยผ่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ และอาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ ที่มาช่วยรับรองมาตรฐานการคัดเลือกให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและยังคงกลิ่นอายของศิลปะไทยอย่างลงตัว
โอกาสทองศิลปินไทยกับการเชื่อมต่อโครงข่ายอาเซียนเพื่อการเติบโตในสายอาชีพที่ไร้ขีดจำกัด
บทสรุปของการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17 ประจำปี 2569 คือการสร้างพื้นที่แห่งความหวังให้กับศิลปินไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นศิลปินมืออาชีพหรือศิลปินหน้าใหม่ การแข่งขันในปีนี้จะเริ่มประกาศผลรอบแรกในวันที่ 2 กันยายน 2569 และจะมีการประกาศผลรางวัลระดับประเทศอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 หลังจากนั้นผลงานที่ได้รับรางวัลจะถูกนำไปจัดแสดงในนิทรรศการสองช่วงสำคัญ ได้แก่ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน และที่ UOB Plaza Bangkok จนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อให้สาธารณชนได้สัมผัสกับพลังสร้างสรรค์ของศิลปินไทยอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่ศิลปินจะได้รับจากการก้าวเข้าสู่สนามการแข่งขันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เงินรางวัลหรือโล่เกียรติยศ แต่คือการเข้าสู่ระบบสมาชิกที่ดูแลกันเหมือนครอบครัว ดังที่คุณยามีล๊ะได้กล่าวไว้ว่า “เวทีนี้ทำให้เรารู้สึกว่าศิลปินไม่ได้เดินเพียงลำพัง แต่มีคนคอยช่วยผลักดันให้เราไปถึงปลายทางของความฝัน” การเชื่อมโยงนี้เองที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้วงการศิลปะไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะแสดงศักยภาพบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิใจในฐานะทูตทางวัฒนธรรมที่สื่อสารผ่านฝีแปรงและจินตนาการ
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ศิลปะครั้งนี้ สามารถศึกษาเงื่อนไข กฎกติกา และส่งผลงานผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.uob.co.th/poy หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 2343 4957 และ 0 2343 4973 นี่คือโอกาสสำคัญที่ “ผ้าใบที่ว่างเปล่า” ของคุณ จะกลายเป็นประตูนับสิบบานที่เปิดกว้างไปสู่การเชื่อมต่อในอาเซียนและเส้นทางอาชีพศิลปินระดับโลกที่ไม่มีวันสิ้นสุด
#UOBPaintingOfTheYear #UOBPOY #ศิลปินไทยสู่สากล #การประกวดจิตรกรรม #UOBArtistAlumniNetwork #ArtInSoutheastAsia #ThaiContemporaryArt

