AIS ประกาศความพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านแคมเปญใหญ่ส่งท้ายเดือนแห่งความเท่าเทียม ยกทัพเทคโนโลยีอัจฉริยะหนุนไทยสู่หมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความหลากหลายของประชากรโลก
ปฏิวัติโครงข่ายอัจฉริยะด้วย AI ขับเคลื่อนโมเมนตัมเศรษฐกิจยุคใหม่
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอันดับหนึ่งของประเทศไทย ได้ประกาศเดินหน้ายกระดับระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อต้อนรับเทศกาล Pride Festival 2026 อย่างยิ่งใหญ่ การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม แต่เป็นการวางกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่มีนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านแนวคิด “AIS Connect the World…with PRIDE” ที่ตั้งเป้าหมายในการเชื่อมต่อศักยภาพการเติบโตจากประเทศไทยสู่สายตาประชากรโลกอย่างเป็นรูปธรรม
ยุทธศาสตร์หลักในครั้งนี้เน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบโครงข่ายอัตโนมัติ (Autonomous Network) เข้ามาบริหารจัดการสัญญาณอย่างเต็มรูปแบบ AIS ได้ทำการเสริมกำลังสถานีฐานชั่วคราว (Temporary Base Station) และจัดวางรถสถานีฐานเคลื่อนที่ (Mobile Base Station Car) ไปตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจและจุดนัดพบสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร เช่น ย่านราชประสงค์ สยามสแควร์ สีลม ช่องนนทรี และสนามเทพหัสดิน ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กหลักของการรวมตัว
การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในรูปแบบ 5G-ADVANCED อัจฉริยะนี้ ช่วยให้การสื่อสารในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงเป็นไปอย่างราบรื่น ทำให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า และนักท่องเที่ยวสามารถดำเนินกิจกรรมธุรกรรมทางการเงินดิจิทัล รวมถึงการถ่ายทอดสด (Live Streaming) กิจกรรมได้อย่างไม่มีสะดุด ซึ่งนี่ถือเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคมของประเทศไทย ในการรองรับการจัดงานอีเวนต์ระดับโลก (Mega Event) ในอนาคต
เปิดยุทธศาสตร์ 5 Pride Experiences เชื่อมไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทุกมิติ
เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ครอบคลุมรอบด้าน AIS ได้ออกแบบสถาปัตยกรรมทางกลยุทธ์ผ่าน 5 ประสบการณ์หลัก (5 Pride Experiences) ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตผู้คนและเศรษฐกิจหมุนเวียน. เริ่มต้นจาก “Pride Connected” ที่เป็นแกนหลักในด้านเสถียรภาพเครือข่ายอัจฉริยะคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทุกกิจกรรม ต่อยอดมาสู่ “Pridevilege” สิทธิพิเศษเชิงพาณิชย์ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การใช้ AIS Points เพียง 1 คะแนนเพื่อแลกรับส่วนลดจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Mister Donut และ Swensen’s เป็นการกระตุ้นยอดขายและการบริโภคภายในประเทศให้เติบโตอย่างคึกคัก
ในด้านภาคบริการและความบันเทิงดิจิทัล AIS ชูแนวคิด “Pridetertainment” ผ่านแพลตฟอร์ม AIS PLAY ที่เปิดพื้นที่รวบรวมคอนเทนต์ที่สะท้อนความหลากหลายทางสังคม มีการจับมือกับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนต์และสตรีมมิ่งชั้นนำระดับโลก นำเสนอซีรีส์ บอยเลิฟ เกิร์ลเลิฟ และซีรีส์เอเชียนยอดนิยมผ่านแพ็กเกจ PLAY Asian. ซึ่งสอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจคอนเทนต์ (Content Economy) ที่กำลังเติบโตสูงและสร้างมูลค่าทางการตลาดมหาศาลให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงยุคใหม่

สำหรับการเปลี่ยนผ่านพื้นที่สร้างประสบการณ์ตรงใจกลางเมือง ได้เกิดเป็นกลยุทธ์ “Prideverse” ด้วยการเปลี่ยน AIS SIAM ให้เป็นศูนย์กลางนิทรรศการและการเรียนรู้ ภายในงานมีการจัดแสดง TRANSMISSION 2026 ร่วมกับเครือข่าย Trans Pride Thailand เพื่อเปิดวงเสวนา (Talk Series) เจาะลึกมิติต่างๆ ทั้งกฎหมาย สุขภาวะ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับเวทีดนตรี SIAM SQUARE PRIDE Stage และขบวนพาเหรดที่ผนวกเอาแนวคิดความยั่งยืนมาใช้ ด้วยการชวนจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) นำมาแปลงโฉมเป็นเครื่องแต่งกายในขบวนเพื่อรณรงค์การกำจัดขยะไอทีอย่างถูกวิธี
เจาะตลาดอินเตอร์เนชั่นแนล ปักหมุดไทยสู่ World Pride Destination
กลยุทธ์ขั้นสุดท้ายที่มุ่งเป้าไปยังการดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศคือ “Pridetination” ซึ่งเป็นการเปิดเกมรุกในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ. AIS เดินหน้าต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกด้วยผลิตภัณฑ์ซิมการ์ดรูปแบบใหม่อย่าง AIS LUCKY TOURIST SIM ที่รองรับระบบ eSIM เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ออกแบบแพ็กเกจการใช้งานได้สะดวกตั้งแต่นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาไม่ถึงประเทศไทย สามารถเชื่อมต่อสัญญาณได้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ประเทศ
ผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยวดังกล่าวจัดสรรแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดความเร็วสูงสุด (Unlimited Full Speed) พร้อมสิทธิประโยชน์ในการโทรฟรีในเครือข่าย และโบนัสสำหรับการโทรกลับต่างประเทศ ด้วยโครงสร้างราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายเพียง 399 บาท แต่ให้ระยะเวลาการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 30 วัน ถือเป็นการตอบโจทย์กลุ่มนักเดินทางยุคดิจิทัลที่ต้องการความยืดหยุ่นและการเชื่อมต่อตลอดเวลา เพื่อแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความประทับใจไปทั่วโลก
การส่งเสริมเครื่องมือดิจิทัลสำหรับการท่องเที่ยวนี้นับเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโต. ช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Inclusive City หรือเมืองแห่งการเปิดรับความหลากหลายที่มีความปลอดภัยและทันสมัย ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงให้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และบริการการขนส่งสาธารณะในภาคเศรษฐกิจมหภาคในระยะยาว
บทวิเคราะห์ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนในอนาคต
การขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ของ AIS ในครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมสำคัญให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยฐานลูกค้าที่มีความแข็งแกร่งรวมกว่า 52.2 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่กว่า 46.9 ล้านเลขหมาย บนคลื่นความถี่ที่มากที่สุดในประเทศ 1460 MHz. ควบคู่กับฐานผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 อีกกว่า 5.3 ล้านราย ทำให้เครือข่ายของ AIS กลายเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้แก่ภาคธุรกิจทุกระดับ
ในแง่ของธุรกิจค้าปลีกและพันธมิตรเชิงพาณิชย์ การจัดแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านพอยท์และกิจกรรมออนกราวด์ใจกลางสยามสแควร์ ช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและเพิ่มปริมาณการสัญจรของผู้บริโภค (Traffic) เข้าสู่ร้านค้าต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น การนำระบบ AI และ Autonomous Network เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการการใช้พลังงานโครงข่ายตามความหนาแน่นของผู้ใช้งานจริง ยังสะท้อนความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ก้าวต่อไปของ AIS ภายใต้วิสัยทัศน์องค์กรเทคโนโลยีอัจฉริยะ คือการนำเอาบทเรียนและข้อมูลสถิติจากการบริหารจัดการโครงข่ายรวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเทศกาลนี้ ไปพัฒนาบริการดิจิทัลและโซลูชันสำหรับองค์กร (Enterprise Services) ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นการตอกย้ำว่านวัตกรรมทางเทคโนโลยีจะต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับความเข้าใจในบริบททางสังคม เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยในเวทีระดับสากล
#AIS, #AIS5G, #PrideFestival2026, #PrideMonth, #เศรษฐกิจสร้างสรรค์, #เทคโนโลยีAI, #โครงข่ายอัจฉริยะ, #AISSiam, #AISLuckyTouristSim, #SmartEconomy

