เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและทรงคุณค่าในงานเปิดตัวหนังสือ “สนั่นคิด เรื่องเล่าผ่านยุคสมัย จากสยามสู่ไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเฉลิมฉลองวาระโอกาสสำคัญครบรอบ 150 ปีชาตกาลของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี หรือที่รู้จักกันในนาม “ครูเทพ” ปูชนียบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานระบบการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย ภายในงานมีการรวมตัวของบุคคลสำคัญในแวดวงการศึกษา วรรณกรรม และศิลปวัฒนธรรม ที่มาร่วมรำลึกถึงคุณูปการของท่านผ่านสื่อผสมผสานที่หลากหลาย ทั้งวิดีทัศน์ นิทรรศการ และการเสวนาเชิงลึกจากนักเขียนผู้ทรงคุณวุฒิ
ดร.ศิวาวุธ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานจัดงานเฉลิมฉลอง 150 ปี ชาตกาล เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้เป็นประธานในการกล่าวเปิดงานและแถลงถึงความสำคัญของหนังสือเล่มนี้ในฐานะที่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต โดยเนื้อหาในหนังสือ “สนั่นคิด เรื่องเล่าผ่านยุคสมัย จากสยามสู่ไทย” ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การบอกเล่าชีวประวัติ “ครูเทพ” ในเชิงวิชาการเท่านั้น แต่เป็นการรวบรวมมุมมองที่หลากหลายจากนักเขียนและผู้ทรงคุณวุฒิถึง 14 ท่าน เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีในมิติที่รอบด้าน ตั้งแต่การเป็นนักการศึกษาผู้บุกเบิกแนวคิดสมัยใหม่ไปจนถึงบทบาททางการเมืองในฐานะประธานรัฐสภาคนแรกของประเทศไทยภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างชาติจากสยามสู่รัฐชาติสมัยใหม่
นอกจากกิจกรรมบนเวทีแล้ว บริเวณโถงชั้น 1 ของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ยังได้มีการจัดนิทรรศการพิเศษในชื่อเดียวกัน ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 นิทรรศการนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนประตูย้อนเวลากลับไปสำรวจแนวคิดและผลงานที่ครูเทพได้ริเริ่มไว้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการพลศึกษา การสร้างมาตรฐานวิชาชีพครู และการใช้วรรณกรรมเป็นเครื่องมือในการสื่อสารสังคม การจัดงานในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการยกย่องบุคคลในอดีต แต่เป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจและ “เมล็ดพันธุ์ทางปัญญา” ให้แก่คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษาในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในยุคปัจจุบัน
เจาะลึกมิติประวัติศาสตร์ผ่านปลายปากกาปราชญ์ร่วมสมัยในหนังสือสนั่นคิด
หนังสือ “สนั่นคิด เรื่องเล่าผ่านยุคสมัย จากสยามสู่ไทย” ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าหนังสือที่ระลึกทั่วไป โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์คุณูปการของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีผ่านบริบทสังคมที่เปลี่ยนผ่าน ดร.ศิวาวุธ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า “หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงชีวประวัติของท่านเท่านั้น หากยังเป็นภาพสะท้อนของยุคสมัย ผ่านมุมมองที่หลากหลาย ทั้งประวัติศาสตร์ การเมือง การศึกษา กีฬา วรรณกรรม สังคม และงานสร้างสรรค์” คำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงความซับซ้อนของตัวตนครูเทพที่เป็นทั้งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ผู้บุกเบิกแนวคิดการศึกษาสมัยใหม่ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนแรก ที่ต้องรับมือกับความท้าทายในยุคจักรวรรดินิยมและการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ในเชิงเศรษฐศาสตร์และสังคม การวางรากฐานของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีถือเป็นการลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่สำคัญที่สุดยุคหนึ่งของไทย ท่านเป็นผู้มีบทบาทอย่างมากในการสร้างระบบการศึกษาที่เป็นมาตรฐาน ทั้งการสร้างมาตรฐานวิชาชีพครูและการส่งเสริมอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในเวลาต่อมา ดร.ศิวาวุธ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ท่านคือ ‘บรมครู’ ผู้วางรากฐานการศึกษาชาติอย่างเป็นระบบ รวมถึงการใช้กีฬาและวรรณกรรมเป็นเครื่องมือพัฒนาคนให้มีทั้งความรู้และคุณธรรม ซึ่งสะท้อนผ่านประโยคทองในบทเพลงกราวกีฬาที่ท่านประพันธ์ว่า “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ” ซึ่งยังคงความหมายอันเป็นอมตะมาจนถึงปัจจุบัน
การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างชีวิตของท่านกับประวัติศาสตร์โลกเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่พบในหนังสือเล่มนี้ โดยเฉพาะบทความของ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ที่ชวนผู้อ่านมองชีวิตของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีผ่านเส้นเวลา 4 รัชกาล ท่ามกลางยุคจักรวรรดินิยมและสงคราม ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแนวคิดของครูเทพไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นการตอบสนองต่อพลวัตของโลกที่ต้องการให้สยามก้าวข้ามผ่านความล้าสมัยสู่ความเป็นสากล ความมุ่งมั่นใฝ่เรียนรู้ของท่านตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จึงเป็นต้นแบบของจิตวิญญาณการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่สังคมไทยในยุคศตวรรษที่ 21 กำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

หนังสือ “สนั่นคิด เรื่องเล่าผ่านยุคสมัย จากสยามสู่ไทย” รวบรวมบทความจากนักเขียนชั้นครูหลายท่าน อาทิ คุณอภินันท์ บุญเรืองพะเนา ที่เรียบเรียงมุมมองจาก อาจารย์มกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ เกี่ยวกับจิตวิญญาณแห่งปราชญ์ผู้บุกเบิกการศึกษา รวมถึงบทกวีจาก อาจารย์ชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ที่ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทประพันธ์ “จากสันติสู่สันติ 150 ปี ครูเทพ” นอกจากนี้ยังมีงานเขียนที่เจาะลึกด้านสถาปัตยกรรมโดย ดร.รสิตา สินเอกเอี่ยม และ ดร.สุวิทย์ เลิศวิมลศักดิ์ รวมถึงการวิเคราะห์เพศสภาวะในสังคมสมัยใหม่จากโคลงกลอนของครูเทพโดย คุณพิรฎา อุตตโมทย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวคิดของท่านมีความเป็นสากลและก้าวหน้ากว่ายุคสมัยอย่างมาก
บรรยากาศงานเปิดตัวยังเสริมความงดงามด้วยศิลปะการแสดง โดยมีการขับร้องเพลง “คิดถึง (จันทร์กระจ่างฟ้า)” ซึ่งเป็นบทเพลงที่ประพันธ์โดยครูเทพ ผ่านเสียงร้องประกอบเปียโนของคุณเอกชัย ทับทิมทอง และการแสดงชุด “รามรันทด” ที่กำกับการแสดงโดย อาจารย์นิกร แซ่ตั้ง ซึ่งสะท้อนมิติทางศิลปวัฒนธรรมที่ท่านได้สืบสานไว้ การใช้ศิลปะการแสดงเหล่านี้สื่อสารในงานเปิดตัวหนังสือ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นภาพความรุ่มรวยทางปัญญาของท่านได้อย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการอ่านจากตัวอักษรเพียงอย่างเดียว นับเป็นการเชิดชูเกียรติปูชนียบุคคลที่สมบูรณ์แบบและสร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องราวและแนวคิดของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี สามารถเลือกเป็นเจ้าของหนังสือ “สนั่นคิด เรื่องเล่าผ่านยุคสมัย จากสยามสู่ไทย” ได้สองรูปแบบ โดยฉบับปกอ่อนวางจำหน่ายในราคา 599 บาท และฉบับปกแข็งจำหน่ายในราคา 1,299 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะนำไปสมทบทุนดำเนินงานตามพันธกิจของมูลนิธิเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ในการพัฒนาการศึกษาและสังคมไทยสืบไป ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ของมูลนิธิ หรือสแกน QR Code ผ่านแบบฟอร์มการสั่งซื้อออนไลน์ที่มีบริการอำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วน
#สนั่นคิด #เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี #ครูเทพ #150ปีชาตกาล #การศึกษาไทย #ประวัติศาสตร์ไทย #มูลนิธิเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี #TheReporterAsia

