กสิกรไทย จับมือ 3 พันธมิตรใหญ่ เปิดแคมเปญ สติไฟต์เตอร์ สู้ภัยมิจฉาชีพ

กสิกรไทย จับมือ 3 พันธมิตรใหญ่ เปิดแคมเปญ สติไฟต์เตอร์ สู้ภัยมิจฉาชีพ

กสิกรไทยผนึกกำลังศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ไทยรัฐ และ LINE ผุดแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์” หวังยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ระดับชาติ หลังมูลค่าความเสียหายสะสมพุ่งทะลุ 30,000 ล้านบาท พร้อมติดอาวุธทางปัญญาเติมภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้คนไทยรู้ทันทุกกลโกงอย่างยั่งยืน

สถานการณ์ภัยไซเบอร์วิกฤต มูลค่าความเสียหายพุ่งเป้าโจทย์ระดับประเทศ

ปัญหามิจฉาชีพและการฉ้อโกงออนไลน์ในปัจจุบันได้ยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว จนไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาทางการเงินเฉพาะบุคคลอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับชาติที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ ความปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพมีการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาหลอกลวงเหยื่ออยู่ตลอดเวลา มีการปรับเปลี่ยนมุกและวิธีประทุษกรรมที่ซับซ้อนและรวดเร็วมากจนยากที่ประชาชนทั่วไปจะรู้เท่าทันได้ด้วยตนเอง

สถิติความเสียหายที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเข้าแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลระบุว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายจากภัยออนไลน์พุ่งสูงกว่า 25,000 ล้านบาท และสถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ยืนยันได้จากตัวเลขเพียงแค่ไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่าความเสียหายสะสมพุ่งสูงเกินกว่า 6,000 ล้านบาทไปแล้ว สัญญาณอันตรายเหล่านี้ทำให้ภาคส่วนต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการตั้งรับในระดับองค์กร มาเป็นการสร้างแนวรบร่วมกันในระดับประเทศเพื่อปกป้องทรัพย์สินของประชาชน

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารกสิกรไทย จึงได้เดินหน้าสร้างความร่วมมือครั้งสำคัญระดับประเทศ ด้วยการจับมือกับ 3 พันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC), ไทยรัฐ กรุ๊ป และ LINE ประเทศไทย ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง” เพื่อผสานพลังความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านข้อมูลอาชญากรรม เทคโนโลยีความปลอดภัย พลังสื่อมวลชน และแพลตฟอร์มการสื่อสารที่เข้าถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคนไทย เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันและเติมสติให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้อย่างแท้จริง

“ปัญหามิจฉาชีพในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางการเงิน แต่เป็นภัยที่กระทบความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง ธนาคารจึงเห็นว่าการรับมือกับปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคการเงิน ภาครัฐ ภาคสื่อ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับจากการป้องกันในระดับองค์กร ไปสู่ความร่วมมือระดับประเทศที่ช่วยให้คนไทยป้องกันตัวเองได้จริง” ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย

พลังพันธมิตร 4 ฝ่าย ผสานข้อมูล เทคโนโลยี และช่องทางสื่อสารสกัดกลโกง

ความร่วมมือในแคมเปญนี้เป็นการบูรณาการจุดแข็งของแต่ละองค์กรเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ต้นน้ำและปลายน้ำ โดยในส่วนของธนาคารกสิกรไทยได้เน้นการยกระดับนวัตกรรมระบบความปลอดภัยบน Mobile Banking อย่างไม่หยุดยั้ง มีการกำหนดวงเงินธุรกรรมรายวันตามระดับความเสี่ยง การบังคับสแกนใบหน้าในธุรกรรมสำคัญ และมีระบบ AI ตรวจจับบัญชีม้าหรือปลายทางที่ต้องสงสัย พร้อมทั้งระบบแจ้งเตือนลูกค้าทันทีเมื่อพบความผิดปกติ และเปิดช่องทางสายด่วนแจ้งเหตุทุจริตตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจำกัดความเสียหายให้เร็วที่สุด

ทางด้านหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่าง ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูล (DATA) สำคัญที่ได้จากการสืบสวนจับกุมและวิเคราะห์แผนประทุษกรรมลึกของคนร้าย ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะถูกนำมาตีแผ่ให้ประชาชนได้เห็นถึงกลลวงรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างความตื่นตัว ขณะที่ ไทยรัฐ กรุ๊ป จะใช้ความเชี่ยวชาญในฐานะสื่อสารมวลชนมาทำหน้าที่แปลงข้อมูลทางเทคนิคและคดีความที่เข้าใจยาก ให้กลายเป็นเนื้อหาคอนเทนต์ที่ย่อยง่าย เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนผ่านทุกแพลตฟอร์มสื่อ รวมถึงการกระจายภูมิคุ้มกันดิจิทัลผ่านเครือข่ายโรงเรียนไทยรัฐวิทยาอีก 110 โรงเรียนสู่ชุมชนฐานราก

“ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) มุ่งทำงานเพื่อปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ทุกรูปแบบอย่างจริงจัง การจับกุมผู้กระทำความผิดทำให้ได้มาซึ่งแผนประทุษกรรมของคนร้าย กลลวงรูปแบบต่างๆ นำมาสู่การวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก จนมี DATA ที่สำคัญเป็นจำนวนมาก หากประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันตนเองจากภัยสแกมเมอร์” — พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก./ หัวหน้าส่วนอำนวยการ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ศปอส.ตร.

สำหรับ LINE ประเทศไทย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการสื่อสารหลักในชีวิตประจำวันของคนไทย จะเข้ามาเสริมพลังการเข้าถึงและการแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็ว โดย LINE จะเปิดพื้นที่บนแพลตฟอร์มเพื่อช่วยกระจายข้อมูลเตือนภัย หลักการสังเกตบัญชีปลอม ลิงก์อันตราย และแนวโน้มกลโกงใหม่ ๆ ให้ส่งตรงถึงมือผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที การเชื่อมโยงพันธมิตรทั้งฝั่งเทคโนโลยี ข้อมูล และการสื่อสารในครั้งนี้ จะมีกระบวนการประชุมติดตามผลร่วมกันเป็นประจำทุกเดือนเพื่อปรับแผนการทำงานให้เท่าทันต่อสถานการณ์ของมิจฉาชีพที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

“LINE ในฐานะแพลตฟอร์มที่อยู่ในพฤติกรรมประจำวันของคนไทย พร้อมรับบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์มได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการเป็นช่องทางช่วยเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยและความรู้ที่ถูกต้องสู่ประชาชนคนไทยได้เร็วขึ้น กว้างขึ้น ผ่านสื่อและช่องทางต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม LINE ช่วยขยายผลการสื่อสารในช่วงเวลาสำคัญ” — นางสาวณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย

วิเคราะห์ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและการสร้างภูมิคุ้มกันสังคมในระยะยาว

การสูญเสียเงินมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทไปกับขบวนการมิจฉาชีพส่งผลกระทบเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจมหภาคอย่างรุนแรง เนื่องจากเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้ถูกดึงออกจากระบบหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศและมักจะถูกโอนย้ายออกไปยังต่างประเทศผ่านเครือข่ายอาชญากรรม ซึ่งส่งผลลดทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือนโดยตรง การทำลายความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลยังอาจส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ของประเทศไทยต้องชะลอตัวลง เนื่องจากประชาชนเกิดความหวาดกลัวและขาดความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีการเงิน

ดังนั้น แคมเปญ “สติไฟต์เตอร์” จึงไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่การให้ความรู้ แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการปกป้องเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไม่ให้รั่วไหล การกระตุ้นให้ประชาชน “ฉุกคิดก่อนโอน” และการยกระดับระบบความปลอดภัยทางธนาคารจะช่วยลดอัตราการประสบความสำเร็จของมิจฉาชีพลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อประชาชนมีความรู้ในการ “เช็กเป็นก่อนตัดสินใจ” ก็จะช่วยลดภาระงานของหน่วยงานภาครัฐในการสืบสวนดำเนินคดี และช่วยให้เม็ดเงินของภาคครัวเรือนยังคงอยู่และนำไปใช้สอยในระบบเศรษฐกิจที่ถูกต้องต่อไป

ในระยะยาว การขับเคลื่อนความรู้ผ่านโมเดลสี่ประสานนี้ จะช่วยสร้างประชากรดิจิทัลที่มีคุณภาพและมีพฤติกรรมการใช้งานที่ปลอดภัย การที่ไทยรัฐนำหลักสูตรหรือข้อมูลเหล่านี้ไปถ่ายทอดในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ถือเป็นการวางรากฐานการสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ตั้งแต่ระดับเยาวชน ซึ่งจะส่งผลให้ครอบครัวและชุมชนโดยรอบได้รับอานิสงส์ความรู้ตามไปด้วย นับเป็นการลงทุนทางสังคมที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดในการตัดวงจรอุบาทว์ของขบวนการคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ได้อย่างยั่งยืน

ทิศทางอนาคตและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเพื่อการป้องกันตนเอง

ก้าวต่อไปของแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง” จะเน้นย้ำไปที่ความต่อเนื่องและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริงในชีวิตประจำวัน ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปติดตามข้อมูลข่าวสาร อัปเดตกลโกงล่าสุด และกรณีศึกษาจากเคสจริงที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อนำไปใช้ออกแบบวิธีป้องกันตนเองและคนในครอบครัวได้ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของทั้ง 4 องค์กรพันธมิตร นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง Knowledge Hub ซึ่งเป็นศูนย์รวมความรู้และข้อมูลล่าสุดที่เป็นประโยชน์อย่างเป็นทางการเพื่อให้ง่ายต่อการสืบค้น

นอกเหนือจากการให้ข้อมูลข่าวสารเชิงวิชาการและการเตือนภัยแล้ว แคมเปญยังเลือกใช้เครื่องมือที่เข้าถึงวิถีชีวิตดิจิทัลของคนไทยด้วยการเตรียมเปิดตัว LINE Sticker ชุด ‘สติไฟต์เตอร์’ ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการส่งต่อความห่วงใยและการเตือนสติระหว่างบุคคลในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนรัก ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยไซเบอร์ในรูปแบบที่น่ารักและเข้าถึงง่าย ซึ่งจะช่วยให้การเตือนภัยไม่ไกลตัวอีกต่อไป

“บทบาทของไทยรัฐในความร่วมมือครั้งนี้ ไทยรัฐมุ่งมั่นใช้ ‘ความจริง’ เป็นอาวุธในการขุดคุ้ยและแฉกลโกงเพื่อยืนหยัดเคียงข้างประชาชน โดยจะใช้ความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์พลิกแพลงเรื่องราวภัยมิจฉาชีพที่ซับซ้อน ล้ำสมัย และมีกลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการหลอกเหยื่ออยู่ตลอดเวลา ให้กลายเป็นอุทาหรณ์ที่เข้าใจง่าย ผ่านทุกแพลตฟอร์มของไทยรัฐกรุ๊ป” — นางสาวจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์

การรวมพลังระหว่างภาคการเงิน ภาครัฐ ภาคสื่อ และแพลตฟอร์มดิจิทัลในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรฐานใหม่ในการรับมือกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ความร่วมมือที่เหนียวแน่นและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเป็นระบบรายเดือน จะช่วยปิดช่องว่างและรอยต่อที่มิจฉาชีพเคยใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวง พร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และปลอดภัยจากภัยคุกคามในทุกรูปแบบอย่างแท้จริง

#สติไฟต์เตอร์, #กสิกรไทย, #ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์, #ไทยรัฐกรุ๊ป, #LINEประเทศไทย, #ภัยมิจฉาชีพ, #เตือนภัยไซเบอร์, #เศรษฐกิจดิจิทัล

Related Posts