สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนลุย 20 โรงเรียนนำร่อง ปลุกพลังเยาวชนกู้โลกเปลี่ยนขยะบรรจุภัณฑ์สู่นวัตกรรมมูลค่าสูง
ก้าวสำคัญสู่เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย
โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการเปิดตัว “โครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียน (ถุง กล่อง ขวด) ภายใต้โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างจังหวัดสระบุรี ศึกษาธิการจังหวัด ภาคีเครือข่ายรัฐวิสาหกิจ และ 4 องค์กรภาคเอกชนชั้นนำ ได้แก่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.), บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด, บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือโฟร์โมสต์ และบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC เพื่อร่วมกันบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
การขับเคลื่อนในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ภาคการศึกษา โดยเลือกโรงเรียนนำร่องจำนวน 20 แห่งในจังหวัดสระบุรี เพื่อใช้เป็นกลไกต้นน้ำในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน. โครงการนี้จะสร้างระบบการบริหารจัดการและการคัดแยกบรรจุภัณฑ์นมใช้แล้วทุกประเภทอย่างถูกวิธีและครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการบริโภคไปจนถึงการนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ปลายน้ำ. ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะตกค้างในพื้นที่ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในระดับประเทศ
สำหรับกำหนดการดำเนินงานจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2569 โดยมีเป้าหมายที่จะรวบรวมข้อมูลและสรุปผลการดำเนินงานเพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จภายในสิ้นปีปฏิทิน 2569. โมเดลความร่วมมือนี้ตั้งเป้าหมายในอนาคตว่าจะสามารถขยายผลไปสู่โรงเรียนทั่วทั้งจังหวัดสระบุรี ซึ่งจะช่วยลดขยะบรรจุภัณฑ์นมใช้แล้วได้มากถึง 120 ตัน พร้อมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด
SCGC นำร่องระบบ Take-Back และนวัตกรรม ‘ถุงนมกู้โลก’
เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จจากโครงการในอดีตมาต่อยอดในพื้นที่สระบุรีอย่างเต็มรูปแบบ. โดยบริษัทให้ความสำคัญกับเป้าหมายความยั่งยืนภายใต้แนวคิด Low Waste, Low Carbon ทั้งในกระบวนการผลิตภายในองค์กรและนวัตกรรมการจัดการหลังการบริโภค. การเข้าร่วมโครงการนี้จึงเป็นการนำนวัตกรรมขั้นสูงเข้ามาเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าใหม่อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ SCGC ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการดำเนินแนวคิด “ชุมชนไร้ขยะ” และโครงการ “ถุงนมกู้โลก” ที่เริ่มต้นในจังหวัดระยองช่วงปี 2562-2563 และได้ขยายผลไปยังสถานศึกษามากกว่า 1,970 แห่งทั่วประเทศ. ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในครั้งนั้น สามารถเก็บกลับถุงนมเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้มากกว่า 3.7 ล้านใบ ลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 40 ตันคาร์บอน และนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (Post Consumer Recycled Resin – PCR) เพื่อแปรรูปเป็นเก้าอี้รีไซเคิลส่งกลับให้โรงเรียน
ในโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์นี้ SCGC จะเข้ามาช่วยวางระบบจัดเก็บและขนส่งที่มีประสิทธิภาพ หรือ Take-Back System ตั้งแต่ต้นทางในโรงเรียนไปจนถึงโรงงานรีไซเคิล เพื่อปิดวงจรขยะไม่ให้หลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า Closed-loop Recycling. กระบวนการนี้จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการขยะพลาสติกประเภทถุงนม ซึ่งเป็นหนึ่งในขยะที่มีปริมาณมากและจัดการได้ยากในสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
“SCGC พร้อมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่มีมาช่วยต่อยอดและขับเคลื่อนโครงการฯ โดยจะร่วมกับภาคีเครือข่ายในการสร้างระบบจัดเก็บและขนส่งที่มีประสิทธิภาพ (Take-Back System) ตั้งแต่ต้นทางในโรงเรียนไปจนถึงปลายทางที่โรงงานรีไซเคิล เพื่อเป็นการปิดวงจรขยะหลุดรอดสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม (Closed-loop Recycling)” — ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการและนวัตกรรม เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC)
อ.ส.ค. ชูโมเดล PPPP แก้ปัญหาราคาเม็ดพลาสติกและขยะล้น
องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ในฐานะหน่วยงานหลักผู้ผลิตและจัดส่งนมโรงเรียน ได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์นมที่มีจำนวนมหาศาลในแต่ละปี. ประกอบกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความผันผวนสูง ส่งผลให้อุปทานเม็ดพลาสติกและต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง. การบริหารจัดการขยะบรรจุภัณฑ์นมอย่างเหมาะสมจึงกลายเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ

เพื่อตอบสนองต่อสิ่งนี้ อ.ส.ค. ได้ริเริ่มโครงการ “ไทย-เดนมาร์ค ร่วมรักษ์ อ.ส.ค. ชวนน้องสร้างมูลค่าจากขยะสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก” ซึ่งขับเคลื่อนภายใต้โมเดลความร่วมมือแบบ Public Private People Partnership หรือ PPPP. แนวคิดนี้เป็นการผสานพลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้ทุกส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
การเข้าร่วมเป็นภาคีในสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้โรงเรียนนำร่องทั้ง 20 แห่งในจังหวัดสระบุรี มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน. อ.ส.ค. มุ่งหวังว่าโครงการนี้จะไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์นมโรงเรียนลงได้เท่านั้น แต่จะช่วยเปลี่ยนขยะเหล่านั้นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่มีมูลค่า. ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการผลักดันให้สระบุรีกลายเป็นเมืองคาร์บอนต่ำต้นแบบของประเทศไทย
“ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ ร่วมกันผลักดันโรงเรียนนำร่องจำนวน 20 แห่งในจังหวัดสระบุรี เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายวิสัยทัศน์ สระบุรีเมืองคาร์บอนต่ำ” — นายแดนณรงค์ ทองอันตัง ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)
ซีพี-เมจิ ต่อยอดความสำเร็จธนาคารขยะ ‘แยกขวด ลดขยะ’
บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ได้เดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนภายใต้เจตนารมณ์ ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต (Enriching Life)’ โดยกำหนดให้การจัดการของเสียหรือ Waste Management เป็นหนึ่งในภารกิจหลัก. ผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จ โดยบริษัทสามารถลดขยะไปสู่บ่อฝังกลบได้ถึง 1,121.76 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 3,970.24 ตันคาร์บอน ผ่านระบบการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ ซีพี-เมจิ ยังได้ดำเนินโครงการ “ซีพี–เมจิ แยกขวด ลดขยะ” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ร่วมกับโรงเรียนรอบโรงงานจำนวน 7 โรงเรียน. โครงการนี้มีนักเรียนเข้าร่วมมากกว่า 3,000 คน โดยขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมธนาคารขยะที่เยาวชนเป็นผู้บริหารจัดการด้วยตนเอง. ซึ่งในปี 2568 สามารถลดปริมาณขยะได้ถึง 10.57 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีก 14.68 ตันคาร์บอน
การเข้าร่วมโครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียนภายใต้โมเดลสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายผลครั้งสำคัญจากโครงการ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ Zero Waste School” ที่ซีพี-เมจิได้ลงนามความร่วมมือไปก่อนหน้าเพื่อขยายกิจกรรมสู่ 26 องค์กรในจังหวัด. บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะนำแนวคิดการคัดแยกขยะประเภทขวดพลาสติกนมและบรรจุภัณฑ์อื่นๆ มาสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
“การจัดการของเสีย (Waste Management) ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักด้านความยั่งยืน… บริษัทฯ ยังได้ลงนามความร่วมมือภายใต้โครงการ ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ Zero Waste School’ ขยายผลกิจกรรมสู่ 26 องค์กรในจังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมขับเคลื่อนต้นแบบการจัดการของเสียและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” — นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล รองผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด
โฟร์โมสต์ ร่วมขับเคลื่อนระบบรีไซเคิลกล่องนมสู่เป้าหมายโลก
บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ ได้เข้าร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาโมเดลเก็บกลับกล่องนมใช้แล้ว. ภายใต้แนวคิด ‘Nourishing Thailand’ โฟร์โมสต์มุ่งมั่นที่จะส่งมอบโภชนาการที่ดีควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทย. การสร้างอนาคตที่ดีในทุกมิติจึงรวมถึงการรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคด้วย
ที่ผ่านมา โฟร์โมสต์ได้พิสูจน์ความตั้งใจจริงผ่านการดำเนินโครงการเก็บกลับกล่องนมใช้แล้วในโรงเรียนกว่า 40 แห่งทั่วประเทศตลอดระยะเวลา 5 เดือน. โครงการดังกล่าวสามารถเก็บรวบรวมกล่องนมใช้แล้วได้มากกว่า 16.5 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชนอย่างแท้จริง. การนำประสบการณ์นี้มาปรับใช้กับสระบุรีแซนด์บ็อกซ์จะช่วยให้การจัดเก็บกล่องนมในพื้นที่นำร่องมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ความร่วมมือในโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ยังสอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกของบริษัทแม่ อย่างฟรีสแลนด์คัมพิน่า. ที่ตั้งเป้าหมายระยะยาวในการก้าวไปสู่การมีบรรจุภัณฑ์ที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มรูปแบบ หรือ Fully Circular Packaging ภายในปี 2050. โครงการนำร่องในจังหวัดสระบุรีจึงเปรียบเสมือนห้องทดลองจริงในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของบรรจุภัณฑ์กล่องนมในประเทศไทย
“โฟร์โมสต์ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาโมเดลการเก็บกลับกล่องนมใช้แล้วเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและสร้างคุณค่าใหมอย่างเป็นรูปธรรม… สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฟรีสแลนด์คัมพิน่าทั่วโลก” — ดร. โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บทวิเคราะห์และการเดินหน้าสู่ต้นแบบระดับประเทศ
ความร่วมมือในโครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียนภายใต้โมเดลสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง. การดึงเอายักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมนมและพลาสติกมาร่วมมือกัน ถือเป็นมิติใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาขยะตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ. โมเดลนี้น่าจะเป็นต้นแบบสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมอื่นๆ ในการทำ Closed-loop Recycling
การเลือกสถานศึกษาเป็นพื้นที่นำร่องส่งผลดีในเชิงโครงสร้างพฤติกรรม เนื่องจากเป็นการบ่มเพาะเยาวชนให้เกิดความคุ้นชินกับการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี. หากโครงการนี้สามารถทำได้ตามเป้าหมายในการขยายผลทั่วจังหวัดสระบุรีจนลดขยะได้ 120 ตัน จะกลายเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับท้องถิ่น. และจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้รัฐบาลนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ในระดับประเทศ
หลังจากนี้ ทุกภาคส่วนจะต้องจับตามองผลการดำเนินงานที่จะสรุปในช่วงสิ้นปี 2569 เพื่อถอดบทเรียนและศึกษาข้อจำกัดต่างๆ. การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ในการเก็บกลับ (Take-Back System) จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต. หากระบบนี้ประสบความสำเร็จ สระบุรีแซนด์บ็อกซ์จะกลายเป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำที่นานาชาติต้องให้ความสนใจอย่างแน่นอน
#สระบุรีแซนด์บ็อกซ์, #เศรษฐกิจหมุนเวียน, #เมืองคาร์บอนต่ำ, #รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์นม, #ถุงนมกู้โลก, #SCGC, #ซีพีเมจิ, #โฟร์โมสต์, #ไทยเดนมาร์ค

