AIS เปิดแคมเปญเปลี่ยนคอมเมนต์ออนไลน์ สร้างพื้นที่ปลอดภัยหยุดซ้ำเติมเหยื่อไซเบอร์

AIS เปิดแคมเปญเปลี่ยนคอมเมนต์ออนไลน์ สร้างพื้นที่ปลอดภัยหยุดซ้ำเติมเหยื่อไซเบอร์

จากปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ยังคงทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายในวงกว้างบนโลกออนไลน์ เอไอเอสได้ก้าวข้ามผ่านเพียงแค่บทบาทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สู่การเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนและสร้างสรรค์มิติทางสังคมครั้งสำคัญ ผ่านแคมเปญสร้างความตระหนักรู้รูปแบบใหม่เพื่อเปลี่ยนพื้นที่คอมเมนต์ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์การสื่อสารที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเยียวยาจิตใจผู้บริโภคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

มิติใหม่ของการรับมือภัยไซเบอร์ ปรับเปลี่ยนทัศนคติสังคมสู่ ‘Safe Zone’

แม้ว่าในปัจจุบันประชาชนคนไทยจะเริ่มมีความรู้และความตระหนักเข้าใจเกี่ยวกับภัยไซเบอร์รวมถึงการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่ยังคงเกิดขึ้นควบคู่กันและเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาคือพฤติกรรมการใช้ถ้อยคำตัดสิน การแสดงความคิดเห็นในลักษณะซ้ำเติม หรือการกล่าวโทษผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน

ปรากฏการณ์ทางสังคมดังกล่าวนั้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกระบวนการยุติธรรมและทางจิตวิทยา เนื่องจากทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากเกิดความอับอายและไม่กล้าที่จะออกมาเปิดเผยเรื่องราว ไม่กล้าที่จะไปดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือแม้กระทั่งการปฏิเสธที่จะขอความช่วยเหลือจากบุคคลรอบข้าง ซึ่งการเลือกที่จะนิ่งเงียบนี้กลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้อาชญากรรมไซเบอร์ยังคงสามารถดำเนินต่อไปและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม

ด้วยเหตุนี้ เอไอเอส ภายใต้โครงการ AIS อุ่นใจ CYBER จึงได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมบนโลกออนไลน์ โดยได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญใหญ่ภายใต้แนวคิด “หยุดบูลลี่สักที เปลี่ยนคอมเมนต์นี้ให้เป็น Safe Zone” เนื่องในวันต่อต้านการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์สากล หรือ Stop Cyberbullying Day ประจำปี 2026 เพื่อชวนคนไทยร่วมแปรเปลี่ยนพื้นที่แห่งการพิพากษาให้เป็นพื้นที่แห่งความเข้าใจและกำลังใจอย่างแท้จริง

ถอดรหัสยุทธศาสตร์การสร้างวัฒนธรรมดิจิทัลที่ปลอดภัยและยั่งยืน

การขับเคลื่อนแคมเปญในครั้งนี้ทางเอไอเอสต้องการสื่อสารให้เห็นว่าภาพจำและพลังของคำพูดบนโลกออนไลน์นั้นมีพลวัตสูงกว่าที่หลายคนคาดคิด โดยโครงสร้างของความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่อาจพึ่งพาเพียงแค่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยแต่เพียงอย่างเดียว ทว่าจำเป็นต้องมีการควบคู่ไปกับการปลูกฝังพฤติกรรมและการสื่อสารของผู้ใช้งานที่มีความเคารพและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

การจัดกิจกรรมเนื่องในวัน Stop Cyberbullying Day ซึ่งตรงกับทุกวันศุกร์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยมูลนิธิ Cyber Smile นั้น ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ เอไอเอส จะใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักว่า เพียงแค่การปรับเปลี่ยนรูปแบบความคิดเห็นหรือหนึ่งคอมเมนต์จากการตอกย้ำความผิดพลาด ให้กลายมาเป็นข้อความที่สร้างพลังใจ ก็จะสามารถเปลี่ยนผ่านสังคมออนไลน์ไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นได้

AIS

นอกจากนี้ แคมเปญดังกล่าวยังสะท้อนถึงการเติบโตและการขยายกรอบการดูแลผู้บริโภคของ เอไอเอส อุ่นใจ CYBER ที่ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะพื้นที่แห่งความเข้าใจนี้จะเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ดิจิทัล ส่งผลให้ผู้คนมีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับปัญหาดิจิทัล และกล้าที่จะขอความช่วยเหลือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องหวาดระแวงการถูกซ้ำเติมจากสังคม

“ในหลายต่อหลายครั้ง ผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ไม่ได้เจอความเสียหายจากมิจฉาชีพเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงต้องเผชิญกับการถูกตำหนิหรือซ้ำเติมจากสังคมคนรอบข้าง ซึ่งในความจริงการออกมาเล่าเรื่องราวหรือประสบการณ์คือสิ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันได้ โดย เอไอเอส เชื่อว่าการสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การมีเทคโนโลยีที่ปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างวัฒนธรรมของการสื่อสารที่เคารพ เข้าใจ เห็นใจ และไม่ตัดสินผู้อื่น โดยเราจึงอยากชวนทุกคนเริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ด้วยการเปลี่ยนหนึ่งคอมเมนต์ที่อาจซ้ำเติม ให้กลายเป็นหนึ่งข้อความที่สร้างกำลังใจ เพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำนั้นอาจจะกลายเป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้ใครบางคนกล้าลุกขึ้นมาจัดการปัญหาและก้าวผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้นั่นเอง” — นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร เอไอเอส

แข็งแกร่งบนโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมขับเคลื่อนสังคมไอทีสีขาว

หากพิจารณาถึงความพร้อมในฐานะองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ปัจจุบัน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลระดับแนวหน้าของประเทศ ที่มีความพร้อมในกาขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย 4 กลุ่มธุรกิจหลัก พร้อมรองรับฐานลูกค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศรวมทั้งสิ้นกว่า 52.2 ล้านราย ซึ่งถือเป็นจำนวนฐานผู้ใช้งานที่มีนัยสำคัญต่อการสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม

ข้อมูลอัปเดต ณ เดือนมีนาคม 2569 ระบุว่าเอไอเอสมีฐานลูกค้าในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ด้วยปริมาณคลื่นความถี่ที่มากที่สุดในอุตสาหกรรมรวม 1,460 MHz โดยมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 46.9 ล้านเลขหมาย ควบคู่ไปกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 ที่มีจำนวนผู้ใช้งานเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 5.3 ล้านราย รวมถึงธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรและธุรกิจบริการดิจิทัล

ด้วยฐานรากทางธุรกิจและการสื่อสารที่แข็งแกร่งนี้ วิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่เรื่องประสิทธิภาพของเครือข่ายความเร็วสูง แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบในการยกระดับคุณภาพชีวิตรอบด้านของคนไทย การสร้างแพลตฟอร์มและแคมเปญชวนคนไทยร่วมลองคอมเมนต์เชิงบวกผ่านระบบและช่องทางต่างๆ จึงเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่จะช่วยจรรโลงและปกป้องสังคมดิจิทัลไทยให้เป็นพื้นที่ที่อุ่นใจและปลอดภัยอย่างแท้จริง

ช่องทางการเข้าร่วมแคมเปญ: ประชาชนและผู้สนใจร่วมสร้างพื้นที่ Safe Zone สามารถเข้าร่วมกิจกรรมและร่วมแสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ได้ที่เว็บไซต์ https://aisstopcyberbullyingday.com/ หรือผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก เอไอเอส For Thais (https://www.facebook.com/AIS.For.Thais)

#AIS #AISอุ่นใจCYBER #StopCyberbullyingDay #SafeZone #หยุดบูลลี่ #สังคมดิจิทัล #ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #TheReporterAsia

Related Posts