ต้อนรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Computing เต็มรูปแบบ บมจ.เออาร์ไอพี จับมือพันธมิตรแบรนด์ดัง เปิดฉากงานไอทีระดับประเทศ “COMMART ULTRAFORCE” ปักหมุดชิปประมวลผล Local AI และอุปกรณ์สเปกไฮเอนด์ พลิกโฉมพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมอัดโปรโมชันสู้ศึกตลาดไอทีกลางปีให้คึกคักอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกสมรภูมิ Local AI ทิศทางใหม่ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
อุตสาหกรรมไอทีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ AI Computing อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเทรนด์ Local AI หรือการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ซึ่งกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน การประมวลผลในลักษณะนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้บริการคลาวด์ลงอย่างมหาศาล อีกทั้งยังสามารถเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานของทั้งบุคคลทั่วไปและองค์กรธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูง ส่งผลให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กหลายแบรนด์ต้องเร่งพัฒนาและเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่เพื่อรองรับสถาปัตยกรรมนี้
ในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ผู้บริโภคจะได้เห็นการเปิดตัว AI PC ที่มีความสามารถในการประมวลผลโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดย่อมได้ภายในเครื่องทันที โดยชิปประมวลผลตั้งแต่ระดับ Core Ultra 5 หรือ Ryzen AI 5 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลประสาทเทียม หรือ NPU ในตัว จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของคอมพิวเตอร์ยุคถัดไป นอกจากนี้ เทคโนโลยีล้ำสมัยที่เพิ่งเปิดตัวในระดับโลกอย่าง NVIDIA RTX Spark ซึ่งเป็นชิปสำหรับการประมวลผล Local AI บนระบบปฏิบัติการ Windows กำลังได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นในฐานะทางเลือกสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของตลาดไอที
“ปัจจุบันอุตสาหกรรมไอทีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ AI Computing อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเทรนด์ Local AI หรือการประมวลผล AI บนอุปกรณ์โดยตรง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ Cloud เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และตอบโจทย์การใช้งานของทั้งบุคคลและองค์กร ส่งผลให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กหลายแบรนด์เร่งพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ที่รองรับการประมวลผล AI มากขึ้น ขณะที่สินค้ารุ่นก่อนหน้ามีการปรับราคาเพื่อระบายสต็อก ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์ไอที” — นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน)
ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลไกตลาดในปัจจุบัน เนื่องจากสินค้ารุ่นก่อนหน้าที่ไม่รองรับ AI เริ่มมีการปรับลดราคาลงเพื่อระบายสต็อกในระบบ ปัจจัยนี้ทำให้เกิดช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจในการอัปเกรดอุปกรณ์ไอทีให้เท่าทันยุคสมัย ขณะเดียวกัน กลุ่มสินค้า DIY PC ก็ต้องปรับตัวตาม โดยคาดว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูงอย่าง SSD ความจุ 2TB จะกลายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำใหม่ เพื่อรองรับทั้งการติดตั้งเกมระดับ AAA และการเก็บข้อมูลสำหรับโมเดล AI ที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก
พฤติกรรมผู้บริโภคยุค Hybrid และแรงส่งทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง
พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยหันมาให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่สามารถรองรับการทำงานและการใช้ชีวิตในรูปแบบ Hybrid มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากที่ใดก็ได้ การเรียนออนไลน์ การเล่นเกมเพื่อความบันเทิง ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับมืออาชีพ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์ไอทีในกลุ่มประสิทธิภาพสูงหรือ Performance ระดับบน ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง นำโดยกลุ่มสินค้าประเภท AI PC, Gaming Gear และ Creator Device
นอกจากนี้ กลุ่มสินค้าประเภทเครื่องเล่นเกม แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์ แม้ว่าในภาพรวมของซัพพลายเชนโลกจะเผชิญกับความท้าทายจากราคาต้นทุนอุปกรณ์บางประเภทที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เช่น การ์ดจอและหน่วยความจำ แต่ผู้บริโภคยังคงมองหาความคุ้มค่าผ่านอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ แทน เช่น เคสคอมพิวเตอร์ดีไซน์ซ่อนสายที่เน้นความสวยงาม และจอมอนิเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่ช่วยยกระดับการทำงานและการเล่นเกมให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
มหกรรมสินค้าไอทีในช่วงกลางปี “COMMART ULTRAFORCE” ในครั้งนี้ จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี มาตรการทางการตลาดรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการลดราคา การจัดโปรโมชัน Clearance Sale และการมอบสิทธิประโยชน์จากสถาบันการเงิน จะช่วยสร้างแรงส่งทางเศรษฐกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนตลาดไอทีของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง
ทัศนะผู้นำขับเคลื่อนนวัตกรรม AI และกลยุทธ์การตลาดคอมมาร์ต
“ในช่วงปีที่ผ่านมานวัตกรรมของอุปกรณ์ไอทีได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งภายในงาน COMMART ULTRAFORCE ครั้งนี้ เอ็นวิเดีย ประเทศไทย ได้จับมือกับแบรนด์ชั้นนำ เตรียมนำเสนอสุดยอดอุปกรณ์สเปกระดับท็อป ที่ตอบโจทย์การใช้งานครบทุกด้าน ตั้งแต่การทำงาน การสร้างสรรค์ผลงาน ไปจนถึงการเล่นเกม ซึ่งผู้ร่วมงานจะได้พบกับที่สุดของกราฟิกการประมวลผลระดับสูง, หน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรตลื่นไหล หาตัวจับยาก, รวมถึงนวัตกรรมสุดล้ำอย่างผู้ช่วย AI Agent ที่มาพร้อมความสามารถในการประมวลผลบนเครื่อง (On-Device) ที่ปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ” — นายอธิชัย อุ่นโกมล ผู้จัดการประจำประเทศ และหัวหน้าธุรกิจผู้บริโภค บริษัท เอ็นวิเดีย (ประเทศไทย) จำกัด
“แนวโน้มผู้บริโภคในปีนี้ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่รองรับ AI และการใช้งานแบบ Hybrid มากขึ้น ทั้งการทำงาน การเรียน การเล่นเกม และการสร้างคอนเทนต์ ส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์ไอทีระดับ Performance ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม AI PC, Gaming และ Creator Device COMMART ULTRAFORCE จะเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่รวบรวมสินค้าไอทีประสิทธิภาพสูง พร้อมข้อเสนอที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงกลางปี ทั้งโปรโมชันลดราคา ของแถม เครดิตเงินคืน และกิจกรรมพิเศษจากพันธมิตรแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นตลาดไอทีในช่วงครึ่งปีหลัง” — นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน)
มหกรรมเทคโนโลยีกลางปี แพลตฟอร์มเชื่อมต่อผู้บริโภคและแบรนด์ชั้นนำ
งาน COMMART ULTRAFORCE ในครั้งนี้ ถูกยกระดับให้เป็นมากกว่างานจำหน่ายสินค้าไอทีทั่วไป แต่เป็นเวทีเทคโนโลยีระดับประเทศที่รวบรวมระบบนิเวศน์ทางธุรกิจไว้อย่างครบวงจร งานนี้เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างผู้จัดงานและพันธมิตรธุรกิจไอทีชั้นนำระดับโลกและระดับประเทศมากมาย อาทิ ACE, Achiva, AMD, AppleSheep, Ascenti, ASUS, Banana E-Quip, Bewell, Epson, Ergotrend, GamersLab, iStudio by SPVI, IT City, J.I.B, MSI, NVIDIA GEFORCE, Secretlab, SPEED Computer, Studio7, TTRacing และเครดิตบูโร
การรวมตัวของแบรนด์ชั้นนำเหล่านี้เปิดโอกาสให้ผู้บริโภค ทั้งในระดับบุคคลทั่วไป เกมเมอร์ นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ ไปจนถึงผู้แทนจากองค์กรธุรกิจ ได้เข้ามาสัมผัสและทดลองใช้งานอุปกรณ์จริงก่อนตัดสินใจซื้อ ภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่ Notebook AI, AI PC, Gaming PC, Smart Device, อุปกรณ์ DIY PC และจอมอนิเตอร์รุ่นล่าสุด ซึ่งการได้ทดลองประสิทธิภาพของกราฟิกการประมวลผลระดับสูงและผู้ช่วย AI Agent บนเครื่อง (On-Device) จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการได้แม่นยำที่สุด
นอกจากมิติเชิงนวัตกรรมแล้ว งานนี้ยังขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่เข้มข้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน ผ่านกิจกรรมการตลาดเชิงรุก เช่น แคมเปญ Commart Big Bonus ที่เปิดโอกาสให้ผู้ช้อปครบตามเงื่อนไขได้ลุ้นรับของรางวัลใหญ่อย่างเครื่องเล่นเกมคอนโซล รถจักรยานไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไอทีรุ่นใหม่ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการเงินอย่างโปรโมชันผ่อนชำระ 0% และเครดิตเงินคืนจากสถาบันการเงินชั้นนำ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเร่งการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
กำหนดการจัดงานและการสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
มหกรรมสินค้าไอทีครั้งยิ่งใหญ่ COMMART ULTRAFORCE มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 98 – 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยผู้จัดงานเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น การเดินทางมายังสถานที่จัดงานมีความสะดวกสบายด้วยโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน ซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีบางนาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
การจัดงานในครั้งนี้คาดว่าจะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการชี้วัดดัชนีความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสินค้าดิจิทัลในประเทศไทย ความร่วมมือของบรรดาพันธมิตรแบรนด์ไอทีและสื่อมวลชนสายเทคโนโลยีชั้นนำที่เป็น Media Partner จะช่วยกระจายข้อมูลข่าวสารและนวัตกรรมเหล่านี้ออกไปสู่สาธารณชนในวงกว้าง ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และการปรับตัวเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนกลาง
สำหรับผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจที่ต้องการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ สามารถติดตามความเคลื่อนไหว รายละเอียดของงาน โปรโมชันพิเศษจากแบรนด์ต่าง ๆ และกิจกรรมไฮไลต์เพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งทางเว็บไซต์ www.commartThailand.com, เฟซบุ๊กแฟนเพจ commartThailand, บัญชี LINE:@Commart และแพลตฟอร์ม X ของผู้จัดงาน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับเปลี่ยนผ่านในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
#CommartUltraforce, #Commart2026, #AIPC, #LocalAI, #NVIDIA, #ARIP, #ข่าวไอที, #เศรษฐกิจดิจิทัล


