ท่ามกลางการเติบโตของ AI ที่กำลังผลักดันความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก International Energy Agency (IEA) คาดว่าการใช้ไฟฟ้าของ Data Center จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า อยู่ที่ประมาณ 945 เทระวัตต์ชั่วโมง (TWh) ภายในปี 2030 และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 เทระวัตต์ชั่วโมงภายในปี 2035 สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังสร้างความต้องการใหม่ทั้งด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่อง บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จึงเดินหน้าสร้างการเติบโตระยะยาวผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) หรือหน่วยงานลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจแห่งอนาคตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อันจะช่วยต่อยอดธุรกิจ เสริมศักยภาพการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงานยุคใหม่
ภายใต้หน่วยงาน CVC บ้านปูลงทุนตามแนวทาง 3D ได้แก่ Digitalization, Decarbonization และ Decentralization ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ ไปจนถึงเทคโนโลยีลดคาร์บอน เพื่อรองรับเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ทั้งการเติบโตของ AI เศรษฐกิจดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การเป็นแพลตฟอร์มพลังงานแห่งอนาคต โดยมุ่งเน้นธุรกิจและเทคโนโลยีที่สามารถสร้างคุณค่าร่วมกับ 4 กลุ่มธุรกิจของบริษัท พร้อมมองหาโอกาสที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต โดยให้ความสำคัญแก่ การผสานพลังเชิงธุรกิจ (Strategic Synergies) เพื่อต่อยอดธุรกิจตามห่วงโซ่คุณค่า เชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับความต้องการด้านพลังงาน และการเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Enhancement) ผ่านการลงทุนอย่างมีวินัยและการบริหารพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคตคือการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก บ้านปูจึงเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพสร้างการเปลี่ยนแปลงในอีก 5–10 ปีข้างหน้า ผ่าน CVC ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญภายใต้กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) ของกลยุทธ์ Energy Symphonics เพื่อยกระดับบ้านปูสู่องค์กรพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่รองรับความต้องการพลังงานยุคใหม่ โดยดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย”
ปัจจุบัน CVC ของบ้านปูลงทุนใน 16 กองทุน ทั้ง Private Equity และ Venture Capital รวมถึงการลงทุนโดยตรงในอีก 6 บริษัท ครอบคลุมเครือข่ายธุรกิจกว่า 1,100 บริษัททั่วโลก โดยมุ่งเน้น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านชิปและพลังประมวลผล โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เทคโนโลยีโมเดลปัญญาประดิษฐ์ แอปพลิเคชัน AI และพลังงานคาร์บอนต่ำและพลังงานฐาน โดยบริษัทที่บ้านปูเข้าไปลงทุนยังสามารถต่อยอดและสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจหลักของบริษัทฯ ได้อีกด้วย เช่น Enspired บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Trading จากยุโรป ที่นำระบบพยากรณ์ราคาไฟฟ้ามาช่วยธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) ในญี่ปุ่น ภายใต้กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ตลาด เสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนการสร้างรายได้จากการซื้อขายพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน บ้านปูยังลงทุนใน Mixx Technologies ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบ AI ประสิทธิภาพสูง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Digitalization และช่วยรองรับการเติบโตของ Data Center และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึง ARC Clean Technology ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Advanced Small Modular Reactor (aSMR) ที่มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าคาร์บอนต่ำอย่างมีเสถียรภาพในอนาคต สอดคล้องกับแนวทาง Decarbonization ของบ้านปู การลงทุนเหล่านี้สะท้อนกลยุทธ์ 3D ของบ้านปูที่มุ่งสร้างโอกาสการเติบโตจากทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

