DKSH รุกขยายพอร์ตสุขภาพ ตอบโจทย์สังคมสูงวัยขับเคลื่อนการแพทย์ไทย

DKSH รุกขยายพอร์ตสุขภาพ ตอบโจทย์สังคมสูงวัยขับเคลื่อนการแพทย์ไทย

ดีเคเอสเอช ประเทศไทย (DKSH) ผู้นำบริการขยายตลาด ประกาศเดินหน้ายกระดับระบบสาธารณสุขไทย ด้วยโมเดลธุรกิจล้ำสมัย มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร พร้อมรับมือเทรนด์การแพทย์ปี 2026 อย่างยั่งยืน

ดีเคเอสเอช ชูโมเดล ‘Market Expansion Services’ พลิกโฉมระบบสุขภาพไทย

บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด (DKSH) ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการขยายตลาด (Market Expansion Services) ที่เติบโตเคียงคู่กับระบบสาธารณสุขไทยมาอย่างยาวนานถึง 120 ปี ได้ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นตัวกลางสำคัญ หรือ “Health Care System Enabler” เพื่อเชื่อมโยงและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง โดยปัจจุบันหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของดีเคเอสเอช ประเทศไทย มีความสำคัญอย่างยิ่งในระดับโลก โดยสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40-50% ของรายได้ในกลุ่มเฮลธ์แคร์ทั่วโลกของเครือดีเคเอสเอช ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างชัดเจน

จากจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้จัดจำหน่ายและขนส่งยาแบบดั้งเดิม ในปัจจุบันดีเคเอสเอชได้พัฒนาบทบาทสู่การเป็นผู้ให้บริการเต็มรูปแบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่กระบวนการขึ้นทะเบียนยา การนำเข้า การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์และคลังสินค้า ไปจนถึงการทำการตลาด และการให้บริการดูแลผู้ป่วยหลังได้รับยา หรือ Patient Solution โมเดลธุรกิจที่ครอบคลุมนี้ช่วยให้พันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งบริษัทผู้ผลิตยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพระดับโลก สามารถขยายตลาดในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันดีเคเอสเอชครองส่วนแบ่งทางการตลาดคิดเป็นมูลค่าประมาณ 25-30% ของค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขทั้งหมดของประเทศไทย

ความสำเร็จที่ผ่านมาส่งผลให้ดีเคเอสเอชก้าวสู่การเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจ “Commercial Outsourcing” ของประเทศ ซึ่งเป็นโมเดลการร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรที่ต้องการลดความเสี่ยงในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และหันมาพึ่งพาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของดีเคเอสเอชในการบริหารจัดการตลาดในประเทศ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจดังกล่าวช่วยให้บริษัทพันธมิตรลดต้นทุนคงที่ และขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ส่งผลให้เกิดการจ้างงานและสร้างอาชีพในประเทศเพิ่มขึ้นกว่าหลายร้อยตำแหน่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เจาะลึก 5 เมกะเทรนด์การแพทย์ปี 2026 กับการขับเคลื่อนของดีเคเอสเอช

ทิศทางระบบสาธารณสุขของประเทศไทยในปี 2026 กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากปัจจัยขับเคลื่อนหลัก 5 ประการ ประการแรกคือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการยารักษาโรคเรื้อรัง กลุ่มโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน ระบบประสาท รวมถึงโรคมะเร็งพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประการที่สองคือ เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ที่ผู้บริโภคและภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว

ประการที่สามคือ นโยบายการกระจายความดูแลสู่ชุมชน ของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพให้แก่โรงพยาบาลชุมชนและร้านขายยา เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ประการที่สี่คือ การเติบโตของเทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัล ซึ่งได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงคำปรึกษาจากแพทย์และรับยาใกล้บ้านได้อย่างสะดวดรวดเร็ว และประการสุดท้ายคือ กลุ่มการรักษาเฉพาะทาง โดยเฉพาะนวัตกรรมการรักษาโรคร้ายแรงและโรคหายากที่มีความซับซ้อน

เพื่อตอบรับกับเทรนด์เหล่านี้ ดีเคเอสเอชได้จัดตั้งทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ทีมเครื่องมือแพทย์สำหรับโรงพยาบาลชุมชนโดยเฉพาะ เพื่อสนับสนุนนโยบายการกระจายอำนาจการดูแลรักษาของภาครัฐ พร้อมทั้งเดินหน้าขยายเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมจุดบริการทางการแพทย์ โรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาทั่วประเทศมากกว่า 40,000 แห่ง นอกจากนี้บริษัทยังได้นำระบบดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ในระบบซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ควบคุมต้นทุน และรับประกันว่าผู้ป่วยจะสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที

“ความท้าทายหลักของระบบสาธารณสุขไทยในปัจจุบัน คือการบริหารจัดการงบประมาณด้านสุขภาพที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนทิศทางของภาครัฐมุ่งสู่การแพทย์เชิงป้องกัน และการกระจายการดูแลรักษาไปสู่ระดับชุมชนและร้านยา ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบในภาพรวม ดีเคเอสเอชพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำส่งนวัตกรรมทางการแพทย์และสร้างโมเดลความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน”คุณนันท์นภัส ลิ้มคำ > กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ยา หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดีเคเอสเอช ประเทศไทย

กลยุทธ์ ‘End-to-End’ ยกระดับการเข้าถึงยานวัตกรรมและสร้างความยั่งยืน

ในการตอบสนองต่อความท้าทายด้านโครงสร้างราคายาและการควบคุมงบประมาณของภาครัฐ ดีเคเอสเอชได้นำเสนอโมเดลธุรกิจแบบ End-to-End (E2N) เพื่อช่วยให้บริษัทผู้ผลิตยาข้ามชาติสามารถรักษากิจการและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อไปได้โดยไม่ต้องถอนตัวออกจากตลาด โมเดลนี้เป็นการที่เปลี่ยนให้ดีเคเอสเอชเข้ามาดูแลระบบปฏิบัติการทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการบริหารจัดการ และทำให้ราคายาสามารถปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่ระบบหลักประกันสุขภาพและผู้ป่วยไทยเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตัวอย่างความสำเร็จที่เด่นชัดคือ การสร้างความเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น ไบเออร์ (Bayer) และ โรช ไดแอกโนสติกส์ (Roche Diagnostics) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ยากลุ่มเฉพาะทาง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผู้หญิง ไปจนถึงอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดผ่านช่องทางร้านขายยา นอกจากนี้ ดีเคเอสเอชยังร่วมมือกับองค์กรในประเทศอย่างสภากาชาดไทย ในการขยายสเกลการจัดจำหน่ายและการกระจายยา เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในกระบวนการผลิตและช่วยให้ผู้ป่วยในประเทศสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่จำเป็นได้อย่างกว้างขวาง

นอกเหนือจากการมุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจแล้ว ดีเคเอสเอชยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ผ่านกลยุทธ์ “Green Distribution Centers” ด้วยการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ และการนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ในระบบขนส่งและโลจิสติกส์การแพทย์ ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานจริยธรรมทางธุรกิจและความโปร่งใสในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

#DKSHThailand #HealthcareTrends2026 #PreventiveHealthcare #DigitalHealth #CommercialOutsourcing #TheReporterAsia

Related Posts