4 บิ๊กธุรกิจยักษ์ใหญ่ร่วมพลิกโฉมบรรจุภัณฑ์ไทย เปิดตัวถุงเติม มาจิคลีน สูตรธรรมชาติแบบวัสดุชนิดเดียว หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน
ผสานพลัง 4 ยักษ์ใหญ่ พลิกโฉมบรรจุภัณฑ์สู่ความยั่งยืน
การขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทยได้รับแรงขับเคลื่อนครั้งสำคัญ เมื่อสี่องค์กรชั้นนำระดับสากลและระดับประเทศ ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow), บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC และ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ได้ร่วมกันประกาศความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกยุคใหม่ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการปฏิวัติโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น “มาจิคลีน เนเชอรัล เอสเซนส์” ขนาด 700 มิลลิลิตร ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยเริ่มวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นย่างก้าวสำคัญของวงการสินค้าอุปโภคบริโภคในไทย
หัวใจหลักของการพัฒนาในครั้งนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากบรรจุภัณฑ์แบบเดิมที่ใช้พลาสติกหลายชั้นจากวัสดุต่างชนิดกัน (Multi-layer Packaging) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำไปรีไซเคิล มาสู่การใช้โครงสร้างแบบวัสดุชนิดเดียว (Mono-material) ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์ถุงเติมนี้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% ผ่านระบบการรีไซเคิลเชิงกลพลาสติกประเภทโพลีเอทิลีนที่มีอยู่ในปัจจุบันของประเทศไทย การปรับเปลี่ยนโครงสร้างดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการจัดการขยะหลังการบริโภคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังคาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการนำพลาสติกกลับมารีไซเคิลได้เพิ่มขึ้นประมาณ 18 ตันต่อปี โดยอ้างอิงจากปริมาณการใช้ถุงเติมจริงในปี 2568 ที่ผ่านมา
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการต่อยอดข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่ได้ลงนามไว้ก่อนหน้านี้ ระหว่าง คาโอ, SCGC และ Dow ในการพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์หมุนเวียน รวมถึงความร่วมมือระหว่าง คาโอ และ SCGP ในการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าและโซลูชันที่ยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภค ทั้งสี่องค์กรต่างมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้ผลิตไปจนถึงผู้บริโภค ในการร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แข็งแกร่ง ผ่านการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการรีไซเคิล การทิ้งขยะอย่างถูกวิธี และการคัดแยกขยะอย่างเหมาะสมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของคนรุ่นต่อไป
“คาโอยังคงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์ ESG หรือ Kirei Lifestyle Plan และหลักการ 4Rs คือ Reduce, Reuse, Recycle, และ Replace ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นมาจิคลีนเป็นหนึ่งในสินค้าที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาด และเรามุ่งหวังที่จะต่อยอดความสำเร็จนั้นด้วยการช่วยให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมสามารถมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพียงแค่เลือกผลิตภัณฑ์ของคาโอก็สามารถมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น การพัฒนาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ แต่เป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม” — อากิระ นิชิมากิ ประธานบริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด
เบื้องหลังเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์และการออกแบบขั้นสูง
ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการพัฒนาบรรจุภัณฑ์โครงสร้าง Mono-material คือการทำให้พลาสติกชนิดเดียวสามารถทำหน้าที่ทดแทนคุณสมบัติของพลาสติกหลากหลายชนิดในถุงเติมแบบเดิมได้ โดยไม่สูญเสียสมรรถนะการใช้งาน ในโครงการนี้ พันธมิตรแต่ละรายได้นำความเชี่ยวชาญระดับแนวหน้ามาผสานรวมกันอย่างลงตัว โดย SCGP รับหน้าที่หลักในการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์และพัฒนาฟิล์ม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยสูตรฟิล์ม การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนการทดสอบการใช้งานจริงภายใต้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจว่าถุงเติมใหม่นี้มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องจักรขึ้นรูปเดิมของลูกค้าได้อย่างไม่มีสะดุด
“SCGP ใช้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์และการพัฒนาฟิล์ม ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสูตรฟิล์ม การปรับกระบวนการผลิตให้เหมาะสม ไปจนถึงการทดสอบการใช้งานจริง พร้อมทั้งผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สิ่งนี้ทำให้เราประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนจากโครงสร้างหลายวัสดุไปสู่โครงสร้างวัสดุชนิดเดียว ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างมากเนื่องจากข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ ทีมงานของเราทำงานอย่างหนักเพื่อให้มั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์ใหม่ยังคงความแข็งแรง ทนทาน และเข้ากันได้กับกระบวนการขึ้นรูปเดิมของลูกค้า ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งระหว่างพันธมิตรในการยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์ไปพร้อมกัน และสามารถขยายผลไปยังหมวดหมู่สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มขนาดของบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการรีไซเคิลและสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน” — เอกราช นิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายงานผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนและสินค้าอุปโภคบริโภค (Chief Customer Officer) ของ SCGP
ในส่วนของชั้นการพิมพ์ซึ่งต้องการความคงรูปและความสวยงามดึงดูดใจผู้บริโภค ทาง SCGC ได้ทำการพัฒนาเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูงเกรดพิเศษภายใต้ชื่อ SCGC™ HDPE H619F ซึ่งเป็นนวัตกรรมเรซินที่ให้คุณสมบัติเด่นทั้งในด้านความแข็งแรง การรักษารูปทรงของถุง และความสามารถในการพิมพ์ที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้สีสันของบรรจุภัณฑ์ยังคงสดใส สวยงาม และคมชัดทนทาน การพัฒนาเม็ดพลาสติกเกรดนี้ตอบโจทย์การใช้วัสดุโพลีเอทิลีนในทุกชั้นของบรรจุภัณฑ์ ทำให้กระบวนการรีไซเคิลปลายทางสามารถทำได้ง่ายและสมบูรณ์แบบ 100% สอดรับกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ
“SCGC มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมพอลิเมอร์และโซลูชันเพื่อความยั่งยืน เพื่อส่งมอบเม็ดพลาสติกประสิทธิภาพสูงที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งขับเคลื่อนเทคโนโลยีการรีไซเคิลเพื่อเพิ่มมูลค่าของพลาสติกใช้แล้วตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน สำหรับโครงการนี้ ความท้าทายสำคัญคือการใช้วัสดุชนิดเดียวในทุกชั้นของบรรจุภัณฑ์ ในชั้นการพิมพ์ SCGC ได้พัฒนา SCGC™ HDPE H619F ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูงที่ให้ความแข็งแรง การคงรูป และความสามารถในการพิมพ์ที่ยอดเยี่ยมพร้อมสีสันที่สดใสและทนทาน สิ่งนี้ทำให้บรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้ 100% สนับสนุนการนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบ และสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ตลอดจนเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและความเป็นกลางทางคาร์บอน” — ศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ SCGC
ขณะเดียวกัน ในชั้นซีลปิดผนึกซึ่งเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับผลิตภัณฑ์และทำหน้าที่ป้องกันการรั่วซึม กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ได้นำเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ชั้นสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ ด้วยการเลือกใช้เม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนประสิทธิภาพสูงเกรด INNATE™ TF80 และ AFFINITY™ นวัตกรรมเม็ดพลาสติกเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเหนียวแน่น ความทนทานต่อแรงกระแทก และการปกป้องตัวสินค้าได้อย่างดีเยี่ยมตลอดอายุการจัดวางบนชั้นบรรจุภัณฑ์ ช่วยขจัดความกังวลเรื่องการรั่วไหลระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ นับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์พื้นผิวและวัสดุในการตอบโจทย์เป้าหมายความยั่งยืนของภาคธุรกิจ
“เม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนประสิทธิภาพสูง INNATE™ TF80 และ AFFINITY™ จาก Dow ที่ใช้ในชั้นซีล ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความทนทาน และการปกป้องผลิตภัณฑ์ของบรรจุภัณฑ์ตลอดอายุการเก็บรักษา ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้สามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงการจัดการเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน ความสำเร็จในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์วัสดุในการสนับสนุนลูกค้าของเราให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน และเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน” — วิชาญ ตั้งเคังสิริสิน ประธานกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย
ยุทธศาสตร์ระยะยาวและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมค้าปลีก
การเปิดตัวบรรจุภัณฑ์มาจิคลีนรูปแบบใหม่นี้ สอดคล้องอย่างลงตัวกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาวของ คาโอ ในฐานะผู้นำการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำในประเทศไทย โดยคาโอได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลได้ภายในปี 2570 และมุ่งสู่การบรรลุขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกสุทธิตอนเป็นศูนย์ (Net Zero Plastic Packaging Waste) ภายในปี 2583 การนำบรรจุภัณฑ์วัสดุชนิดเดียวมาประยุกต์ใช้กับแบรนด์ที่ติดตลาดและมียอดขายสูงอย่างมาจิคลีน จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคมและการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงรุกในพอร์ตโฟลิโอสินค้าของบริษัท
ในภาพรวมของอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ถือเป็นหนึ่งในขยะพลาสติกที่จัดการได้ยากที่สุดเนื่องจากมักประกอบด้วยฟิล์มพลาสติกหลายประเภทหลอมรวมกัน ทำให้โรงงานรีไซเคิลทั่วไปไม่สามารถนำไปบดและหลอมใหม่ได้โดยตรง ความสำเร็จจากความร่วมมือของทั้งสี่บริษัทในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนโมเดลต้นแบบที่พิสูจน์ว่า เทคโนโลยีและการร่วมมือกันในห่วงโซ่อุปทานสามารถทลายข้อจำกัดดังกล่าวได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และสินค้าคอนซูเมอร์ในประเทศไทย ในการหันมาใช้วัสดุที่เอื้อต่อการจัดเก็บและเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเชิงกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก้าวต่อไปของพันธมิตรทั้งสี่คือการมุ่งมั่นขยายผลลัพธ์ของนวัตกรรม Mono-material นี้ไปยังกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทอื่น ๆ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง พร้อมทั้งทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการส่งเสริมระบบจัดเก็บและคัดแยกขยะที่มีประสิทธิภาพในประเทศไทย เนื่องจากความสามารถในการรีไซเคิลที่แท้จริงนั้น จำเป็นต้องพึ่งพาพฤติกรรมการคัดแยกจากต้นทางของผู้บริโภคควบคู่ไปด้วย การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จทางเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการปรับเปลี่ยนระบบนิเวศการใช้พลาสติกของประเทศไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
#มาจิคลีนรักษ์โลก #นวัตกรรมMonoMaterial #รีไซเคิล100เปอร์เซ็นต์ #เศรษฐกิจหมุนเวียน #DowThailand #KaoThailand #SCGC #SCGP #บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน #ลดขยะพลาสติก

