บริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ EDTH บริษัทในเครือสหพัฒน์ ได้ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ ทรูบิสิเนส เอ้ก ดิจิทัล และ ซอฟต์แบงก์ คอร์ป เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เทคโนโลยี AI และการตลาดดิจิทัล มุ่งหวังเสริมศักยภาพของธุรกิจในเครือสหพัฒน์และขยายโอกาสสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ สู่การพลิกโฉมองค์กรด้วยเทคโนโลยี
งาน “AI Innovation Alliance” จัดขึ้นเพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนธุรกิจในเครือสหพัฒน์สู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งของ EDTH ในการเร่งขับเคลื่อนธุรกิจและบริษัทในเครือสหพัฒน์ให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยดำเนินการผ่านการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากเหล่าพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศและระดับสากล
บทบาทหลักของ EDTH ในความร่วมมือครั้งนี้คือการเป็นศูนย์กลางในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทางการตลาด พร้อมทั้งทำหน้าที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ (Digital Transformation) รวมถึงสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาด้านอี-คอมเมิร์ซและระบบ Digital AI ให้แก่บริษัทและกลุ่มองค์กรในเครือสหพัฒน์อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ EDTH ยังมุ่งเน้นการเชื่อมโยงความต้องการทางธุรกิจกับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อนำไปสู่การผลักดันการพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเองหรือ EDTH Platform
นอกเหนือจากการเป็นผู้เชื่อมโยงแพลตฟอร์มแล้ว EDTH ยังมีบทบาทในการนำโซลูชันทางเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้งานจริง ผ่านการสาธิต จัดแสดงโซลูชัน และการทดสอบระบบต้นแบบ (Proof of Concept: PoC) ขั้นตอนเหล่านี้จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน พัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับบริษัทในเครือสหพัฒน์ ความมุ่งมั่นนี้ยังรวมไปถึงการต่อยอดประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรอบด้าน ทั้งด้านการตลาดและการให้บริการคู่ค้าและลูกค้า
การผนึกกำลังด้านโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลอัจฉริยะ
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทรูบิสิเนส ภายใต้ ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้ามารับบทบาทสำคัญในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหลักสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ โดยอาศัยศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายอัจฉริยะ ความสามารถด้านข้อมูล และระบบนิเวศดิจิทัลของบริษัท มาขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ ทรูบิสิเนสยังช่วยสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยี AI และดิจิทัลผ่านทาง EDTH Platform เพื่อให้บริษัทในเครือสหพัฒน์เข้าถึงนวัตกรรมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งขับเคลื่อนการบูรณาการระบบ Cloud เทคโนโลยี AI และโซลูชันดิจิทัลเข้าสู่กระบวนการทำงาน เพื่อขยายระบบนิเวศกับพันธมิตรให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด ได้รับมอบหมายให้วางโครงสร้างระบบนิเวศข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data พร้อมกับการวิเคราะห์ขั้นสูงด้วยขุมพลัง AI เพื่อดำเนินการเปลี่ยนข้อมูลผู้บริโภคที่มีความซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง พร้อมทั้งสร้างกลยุทธ์การเติบโตแบบพยากรณ์ล่วงหน้า โดยมีการนำข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึกมาพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับประสบการณ์แบบไร้รอยต่อและตรงใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนการตลาดที่อิงข้อมูล (Data-Driven Marketing) และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณโฆษณาของบริษัทในเครือแบบวัดผลได้จริง
ในระดับสากล ซอฟต์แบงก์ คอร์ป ผู้นำธุรกิจโทรคมนาคมและเทคโนโลยี AI จากญี่ปุ่น ได้นำศักยภาพระดับโลกเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการดำเนินธุรกิจ และเป็นผู้ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ พันธกิจหลักคือการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลและนวัตกรรมขั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่นมาขยายการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย โดยมีการศึกษาและร่วมพัฒนา 4 โครงการสำคัญ ครอบคลุมทั้ง B2B และ B2C ได้แก่ บริการด้านการอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ การให้บริการ LINE WORKS สำหรับธุรกิจ และระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานสำหรับอีคอมเมิร์ซ รวมถึงแพลตฟอร์ม “Satofull” เพื่อรองรับระบบภาษีของญี่ปุ่น
วิสัยทัศน์ผู้บริหารระดับสูงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ดร.สุรัตน์ วงศ์รัตนภัสสร กรรมการ บริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า ทางบริษัทให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถด้านการแข่งขันในอนาคต EDTH จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของเครือสหพัฒน์ผ่านการลงทุนและนวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรระดับโลก
“ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยตอกย้ำบทบาทของ EDTH ในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และพันธมิตรที่มีศักยภาพเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนให้บริษัทในเครือสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” — ดร.สุรัตน์ วงศ์รัตนภัสสร
ด้าน ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทคโนโลยี AI กำลังพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก องค์กรจึงต้องวางรากฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ทรู คอร์ปอเรชั่น จะนำโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลเชิงลึกอัจฉริยะ และขีดความสามารถด้าน AI มาต่อยอดเป็นโซลูชันครบวงจร
“การร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานศักยภาพของพันธมิตรทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการทรานสฟอร์มเครือสหพัฒน์ด้วยนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล นำไปสู่การสร้างการเติบโตทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน” — ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์
นายชัชพล องนิธิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Media Convergence บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด ระบุว่า เอ้ก ดิจิทัล พร้อมนำอัจฉริยภาพด้าน AI และ Data Analytics มาพลิกโฉมการตลาดแบบครบวงจร โดยใช้โซลูชันเรือธง ‘The Matter Suite’ วิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะที่ นายคิมิมาซา คูโด Vice President ของซอฟต์แบงก์ คอร์ป กล่าวย้ำว่า ด้วยการผสานจุดแข็งของทั้ง 4 องค์กร จะนำไปสู่ความร่วมมือที่มากกว่าเรื่องเทคโนโลยี โดยเชื่อมั่นว่า AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง สร้างโอกาสใหม่ และเพิ่มคุณค่าให้กับภาคธุรกิจและสังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและภาพรวมเศรษฐกิจ
การร่วมมือของกลุ่มพันธมิตรในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อโมเดลการดำเนินธุรกิจของเครือสหพัฒน์ การปรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่จะช่วยให้การทำงานภายในองค์กรมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ตั้งแต่กระบวนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานไปจนถึงการตลาด การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทในเครือสามารถตอบสนองต่อการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมั่นคง
ในระดับเศรษฐกิจมหภาค การเคลื่อนไหวขององค์กรขนาดใหญ่อย่างเครือสหพัฒน์ร่วมกับยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยี ย่อมส่งสัญญาณบวกต่อการพัฒนาดิจิทัลและเศรษฐกิจของประเทศไทย การนำนวัตกรรม AI ขั้นสูงมาใช้เพื่อผลักดันการพัฒนาโซลูชันระบบดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจ จะสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในที่สุดจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานทางเทคโนโลยีของประเทศโดยรวม และส่งเสริมความสามารถในการเติบโตในสเกลระดับโลก
สำหรับผู้บริโภคและคู่ค้าทางธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น การบูรณาการข้อมูลผ่านระบบ Data-Driven Marketing และการขยายขีดความสามารถของโซลูชัน Omni-Channel ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอสื่อและกลยุทธ์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ในขณะเดียวกัน คู่ค้าในระบบ B2B ของเครือสหพัฒน์ก็จะได้รับประโยชน์จากระบบการให้บริการที่ทันสมัย การเข้าถึงแพลตฟอร์มทางธุรกิจแบบใหม่ และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้รับการถ่ายทอดมาอย่างเป็นระบบ
ก้าวต่อไปของการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล
ทิศทางในระยะสั้นและระยะกลางของกลุ่มความร่วมมือ คือการมุ่งเน้นผลักดันการพัฒนาโซลูชันด้าน AI ระบบดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจ และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงพาณิชย์ เป้าหมายหลักที่ทั้ง 4 องค์กรได้ตั้งเป้าหมายไว้คือ การทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกรอบด้าน ทั้งต่อองค์กร พันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และผู้บริโภคโดยตรง
ก้าวสำคัญต่อไปคือการผลักดันให้พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI และดิจิทัลผ่านทาง EDTH Platform ได้อย่างสะดวกและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการเร่งเดินหน้าในการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลจากการทดสอบระบบต้นแบบ (PoC) สู่การใช้งานในสเกลที่กว้างขึ้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มพันธมิตรมีความแข็งแกร่ง และรองรับเครือข่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นในก้าวต่อไป
โดยสรุป งาน “AI Innovation Alliance” จึงเป็นจุดเริ่มต้นครั้งประวัติศาสตร์ของเครือสหพัฒน์และกลุ่มพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ในการร่วมกันวางรากฐานสู่อนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง ซึ่งจะกลายเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย สำหรับการปรับตัวและการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาคในยุคสมัยแห่ง AI ต่อไป
#EDTH, #สหพัฒน์, #ทรูบิสิเนส, #เอ้กดิจิทัล, #ซอฟต์แบงก์คอร์ป, #เทคโนโลยีAI, #DigitalTransformation, #BigData, #โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, #ข่าวเศรษฐกิจเทคโนโลยี

