SCBFM คาดบาทแข็งค่ารับข่าวดี ช่องแคบฮอร์มุซเปิด ปูทางเจรจานิวเคลียร์

SCBFM คาดบาทแข็งค่ารับข่าวดี ช่องแคบฮอร์มุซเปิด ปูทางเจรจานิวเคลียร์

ตลาดการเงินโลกพลิกฟื้นรับสัญญาณบวกครั้งใหญ่ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ ดันเงินบาทแข็งค่าหลุดกรอบอย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดิ่งพรับช่วยคลายแรงกดดันเงินเฟ้อหนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว

เงินบาทพุ่งแรงรับปัจจัยบวกภูมิรัฐศาสตร์โลก

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ได้เปิดเผยรายงานวิเคราะห์สถานการณ์ค่าเงินบาทประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยระบุว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ช่องแคบฮอร์มุซเปิด ซึ่งมีแนวโน้มคลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ

ปรากฏการณ์การแข็งค่าของเงินบาทในรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทางการสหรัฐอเมริกาและประเทศอิหร่านได้ออกมาแถลงการณ์ร่วมกัน โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงในการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้สำเร็จ ซึ่งการเปิดช่องแคบดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยลดความตึงเครียดทางการทหารและการขนส่งพลังงานโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการแผ้วถางทางและปูพรมไปสู่การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

การที่กลไกการค้าและการขนส่งทางทะเลในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนในตลาดทุนเริ่มคลายความกังวลและลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แรงเทขายดอลลาร์ดังกล่าวได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนโดยตรงที่ทำให้สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียรวมถึงเงินบาทไทยได้รับอานิสงส์และแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที

ราคาน้ำมันดิบร่วงหนักฉุดสินทรัพย์ปลอดภัย

จากถ้อยแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้มีการระบุอย่างชัดเจนว่าช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจะกลับมาเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ภายหลังจากที่ผู้แทนของทั้งสองประเทศได้ร่วมกันลงนามในข้อตกลงประวัติศาสตร์ดังกล่าว ข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานพลังงานในตลาดโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้

ปฏิกิริยาของตลาดพลังงานโลกตอบรับข่าวดังกล่าวด้วยการดิ่งลงของราคาน้ำมันดิบอย่างรุนแรง เนื่องจาก ช่องแคบฮอร์มุซเปิด ช่วยขจัดความเสี่ยงเรื่องภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวที่เคยเป็นกังวลก่อนหน้านี้ เมื่อความเสี่ยงด้านพลังงานลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก

ในขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดการโยกย้ายเม็ดเงินลงทุนออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำโลกที่เผชิญกับแรงเทขายจนราคาปรับตัวลดลงตามทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน บรรยากาศการลงทุนที่พลิกกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำและหันไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

ตลาดทุนโลกขานรับความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว

ทิศทางของตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่อนคลายลง ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในหลายภูมิภาคปิดแดนบวกเนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนฟื้นคืนกลับมา ขณะที่ตลาดพันธบัตรเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นจากแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงตามแนวโน้มของราคาน้ำมันดิบโลก

อีกหนึ่งปัจจัยเศรษฐกิจที่น่าสนใจคือ รายงานตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกาที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากขายาลงของราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพของภาคครัวเรือนและเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้บริโภคชาวอเมริกันอย่างมีนัยสำคัญ

การปรับตัวดีขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ย่อมส่งสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจมหภาคในระยะถัดไป เนื่องจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ภาคการค้าและการผลิตขยายตัว แม้ว่าดัชนีเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงชั่วคราวจากปัจจัยการลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย แต่โครงสร้างเศรษฐกิจที่ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ต่ำลงจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบการเงินโลกในระยะยาว

#ค่าเงินบาท #ช่องแคบฮอร์มุซ #นิวเคลียร์อิหร่าน #ราคาน้ำมันดิบ #ความเชื่อมั่นผู้บริโภค #SCBFM #เศรษฐกิจโลก

Related Posts