มหกรรมบิ๊กแมตช์ธุรกิจกีฬาและเวลเนสระดับโลก ปักหมุดเปิดฉากครั้งแรกในไทย ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ไมซ์ขับเคลื่อนเม็ดเงินหมุนเวียนสะพัด ทะยานสู่ศูนย์กลางแห่งภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ
เจาะลึกปรากฏการณ์ “SPORTEC Thailand 2026” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลก
การผนึกกำลังครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ระดับนานาชาติระหว่างไทยและญี่ปุ่น ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท สปอร์เทค บีเคเค จำกัด ได้สร้างแรงขับเคลื่อนครั้งใหญ่ให้แก่ระบบเศรษฐกิจไทยด้วยการเตรียมจัดงาน “SPORTEC Thailand 2026” ร่วมกับงาน “Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026” ซึ่งถือเป็นมหกรรมนิทรรศการและการเจรจาธุรกิจ (B2B2C) ด้านอุตสาหกรรมกีฬา ฟิตเนส และสปอร์ตเทค ระดับนานาชาติครั้งแรกในประเทศไทย การจัดงานในครั้งนี้ปักหมุดหมายสำคัญระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา บนพื้นที่จัดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการกว่า 10,000 ตารางเมตร
การจัดงานร่วมกันในรูปแบบเอ็กซ์โปควบสองงานใหญ่เช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงสินค้าทั่วไป แต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากกว่า 250 ล้านบาท พร้อมทั้งดึงดูดผู้เข้าร่วมงานทั้งในประเทศและนักลงทุนจากต่างชาติรวมกันมากกว่า 25,000 คน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางธุรกิจสุขภาพ กีฬา และเวลเนสแห่งอาเซียน” ที่กำลังมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและได้รับความสนใจจากผู้เล่นในตลาดโลกอย่างเสรี
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างมีนัยสำคัญ โดยงานนี้จะกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดของอุตสาหกรรมกีฬาและเวลเนสเข้าด้วยกัน ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการลงทุน การจ้างงาน และการขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาคในระยะยาวอย่างมั่นคง
ถอดรหัสตัวเลขแสนล้าน มูลค่าทองคำของตลาดฟิตเนสและกีฬาไทย
เมื่อพิจารณาถึงข้อมูลเชิงสถิติและดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ จะพบว่าอุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน จากข้อมูลวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยและรายงานตลาดกีฬาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีการระบุตัวเลขที่น่าสนใจว่า อุตสาหกรรมกีฬาไทยในช่วงปี 2568-2569 มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมกันสูงกว่า 218,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่เกือบ 7% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจฟิตเนสในประเทศไทยกลับมีการเติบโตที่โดดเด่นและร้อนแรงยิ่งกว่า โดยมีอัตราการขยายตัวสูงถึง 18% คิดเป็นมูลค่าการตลาดรวมกว่า 12,000 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการที่คนไทยตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพิ่มขึ้นคิดเป็น 44.4% และในจำนวนนี้มีสัดส่วนมากกว่า 60% ที่นิยมเลือกใช้บริการสถานฟิตเนส เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่มองหาคลาสออกกำลังกายที่มีความหลากหลายและต้องการมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้น
จากการขยายตัวดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนผู้ประกอบการที่เข้ามาจดทะเบียนในธุรกิจบริการสถานที่ออกกำลังกายในประเทศไทยมีจำนวนรวมมากกว่า 1,000 ราย โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปี 2024 ที่ระบุว่ามีนิติบุคคลดำเนินกิจการประเภทนี้อยู่ถึง 957 ราย นอกจากนี้ ตลาดฟิตเนสคลับในภูมิภาคอาเซียนยังมีมูลค่ารวมกันสูงกว่า 94,000 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดอุปกรณ์กีฬาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเติบโตสูงที่สุดในโลก ด้วยอัตราเฉลี่ย 8.1% ต่อปี และคาดการณ์ว่าจะแตะระดับ 7 ล้านล้านบาทในอนาคตอันใกล้
“วันนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภคด้านสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางธุรกิจกีฬา ฟิตเนส และเวลเนสของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ การออกกำลังกาย และคุณภาพชีวิตมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจฟิตเนส สปอร์ตเทค เวชศาสตร์การกีฬา และนวัตกรรมสุขภาพเติบโตต่อเนื่อง การจัดงาน SPORTEC Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่คือแพลตฟอร์มระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน แบรนด์ชั้นนำ และเครือข่ายธุรกิจจากทั่วเอเชีย เพื่อเปิดโอกาสใหม่ให้อุตสาหกรรมกีฬาไทยก้าวสู่เวทีโลก” — นายวิทยา แซ่เลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์เทค บีเคเค จำกัด
ผนึกกำลัง 6 ชาติชั้นนำ ขนทัพนวัตกรรมและแบรนด์ระดับโลกบุกไบเทค
ความยิ่งใหญ่ของงานในครั้งนี้คือการนำชื่อเสียงและความสำเร็จยาวนานกว่า 16 ปีของแบรนด์ “SPORTEC” จากประเทศญี่ปุ่นมาต่อยอดสู่การจัดงานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างเวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติอย่างแท้จริง ภายในงานจะมีการรวบรวมนวัตกรรมด้านกีฬา ฟิตเนส และเทคโนโลยีสปอร์ตเทคที่ล้ำสมัยมากกว่า 150 บูธ จาก 6 ประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมกีฬา ได้แก่ ประเทศไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และปากีสถาน
นอกเหนือจากจำนวนบูธที่หนาแน่นแล้ว งานนี้ยังได้รับการตอบรับจากแบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาและนวัตกรรมฟิตเนสชั้นนำระดับโลกมากมาย อาทิ Life Fitness, Hammer Strength, Precor, Keiser, ZIVA, DHZ Fitness และ Fairtex ซึ่งพร้อมใจกันนำเทคโนโลยีการออกกำลังกายที่ทันสมัยที่สุด อุปกรณ์ฟื้นฟูสภาพร่างกายสำหรับนักกีฬา ตลอดจนนวัตกรรมล่าสุดที่ยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน มาเปิดตัวและจัดแสดงให้ผู้ประกอบการและผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ การเข้ามาร่วมทุนและจัดแสดงของแบรนด์ระดับสากลเหล่านี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงซัพพลายเชนระดับโลกได้โดยตรง เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่ช่วยลดต้นทุนในการนำเข้า และเปิดช่องทางให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงมาสู่บุคลากรและผู้ประกอบการในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมกีฬาไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ
ไฮไลต์กิจกรรมและเวทีสัมมนา อัปเดตเทรนด์อนาคต Prehab-Rehab
ไม่เพียงแต่ส่วนของการเจรจาธุรกิจเท่านั้น แต่มหกรรมในครั้งนี้ยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์กชอป และการแข่งขันกีฬาที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับกลุ่มผู้รักการออกกำลังกายและสายฟิตเนสอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน “ONTRACK RACEON” ซึ่งเป็นการแข่งขัน Functional Fitness ในรูปแบบทีมที่ท้าทายขีดจำกัดของร่างกาย หรือเวที “Rookie Contest Thailand” มหกรรมการแข่งขันนำคลาสออกกำลังกายระดับประเทศเพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ รวมไปถึงการออกกำลังกาย “Barre Workout” สไตล์เกาหลีที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง
ในส่วนของการเสริมสร้างความรู้และทักษะวิชาชีพ ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปจากสถาบันชั้นนำมากมาย อาทิ การเต้น Zumba, มหกรรม Pilates Fest, เวที The Key Yoga และหลักสูตรพัฒนาบุคลากรจาก Fit Thailand นอกจากนี้ ไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือการจัดเวทีสัมมนาทางวิชาการและธุรกิจในหัวข้อเกี่ยวกับเวชศาสตร์การกีฬา (Sports Medicine) กายภาพบำบัด และการดูแลฟื้นฟูร่างกายก่อนและหลังการบาดเจ็บ (Prehab-Rehab) รวมถึงการเจาะลึกเทรนด์ธุรกิจฟิตเนสในอนาคตรวมมากกว่า 30 หัวข้อตลอดการจัดงาน
กระบวนการขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ ได้รับการสนับสนุนและการการันตีความพร้อมจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม นำโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยองค์กรพันธมิตรชั้นนำอีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือแบบบูรณาการในการผลักดันให้อุตสาหกรรมกีฬาและเวลเนสกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ
บูรณาการ 22 โซนไฮไลต์ ปักหมุดไทยสู่ Sport & Wellness Hub of ASEAN
ก้าวต่อไปที่สำคัญของการจัดงานร่วมกันระหว่าง ‘SPORTEC Thailand 2026’ และ ‘Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026’ คือการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบและครอบคลุมที่สุด ด้วยการแบ่งโซนจัดแสดงและโซนไฮไลต์ออกเป็นมากกว่า 22 โซน ครอบคลุมตั้งแต่หมวดหมู่สุขภาพ ความงาม เวลเนส กีฬา ฟิตเนส สปา โภชนาการ อาหารเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงและนวัตกรรมการออกกำลังกายแห่งอนาคต
การออกแบบพื้นที่การจัดงานในลักษณะนี้ ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้าร่วมงานทุกกลุ่มได้อย่างครบวงจรในงานเดียว (One-Stop Service) ตั้งแต่ผู้ประกอบการที่ต้องการหาคู่ค้าทางธุรกิจ นักลงทุนที่มองหาโอกาสใหม่ๆ ไปจนถึงผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการอัปเดตเทรนด์และเลือกซื้อสินค้าสุขภาพนวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมทั้งกิจกรรมสร้างสรรค์และเวทีเสวนาสุขภาพที่มีให้เข้าร่วมอย่างเต็มอิ่มตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน
ปลายทางของมหกรรมระดับนานาชาตินี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าในระยะสั้น แต่คือภาพสะท้อนของความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทยในการประกาศความเป็นผู้นำ เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านกีฬาและสุขภาพของภูมิภาค หรือ “Sport & Wellness Hub of ASEAN” อย่างเต็มภาคภูมิและยั่งยืนในเวทีโลก
#SPORTECThailand2026 #SportWellnessHub #อุตสาหกรรมกีฬา #ธุรกิจฟิตเนส #สปอร์ตเทค #เศรษฐกิจไทย


