กระทรวงดีอี เดินหน้าชี้แจงข้อกังขาโครงการระบบปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติ ยันทุกขั้นตอนโปร่งใสตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมกางแผนเชิงรุกเร่งกวาดล้างภัยไซเบอร์ควบคู่การเร่งรัดข้อกฎหมายเพื่อคืนเงินเยียวยาเหยื่อผู้เสียหายจากคดีออนไลน์มูลค่ากว่าสองหมื่นล้านบาทให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคมนี้
เจาะลึกทิศทาง TH-AI Passport บันไดขั้นสำคัญสู่การเท่าเทียมทางเทคโนโลยี
การขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในยุคปัจจุบัน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เพื่อตอบกระทู้ถามสดในประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะเรื่อง “ความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการ TH-AI Passport” ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าเป็นโครงการเร่งด่วนที่อาจมีความกระชั้นชิดในกระบวนการดำเนินงาน ทางกระทรวงฯ ได้ตระหนักถึงข้อกังวลดังกล่าวและพร้อมที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจในการตรวจสอบทุกแง่มุม
ทางกระทรวงดีอีได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า แม้โครงการTH-AI Passport จะถูกจัดเตรียมและมองว่าเป็นโครงการเร่งด่วนเพื่อสปีดนวัตกรรมให้ทันโลก แต่ในแง่ของกระบวนการทำงานและกฎหมาย ทั้งหมดกระทำผ่านขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตามปกติอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อข้อยกเว้นพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น เป้าหมายที่แท้จริงของโครงการนี้คือการลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี โดยมุ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในยุคดิจิทัลที่พลเมืองทุกคนควรได้รับเพื่อการพัฒนาทักษะ
โครงการนำร่องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้และเข้าใจระบบการทำงานของ AI อย่างเป็นระบบและถูกต้องตามหลักสากล โดยมีการวางกลุ่มเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคม ประกอบไปด้วย กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต กลุ่มประชาชนทั่วไปรวมถึงภาคธุรกิจเอกชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และกลุ่มข้าราชการเพื่อยกระดับการบริหารราชการแผ่นดิน การเข้าใช้งานจะทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยสูงผ่านการลงทะเบียนด้วยระบบ THAI ID ซึ่งครอบคลุมพื้นที่การใช้งานได้ทั่วทั้งประเทศ
“เป้าหมายของโครงการ คือ การเปิดโอกาสให้คนไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึง สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้าง “ความยุติธรรมที่เท่าเทียม” ให้ประชาชน” — นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
เปิดพิมพ์เขียวความโปร่งใสและการกระจายช่องทางสื่อสารสู่ภาคประชาชน
ข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อนั้น รมช.ดีอี ได้อธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ทางกระทรวงฯ มองเห็นศักยภาพของร้านสะดวกซื้อในฐานะจุดเชื่อมต่อที่สามารถเข้าถึงวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนจำนวนมากได้อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ช่องทางดังกล่าวไม่ใช่ช่องทางเดียวที่รัฐเลือกใช้ในการสื่อสารข้อมูล เนื่องจากโครงการTH-AI Passport มีแผนการบูรณาการสื่อสารอย่างรอบด้านและครบวงจรเพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดหรือปิดกั้นข้อมูลข่าวสารแก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
นอกเหนือจากพื้นที่ออฟไลน์แล้ว กระทรวงดีอีเปิดเกมรุกควบคู่ไปกับการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นๆ อย่างแพร่หลาย โดยเน้นหนักไปที่สื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่เป็นที่นิยมของเยาวชนและคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ สำหรับกระบวนการคัดเลือกผู้ให้บริการและการกำหนดเงื่อนไขการประมูล (TOR) นั้น ยืนยันว่าทุกขั้นตอนถูกเขียนและอนุมัติตามระเบียบราชการอย่างโปร่งใส ปราศจากการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่งอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังเปิดกว้างพร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน องค์กรอิสระ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงและพัฒนาโครงการให้เกิดความคุ้มค่าเงินภาษีสูงสุด ความตั้งใจจริงนี้ทำเพื่อมุ่งหวังให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนชาวไทยทุกคน และยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี
สงครามไซเบอร์: ลุยล้างบางเว็บพนันพร้อมยกระดับกฎหมายปกป้องผู้บริโภค
อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ที่ประชุมวุฒิสภาให้ความสำคัญคือ มาตรการในการจัดการกับภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ โดยทาง รมช.ดีอี ชี้แจงว่ากระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้จัดตั้งทีมเฝ้าระวังเพื่อติดตามปัญหาการแพร่กระจายของคลิปลามกอนาจารและเว็บไซต์พนันออนไลน์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ผลงานที่ผ่านมาสามารถดำเนินการสั่งปิดกั้น URL ที่กระทำความผิดและเป็นภัยต่อเยาวชนไปแล้วมากกว่า 20,000 รายการ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอกับแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำระดับโลก
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการภัยไซเบอร์ในระยะยาว กระทรวงดีอีมีแผนงานขั้นก้าวหน้าในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเสริมทัพในการตรวจจับและบริหารจัดการเนื้อหาที่ผิดกฎหมายบนโลกอินเทอร์เน็ต ระบบ AI จะช่วยคัดกรองและตรวจพบความผิดปกติได้รวดเร็วกว่าการใช้แรงงานมนุษย์หลายเท่าตัว ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่นับวันจะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
นอกจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ทางกระทรวงฯ ยังได้เร่งรัดกระบวนการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายด้านดิจิทัลอีกหลายฉบับที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้อำนาจหน้าที่และบทลงโทษมีความสอดคล้องเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกออนไลน์ในปัจจุบัน โดยในขณะนี้ได้มีการผสานความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการกำกับดูแลผู้ให้บริการและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้มีความเข้มงวดและเด็ดขาดมากยิ่งขึ้น
ข่าวดีเหยื่อโกงออนไลน์ ดีอีปักหมุดสิงหาคมนี้เตรียมคืนเงินสองหมื่นล้าน
ความคืบหน้าครั้งสำคัญที่ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายตั้งตารอคอย คือประเด็นการเยียวยาและคืนเงินจากคดีโกงออนไลน์และมิจฉาชีพทางเทคโนโลยีที่มีมูลค่าความเสียหายรวมสูงกว่า 20,000 ล้านบาท รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอีระบุว่า ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการเร่งรัดดำเนินการอย่างสุดความสามารถ และคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มกระบวนการทยอยคืนเงินก้อนดังกล่าวส่งตรงถึงมือประชาชนผู้เสียหายทุกคนได้ภายในเดือนสิงหาคม 2569 นี้อย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นมาตรการเยียวยาครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระบวนการเยียวยาในครั้งนี้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม เกิดจากการที่กระทรวงดีอีได้เข้าไปเร่งรัดข้อกฎหมายและผลักดันการแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างตรงจุด จนกระทั่งสามารถประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติฉบับใหม่ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้ ซึ่งจะช่วยทลายข้อจำกัดและลดขั้นตอนทางธุรการลงไปได้อย่างมหาศาล
การยกระดับกฎหมายและการทำงานเชิงรุกในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของภาครัฐในการสร้างความปลอดภัยและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้แก่ประชาชน ทิศทางในอนาคตของกระทรวงดีอีจะยังคงมุ่งเน้นการติดตามและผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้กลไกทางกฎหมายและการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยมีความยืดหยุ่น เท่าทันต่อสถานการณ์โลกยุคดิจิทัลที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน
#THAIPassport, #กระทรวงดีอี, #ปัญญาประดิษฐ์, #ปราบเว็บพนัน, #คืนเงินผู้เสียหาย, #บุณย์ธิดาสมชัย, #เศรษฐกิจดิจิทัล, #ความปลอดภัยไซเบอร์

