ทรู ส่ง ไซเบอร์เซฟ สกัด มิจฉาชีพ ข้าม พรมแดน ปกป้อง ลูกค้า ฟรี

ทรู ส่ง ไซเบอร์เซฟ สกัด มิจฉาชีพ ข้าม พรมแดน ปกป้อง ลูกค้า ฟรี

ทรู ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด ขานรับมาตรการ กสทช. เปิดตัวระบบแจ้งเตือนสายเสี่ยงต่างแดนรหัส +697 และ +698 บนหน้าจอทันที โดยไม่ต้องโหลดแอป เพื่อตัดวงจรกลโกงมิจฉาชีพยุคดิจิทัลอย่างตรงจุด

ทรู เดินหน้ายกระดับความปลอดภัย ขานรับนโยบาย กสทช. สกัดภัยไซเบอร์

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผู้ใช้บริการให้รอดพ้นจากภัยคุกคามของมิจฉาชีพในยุคดิจิทัล ล่าสุดได้ขานรับนโยบายและมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการร่วมมือกันสกัดกั้นภัยมิจฉาชีพข้ามพรมแดนที่กำลังระบาดและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในวงกว้าง ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการนำเทคโนโลยีมาใช้ปกป้องผู้บริโภคอย่างจริงจัง

การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้บริการ “ทรู ไซเบอร์เซฟ” (True CyberSafe) ซึ่งเป็นแกนหลักในการมอบความอุ่นใจและปลอดภัยให้แก่ลูกค้าในเครือทั้งหมด ครอบคลุมทั้งผู้ใช้บริการทรู (True), ดีแทค (dtac) และทรูออนไลน์ (True Online) โดยเปิดให้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ มาตรการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลภาครัฐและผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศ เพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสูงสุด

เป้าหมายหลักของการขับเคลื่อนนโยบายนี้ คือการลดความสูญเสียทางทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ ทรู มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทุกคนสามารถใช้งานบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยในทุกมิติ โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับสูง เนื่องจากระบบได้รับการออกแบบมาให้ทำงานโดยอัตโนมัติจากฝั่งเครือข่าย เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและปลอดภัยอย่างสูงสุดแก่ผู้บริโภคทุกคน

เปิดฟีเจอร์เด่นแจ้งเตือน +697 และ +698 สกัดกลโกงข้ามพรมแดนทันที

ไฮไลต์สำคัญของการอัปเกรดบริการ ทรู ไซเบอร์เซฟ ในครั้งนี้ คือการเพิ่มระบบแจ้งเตือนภัยสำหรับสายเรียกเข้าจากต่างประเทศที่ขึ้นต้นด้วยรหัส +697 และ +698 ซึ่งเป็นกลุ่มหมายเลขสุ่มเสี่ยงที่มิจฉาชีพมักใช้เป็นช่องทางในการโทรเข้ามาลอกลวงผู้บริโภคในประเทศไทย เมื่อมีสายเรียกเข้าจากรหัสดังกล่าว ระบบอัจฉริยะของทรูจะทำการแสดงข้อความแจ้งเตือนภัยขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของลูกค้าควบคู่กับหมายเลขนั้น ๆ ในทันที เพื่อให้ผู้รับสายเกิดความระมัดระวังขั้นสูงสุดและมีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะกดรับสาย

ความโดดเด่นของระบบนี้คือความสะดวกสบายและเข้าถึงง่าย โดยลูกค้าทรูและดีแทคสามารถใช้งานได้ฟรี ทันที โดยไม่ต้องทำการลงทะเบียน และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมใด ๆ ให้ยุ่งยาก ตัวระบบได้รับการพัฒนาให้รองรับการทำงานบนสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Android ทำให้สามารถปกป้องผู้ใช้งานได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเยาวชน ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุที่อาจจะไม่สันทัดในการติดตั้งแอปพลิเคชันป้องกันภัยด้วยตนเอง

การเลือกเจาะจงไปที่รหัสโทรศัพท์ +697 และ +698 ถือเป็นการแก้ปัญหาและสกัดกั้นกลโกงของมิจฉาชีพได้อย่างตรงจุด เนื่องจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ขบวนการคอลเซ็นเตอร์มักจะใช้ช่องทางโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือบริการข้ามพรมแดนในการเข้ามาหลอกลวง การโชว์ข้อความเตือนบนหน้าจออย่างชัดเจนจะช่วยตัดวงจรการเข้าถึงตัวเหยื่อตั้งแต่ต้นทาง ลดโอกาสที่ผู้บริโภคจะหลงเชื่อเนื้อหาที่มิจฉาชีพปั้นแต่งขึ้นมาหลอกลวงได้อย่างมีนัยสำคัญ

มาตรการรอบด้านและบริการ 9777 Scam Report หนุนผู้บริโภคปลอดภัยรอบทิศ

นอกเหนือจากการแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากต่างประเทศแล้ว ทรู ไซเบอร์เซฟ ยังดำเนินมาตรการปกป้องลูกค้าอย่างรอบด้านและครบวงจรมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการแจ้งเตือนลิงก์ที่เป็นอันตรายผ่านข้อความ การบล็อกสายเรียกเข้าและข้อความสั้น (SMS) ที่มีความเสี่ยง รวมถึงการติดตามเฝ้าระวังเว็บไซต์หลอกลวงต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าหลงเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือทำธุรกรรมการเงินในพื้นที่อันตราย ซึ่งนับเป็นการวางแนวป้องกันหลายชั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

พร้อมกันนี้ ทรู ยังได้เปิดให้บริการช่องทางพิเศษเพื่อช่วยเหลือและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่าน “บริการ 9777 Scam Report” ช่องทางนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถแจ้งบล็อกสายของมิจฉาชีพ หรือแจ้งเบาะแสข้อความหลอกลวงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเมื่อได้รับแจ้งแล้ว ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจะเร่งทำการตรวจสอบข้อมูลในทันที พร้อมทั้งกำหนดมาตรการแจ้งผลการตรวจสอบกลับไปยังผู้แจ้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

การควบคู่กันระหว่างระบบป้องกันอัตโนมัติและการเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชน ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ทรู ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยไซเบอร์ในรูปแบบต่าง ๆ แก่ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพราะการมีเทคโนโลยีที่ดีควบคู่ไปกับผู้ใช้งานที่มีความรู้และเท่าทันกลโกง จะเป็นเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ที่ดีที่สุดในการขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง

บทวิเคราะห์ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมและผู้บริโภค

การขยับตัวของ ทรู ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ในฐานะผู้ให้บริการรายใหญ่ การลุกขึ้นมาจัดทำระบบป้องกันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่ผู้ประกอบการรายอื่นจำเป็นต้องพิจารณาเดินตาม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลดีต่อภาพรวมของประเทศในการลดความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าความเสียหายต่อปีในระดับที่สูงมาก

สำหรับกลุ่มผู้บริโภค เทคโนโลยีนี้ช่วยลดความหวาดระแวงในการรับสายโทรศัพท์ ซึ่งเป็นปัญหาบั่นทอนคุณภาพชีวิตและการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน การแสดงผลเตือนรหัส +697 และ +698 บนหน้าจอโทรศัพท์โดยตรง เปรียบเสมือนการมีผู้ช่วยส่วนตัวคอยคัดกรองสายเรียกเข้าให้ตลอดเวลา ช่วยให้ผู้ใช้งานเกิดความตื่นตัวและฉุกคิดก่อนที่จะสนทนา ซึ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่มิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาในการชักจูงใจ

ในก้าวต่อไป ทรู ไซเบอร์เซฟน่าจะยังคงมีการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการโทรและข้อความที่ผิดปกติในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้อัปเดตเท่าทันกับกลโกงของมิจฉาชีพที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา ประชาชนและผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลของบริการ รวมถึงคำแนะนำในการป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของทางบริการโดยตรง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย

#TrueCyberSafe #ทรูไซเบอร์เซฟ #Truedtac5G #ปกป้องภัยไซเบอร์ #มิจฉาชีพ

Related Posts