การยกระดับนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อความยั่งยืน ครั้งสำคัญในไทย เมื่อยักษ์ใหญ่ภาคธนาคารเดินหน้าหนุนกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีชั้นนำด้วยกลไกขับเคลื่อนสู่เป้าหมายเน็ตซีโร
เปิดฉากความร่วมมือขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในแวดวงการเงินและภาคอุตสาหกรรมไทยเกิดขึ้นเมื่อ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศลงนามร่วมมือกับ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ในการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อการค้าที่อ้างอิงกับผลการดำเนินงานด้าน ความยั่งยืน เพื่อร่วมกันผลักดันและยกระดับระบบนิเวศทางการเงินสีเขียวในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยการประสานความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การจัดหาและจัดการเงินทุนหมุนเวียนในระบบซัพพลายเชนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเป็นหลัก
“ธุรกิจไทยกำลังเผชิญความคาดหวังที่สูงขึ้นจากนักลงทุน ลูกค้า และคู่ค้าทั่วโลก ให้ผนวกหลักความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม บทบาทของสถาบันการเงินในวันนี้จึงขยายจากการสนับสนุนเงินทุน สู่การออกแบบเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเดินหน้าเปลี่ยนผ่านได้จริง” — นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล > กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
กลไกทางการเงินดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าจับตามองในตลาดทุนไทย เนื่องจากเป็นการนำโครงสร้างสินเชื่อมาเชื่อมโยงกับเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยการประเมินประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนขององค์กรผู้ขอสินเชื่อจะถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเงื่อนไขทางการเงิน ซึ่งแนวทางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจในเวทีระดับโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทใหม่ของสถาบันการเงินที่ปรับเปลี่ยนจากการเป็นผู้ให้กู้ยืมแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง
การลงนามร่วมมือระหว่างสององค์กรชั้นนำในครั้งนี้จัดขึ้น ณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นับเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการทำธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีในประเทศ ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายรอบด้านจากมาตรการกีดกันทางการค้าและการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นจากทั่วโลก การเปลี่ยนผ่านในลักษณะนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อความอยู่รอดและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของเศรษฐกิจไทย
เจาะลึกโครงสร้างสินเชื่ออ้างอิงเกณฑ์มาตรฐาน S&P Global ESG Score
ความโดดเด่นของวงเงินสินเชื่อเพื่อการค้าในครั้งนี้อยู่ที่การออกแบบโครงสร้างภายใต้กรอบหลักการ Sustainability-Linked Loan Principles ของธนาคารยูโอบี ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยความร่วมมือนี้ได้มีการเลือกใช้ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงานระดับโลกอย่าง S&P Global ESG Score เข้ามาเป็นเกณฑ์หลักในการตรวจสอบและประเมินผล ซึ่งดัชนีดังกล่าวจะครอบคลุมมิติที่สำคัญทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ มิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านสังคม และมิติด้านธรรมาภิบาล
การนำดัชนีความยั่งยืนระดับสากลมาเป็นตัวชี้วัดส่งผลให้เงื่อนไขทางการเงินของวงเงินสินเชื่อนี้มีความยืดหยุ่นและแปรผันตามผลสัมฤทธิ์จริงในการดำเนินงานด้าน ESG ของทาง IRPC ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของทางบริษัทที่ได้มีการนำกลไกการค้าในห่วงโซ่อุปทานมาผูกโยงเข้ากับคะแนนด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม การดำเนินการในรูปแบบนี้นอกจากจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินหากสามารถทำผลงานด้านความยั่งยืนได้ตามเป้าหมายแล้ว ยังเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการควบคุมดูแลกิจการให้เป็นมิตรต่อโลก
การวางระบบสินเชื่อลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยด้าน ESG ได้ปรับเปลี่ยนสถานะจากเดิมที่เป็นเพียงตัวเลือกหรือกิจกรรมเพื่อสังคม ขององค์กร มาสู่การเป็นองค์ประกอบหลักในแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงและการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของภาคธุรกิจ การมีเครื่องมือตรวจสอบที่เป็นกลางและมีมาตรฐานสูงอย่าง S&P Global จะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และดึงดูดกลุ่มนักลงทุนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนเข้ามาสู่อุตสาหกรรมไทยมากขึ้น
“ไออาร์พีซี มุ่งมั่นยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนขององค์กร แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการนำผลการดำเนินงานด้าน ESG มาเชื่อมโยงกับกลไกทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว” — นางสาวทอแสง ไชยประวัติ > รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
แรงขับเคลื่อนสู่อนาคตคาร์บอนต่ำและความยั่งยืนในระดับสากล
ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นมากกว่าเพียงแค่การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างธนาคารและลูกค้ารายใหญ่ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงทิศทางและแนวโน้มการเติบโตของนวัตกรรมทางการเงินเพื่อ ความยั่งยืน (Sustainable Finance) ในประเทศไทยที่กำลังยกระดับเข้าสู่มาตรฐานสากลอย่างแท้จริง การผสมผสานเป้าหมายทางธุรกิจร่วมกับมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมกลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการวางโครงสร้างการเติบโตและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรในระยะยาวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
จากการปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลกที่มุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ การมีนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบ Sustainability-Linked จึงทวีความสำคัญและได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด ความร่วมมือระหว่างธนาคารยูโอบีและไออาร์พีซีในครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เล่นรายอื่น ๆ ในภาคอุตสาหกรรมไทย ให้หันมาบูรณาการการบริหารจัดการเงินทุนควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกัน
ในท้ายที่สุด การร่วมมือพัฒนากลไกสินเชื่อเพื่อการค้าที่อ้างอิงเกณฑ์คะแนนความยั่งยืนนี้ จะช่วยเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือทางการเงินสีเขียวเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทยยังคงความสามารถในการแข่งขัน พร้อมขยายเครือข่ายทางการค้าและการลงทุนในเวทีระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน
#ยูโอบี #ไออาร์พีซี #สินเชื่อเพื่อการค้า #SustainableFinance #ESGScore #ความยั่งยืน #เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

