ครั้งแรกของไทย! อว. ผนึก AIS – IRIS เปิดตัวดัชนี AI ระดับชาติ “TARI”

ครั้งแรกของไทย! อว. ผนึก AIS – IRIS เปิดตัวดัชนี AI ระดับชาติ “TARI”

กระทรวง อว. จับมือ AIS Academy และ IRIS Consulting ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เปิดตัวดัชนี “TARI” เข็มทิศวัดความพร้อมด้าน AI หวังยกระดับองค์กรไทยสู่เวทีโลก

พลิกโฉมธุรกิจไทยด้วยดัชนีความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกับ AIS Academy และ บริษัท ไอริส คอนซัลติ้ง จำกัด (IRIS Consulting) เปิดตัวโครงการ “Thailand AI Readiness Index” หรือ “TARI (ทาริ)” ดัชนีชี้วัดความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ขององค์กรไทยเป็นครั้งแรกของประเทศ การขยับตัวในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง “เข็มทิศระดับชาติ” ที่ช่วยให้ภาคธุรกิจและองค์กรในทุกอุตสาหกรรมสามารถประเมินศักยภาพ ค้นหาช่องว่าง และวางรากฐานการใช้ AI ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ความท้าทายในปัจจุบันของภาคธุรกิจไทยไม่ใช่เรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการนำปัญญาประดิษฐ์ไปสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงในเชิงโครงสร้าง ดัชนี TARI จึงถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าเครื่องมือวัดผล แต่ทำหน้าที่เสมือนระบบปฏิบัติการ ในการขับเคลื่อนนโยบายและการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างมีทิศทาง ตัวดัชนีจะมุ่งเน้นการประเมินรอบด้าน ตั้งแต่วิสัยทัศน์ผู้บริหาร กลยุทธ์องค์กร โครงสร้างข้อมูล กระบวนการทำงาน ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กรและทักษะของบุคลากรรายบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรไทยจะไม่หลงทางไปกับกระแสแฟชั่นทางเทคโนโลยี

การขับเคลื่อนโครงการนี้เป็นการผสานพลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน โดยตั้งเป้าหมายระยะแรกในการดึงดูดองค์กรเข้าร่วมประเมินความพร้อมไม่น้อยกว่า 5,000 องค์กรในปีแรก และขยายผลให้ครอบคลุมมากกว่า 20,000 องค์กรในระยะต่อไป ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไปจนถึงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยุค AI อย่างยั่งยืน

AIS Acade tari

ผ่าโครงสร้างกรอบการประเมิน 3 ระดับ และ 8 แกนหลักของ TARI

หัวใจสำคัญของดัชนี TARI คือการประเมินแบบหลายระดับ (Multi-level Assessment) ที่มองภาพความพร้อมแบบ 360 องศา ผ่าน 3 ระดับการประเมินหลัก ประกอบด้วย ระดับองค์กร (Organization View) ผ่านการสำรวจกลุ่มผู้บริหารระดับสูง (C-Suite) เพื่อสะท้อนความพร้อมเชิงกลยุทธ์ , ระดับสายงาน (Function View) ผ่านการสำรวจหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการเพื่อดูความพร้อมหน้างาน , และระดับบุคคล (Individual View) ซึ่งเป็นแบบทดสอบมาตรฐานวัดความรู้ความสามารถของบุคลากร วิธีการนี้ทำให้ดัชนีสามารถสะท้อนภาพความเป็นจริงขององค์กรได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ระดับนโยบายสู่ระดับปฏิบัติ

นอกจากนี้ กรอบการทำงานของ TARI ยังจำแนกการประเมินออกเป็น 8 แกนหลัก (Pillars) ที่ครอบคลุมทุกมิติการขับเคลื่อนนโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ เริ่มตั้งแต่วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำด้าน AI, การจัดการและธรรมาภิบาลข้อมูล, เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน, บุคลากรและทักษะ, ธรรมาภิบาลและความเสี่ยง, กรณีการนำไปใช้งานเพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจ, วัฒนธรรมองค์กรและการบริหารการเปลี่ยนแปลง, ไปจนถึงการก้าวข้ามกับดักและวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง เพื่อช่วยแปลงผลการประเมินเชิงลึกเหล่านั้นให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการ (Action Playbook) และ Roadmap สำหรับแต่ละองค์กรได้อย่างแท้จริง

กระบวนการขับเคลื่อนดัชนีจะดำเนินงานผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ Measure (วัดผล) เพื่อให้องค์กรเข้าใจระดับความพร้อมของตนเอง , Benchmark (เปรียบเทียบ) เพื่อนำผลคะแนนไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานในอุตสาหกรรมเดียวกันและภาพรวมระดับประเทศ โดยอิงตาม 8 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) , และ Activate (ลงมือทำ) เพื่อนำ Insights ที่ได้ไปปรับปรุงทักษะบุคลากรและกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

ถอดรหัสวิสัยทัศน์ 3 พันธมิตร ร่วมขับเคลื่อนมาตรฐาน AI ระดับสากล

ความร่วมมือระดับชาติในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากผู้กำหนดนโยบายและภาคเอกชนรายใหญ่ โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะกรรมการ National AI เผยว่า “AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม นวัตกรรม และกำลังคน โครงการ TARI จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจเชิงระบบว่าองค์กรไทยมีความพร้อมอยู่ระดับใด ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นฐานสำคัญให้ภาครัฐออกแบบนโยบายและมาตรการสนับสนุนได้อย่างตรงจุด” พร้อมเน้นย้ำถึงเป้าหมาย “AI for all” ของกระทรวงที่มุ่งเน้นการวางรากฐาน Infrastructure และกำลังคนเพื่อเพิ่มผลิตภาพในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว

ในมุมมองของภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวถึงความท้าทายและจุดประสงค์หลักในการร่วมพัฒนาเครื่องมือนี้ว่า “ความท้าทายของหลายองค์กรในวันนี้ไม่ใช่การขาดเทคโนโลยี แต่คือการไม่รู้ว่าตนเองพร้อมแค่ไหน ควรเริ่มต้นจากตรงไหน และจะใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร จากวิสัยทัศน์ ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ ที่ AIS ยึดเป็นแนวคิดหลัก จึงเป็นที่มาของการร่วมพัฒนา TARI ให้เป็นเครื่องมือกลาง เพื่อให้ในวันที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ใครมี AI มากกว่า แต่ใครพร้อมใช้ AI ได้ดีกว่า นอกจากนี้ AIS Academy ยังเตรียมขยายผลผ่าน ‘Academy for Thai’ เพื่อกระจายองค์ความรู้สู่ประชาชนทั่วไปผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ฟรีอีกด้วย”

ขณะที่ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ระบุว่าภาครัฐจะทำหน้าที่เป็น Data Governor ในการดูแลควบคุมข้อมูลภาพรวมเพื่อนำไปวิเคราะห์เชิงนโยบายอย่างปลอดภัย ทางด้าน คุณบริวัฒน์ ปิ่นประดับ ประธานกรรมการ บริษัท ไอริส คอนซัลติ้ง จำกัด ในฐานะทีมบริหารโครงการ (TARI PMO) กล่าวเสริมว่า “หลายองค์กรมีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อน AI แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะลงทุนด้านใดก่อน การพัฒนา TARI ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างภาษาเดียวกัน (Common Language) ในเรื่อง AI Readiness ให้กับประเทศไทย และช่วยให้องค์กรไทยสามารถนำข้อมูลเชิงลึกไปต่อยอดแผนงานด้าน AI Transformation สู่ระดับสากลได้อย่างมั่นใจ”

ความปลอดภัยข้อมูลขั้นสูงและการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยั่งยืน

ประเด็นที่หลายองค์กรให้ความกังวลในการเข้าร่วมประเมินคือเรื่องของความปลอดภัยและการรักษาความลับของข้อมูลองค์กร ซึ่งโครงการ TARI ได้จัดตั้งกรอบการกำกับดูแลข้อมูลอย่างเข้มงวด โดยระบบทั้งหมดได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้มาตรฐานสากล ISO/IEC 27001 และกรอบบริหารความเสี่ยงด้าน AI ของ NIST (NIST AI RMF) รวมถึงสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของไทยอย่างครบถ้วน โดยมี สอวช. และคณะกรรมการ TARI เป็นผู้ควบคุมดูแลอย่างเป็นอิสระ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับองค์กรที่เข้าร่วม

กลไกความปลอดภัยจะไม่มีการนำข้อมูลดิบหรือคะแนนรายบุคคลขององค์กรออกสู่สาธารณะหรือเปิดเผยแก่ผู้เข้าร่วมรายอื่นเด็ดขาด การประมวลผลและการรายงานผลจะทำในรูปแบบข้อมูลภาพรวมเชิงสถิติ (Aggregated Data) เท่านั้น โดยเกณฑ์การเปรียบเทียบในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมจะต้องมีองค์กรเข้าร่วมประเมินอย่างน้อย 5 องค์กรขึ้นไปต่อหนึ่งช่องข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้มีการระบุตัวตนขององค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ ทำให้แต่ละองค์กรเป็นเจ้าของข้อมูลของตนเองและเห็นเฉพาะการเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมโดยอัตโนมัติบนระบบแดชบอร์ด

โครงการนี้ได้เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนในปี 2569 โดยในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมจะเป็นระยะเวลาเปิดรับการประเมินความพร้อมระดับประเทศ และจะมีการรายงานผลภาพรวมชุดแรกพร้อมเปิดให้เข้าใช้งานแพลตฟอร์มแดชบอร์ดในเดือนธันวาคม 2569 สำหรับในปี 2570 เป็นต้นไป จะเปิดให้มีการประเมินปีละ 2 รอบ พร้อมเตรียมเปิดตัว “AI Capability Passport” ซึ่งเป็นเอกสารรับรองขีดความสามารถด้าน AI สำหรับบุคลากรและองค์กรไทยเพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

#TARI #AIReadiness #กระทรวงอว #AISAcademy #IRISConsulting #ปัญญาประดิษฐ์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #นวัตกรรมไทย

Related Posts