Gemini Report SEA 2026 ชี้ชัด เศรษฐกิจ AI อาเซียนโตแบบก้าวกระโดด

Gemini Report SEA 2026 ชี้ชัด เศรษฐกิจ AI อาเซียนโตแบบก้าวกระโดด

รายงาน The Gemini Report | Southeast Asia 2026 เจาะลึกพฤติกรรมผู้ใช้ชี้ภูมิภาคอาเซียนเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกด้วยอัตราการเติบโตแบบทวีคูณ

กระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากผลการสำรวจดัชนีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการพบว่า ตัวเลขผู้ใช้งานรายเดือนในระดับโลกทะยานทะลุ 9 แสนล้านรายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่เมื่อเจาะลึกในตลาดอาเซียนกลับพบสถิติที่น่าทึ่งยิ่งกว่า เนื่องจากปริมาณผู้ใช้งานในภูมิภาคนี้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวภายในระยะเวลาเพียง 12 เดือนเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชากรในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปิดรับนวัตกรรมล้ำสมัยนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังส่งผลให้เครื่องมือช่วยทำงานสายพันธุ์ยุคใหม่กลายเป็นแอปพลิเคชันในเครือของกูเกิลที่มีอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้อย่างไม่มีข้อกังขา

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเกิดขึ้นจากการเปิดตัวเทคโนโลยีโมเดลสร้างภาพอัจฉริยะที่มีชื่อว่า นาโนบานานา (Nano Banana) ซึ่งเปิดตัวสู่สาธารณชนเมื่อช่วงสิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา การเปิดตัวโมเดลดังกล่าวได้จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นและผลักดันให้เครื่องมือผู้ช่วยเอไอตัวนี้ขึ้นแท่นคำค้นหาอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศอินโดนีเซีย ประเทศไทย และเวียดนามอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้งานใน 3 ประเทศนี้ต่างเข้าไปทดลองป้อนคำสั่งและเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับระบบอัจฉริยะ ส่งผลให้เกิดคลื่นความตื่นตัวด้านดิจิทัลกระจายออกไปเป็นวงกว้างในตลาดอาเซียน

นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้งานในปัจจุบันยังแสดงให้เห็นว่าผู้คนไม่ได้เข้ามาทดลองใช้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการใช้งานเชิงลึกที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง สถิติระบุว่าผู้ใช้งานกลับเข้ามาใช้ระบบบ่อยขึ้นถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยมีจำนวนการป้อนคำสั่งต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ที่น่าสนใจคือโครงสร้างของบทสนทนาระหว่างมนุษย์กับเอไอมีความยาวและความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 13 ซึ่งแสดงถึงความคุ้นชินและความเชื่อมั่นในการให้ระบบช่วยแก้ปัญหาที่มีความละเอียดซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม

เปิดพฤติกรรมสายโมบายล์และคอมพิวเตอร์ผ่านมุมมองเชิงพื้นที่

ความแตกต่างทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของแต่ละประเทศในอาเซียนส่งผลต่อรูปแบบการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างชัดเจน อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศที่นำเทรนด์การใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือมากที่สุดในภูมิภาค โดยมีสัดส่วนการส่งคำสั่งผ่านสมาร์ทโฟนสูงถึงร้อยละ 82 ของคำสั่งทั้งหมด วิถีชีวิตดิจิทัลของชาวอินโดนีเซียเน้นความคล่องตัวเป็นหลักเนื่องจากต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา ทำให้การติดต่อสื่อสารและการทำงานร่วมกับระบบอัจฉริยะเกิดขึ้นในลักษณะของการพูดคุยและส่งภาพถ่ายในระหว่างการเดินทางเป็นหลัก

ในทางตรงกันข้าม Singapore กลับเป็นประเทศที่ฉีกกรอบพฤติกรรมแบบโมบายล์เฟิรสต์ของอาเซียนอย่างสิ้นเชิง สถิติระบุว่าชาวสิงคโปร์ส่งคำสั่งใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์สูงถึงร้อยละ 58 เนื่องจากเน้นการนำระบบไปใช้กับงานด้านประสิทธิภาพที่ต้องการพลังประมวลผลสูงและมีความจริงจังในโลกการทำงาน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล โครงสร้างโค้ดโปรแกรม และการทำวิจัยเชิงลึก ขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างมาเลเซียและไทย มีสัดส่วนการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถืออยู่ในระดับที่เท่ากันคือร้อยละ 74 ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ร้อยละ 71 และเวียดนามร้อยละ 66 ตามลำดับ

ลักษณะการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่มักจะเป็นกิจกรรมที่เน้นความรวดเร็วและกระชับ ผู้ใช้งานมักป้อนคำสั่งสั้นๆ เพื่อขอคำแนะนำในการตัดสินใจ บทสนทนาทั่วไป การสั่งให้ระบบสร้างรูปภาพ หรือการสืบค้นข้อมูลในชีวิตประจำวันแบบเร่งด่วน ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุน้อยกว่า 25 ปีถือเป็นกลุ่มผู้นำเทรนด์ที่สร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ๆ วัยรุ่นกลุ่มนี้มีแนวโน้มการพูดคุยกับเอไอถี่กว่ากลุ่มอายุอื่น มีระยะเวลาในการสนทนาที่ยาวนานกว่า และมีความสามารถในการเขียนคำสั่งที่ให้รายละเอียดครบถ้วนชัดเจนมากที่สุดในภูมิภาค

พลังสร้างสรรค์และงานวิชาการของตลาดไทยและเพื่อนบ้าน

เมื่อวิเคราะห์วัตถุประสงค์ในการใช้งานของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ สามารถแบ่งแกนความคิดออกเป็นสามบทบาทหลัก บทบาทแรกคือการเป็นผู้ช่วยสร้างสรรค์ (Generative Collaborator) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 50 โดยผู้ใช้จะเน้นการสั่งให้ระบบสร้างสิ่งใหม่ เช่น การสร้างภาพกราฟิก การเขียนเอกสารราชการ หรือการพัฒนาชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ ส่วนบทบาทที่สองคือการเป็นผู้ช่วยทำวิจัย (Research Assistant) มีสัดส่วนร้อยละ 20 เน้นการสืบค้นหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และสรุปใจความสำคัญ และบทบาทสุดท้ายคือการเป็นเพื่อนคู่คิด (Thought Partner) มีสัดส่วนร้อยละ 10 สำหรับการขอไอเดียของขวัญวันเกิดหรือวางแผนการท่องเที่ยว

สำหรับประเทศไทย เทคโนโลยีนี้ได้กลายสภาพมาเป็นเพื่อนคู่คิดด้านไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัว ผลสำรวจชี้ว่า 1ใน 3 ของคำสั่งจากผู้ใช้ชาวไทยเป็นการสื่อสารเพื่อความบันเทิงและวิถีชีวิต เช่น การขอไอเดียแต่งบ้าน การคิดสูตรอาหารกลางวันเพื่อสุขภาพ หรือการค้นหาข้อมูลทางวัฒนธรรมของวัดในละแวกใกล้เคียง นอกจากนี้กลุ่มผู้หญิงไทยยังมีสถิติการใช้งานด้านความคิดสร้างสรรค์มากกว่าผู้ชายไทยถึงร้อยละ 50 พฤติกรรมการป้อนคำสั่งของคนไทยนิยมใช้ภาษาไทยสูงถึงร้อยละ 87 ซึ่งเป็นรองเพียงแค่ประเทศเวียดนามเท่านั้น โดยคนไทยจะหันมาใช้ภาษาอังกฤษก็ต่อเมื่อต้องทำงานทางเทคนิคหรืองานเขียนโปรแกรมระดับสูง

ในส่วนของเวียดนาม เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้เป็นสะพานเชื่อมโยงความรู้สู่ระดับสากล ชาวเวียดนามครองแชมป์การใช้ภาษาท้องถิ่นสูงที่สุดในอาเซียนถึงร้อยละ 89 และเป็นกลุ่มที่ใช้งานระบบแปลภาษามากที่สุดเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจ นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นที่หนึ่งในด้านการศึกษาเชิงวิชาการ โดยมีนักเรียนและนักศึกษาใช้งานฟังก์ชัน แคนวาสสำหรับการเตรียมสอบ (Canvas for Exam Prep) สูงถึง 1.6 แสนรายต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานในเวียดนามมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะวิชาการและการเขียนโค้ดสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) เป็นหลัก

ไฮไลท์การยกระดับธุรกิจในฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์

ประเทศฟิลิปปินส์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนงานบริการลูกค้าอย่างเด่นชัด โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพาธุรกิจรับจ้างบริหารระบบธุรกิจจากภายนอกหรือบีพีโอ (BPO) ส่งผลให้คำสั่งใช้งานในฟิลิปปินส์เน้นหนักไปที่การจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า การตอบคำถามในระบบแชท และการคิดแผนการตลาด ปริมาณการใช้งานด้านศูนย์บริการลูกค้าในฟิลิปปินส์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียนถึง 3 เท่า อีกทั้งฟิลิปปินส์ยังเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่มีสัดส่วนผู้ใช้งานเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งส่วนใหญ่เน้นการใช้งานเพื่อเขียนบทความและพัฒนาทักษะทางวิชาการ

ทางด้านมาเลเซีย วัฒนธรรมการสื่อสารแบบพหุภาษาได้สะท้อนออกมาในรูปแบบของการพิมพ์คำสั่งอย่างมีเอกลักษณ์ ชาวมาเลเซียมีความเชี่ยวชาญในการสลับภาษาไปมา โดยคำสั่งภาษามาเลย์มีการเติบโตขึ้นถึง 2 เท่าในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งผู้ใช้มักจะเลือกใช้ภาษาแม่ในงานสร้างสรรค์และงานวิชาการ แต่จะปรับเปลี่ยนมาใช้ภาษาอังกฤษเมื่อต้องพิมพ์คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานระดับมืออาชีพและการเขียนโปรแกรม ยิ่งไปกว่านั้น มาเลเซียยังมีสัดส่วนการสั่งผลิตภาพกราฟิกผ่านโมเดลสร้างภาพสูงถึง 1 ใน 5 ของผู้ใช้ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในแถบอาเซียน

สิงคโปร์ครองอันดับ 1 ของโลกในแง่ของอัตราส่วนการเข้าถึงเทคโนโลยีต่อหัวประชากร โดยกลุ่มผู้ใช้งานหลักคือประชากรวัยทำงานช่วงอายุ 25 – 34 ปีที่มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 50 ชาวสิงคโปร์ทำสถิติความถี่ในการใช้งานเฉลี่ยเกือบ 10 ครั้งต่อวัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ได้หลอมรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันอย่างสมบูรณ์ กิจกรรมในช่วงวันทำงานจะมุ่งเน้นการพิมพ์งานผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด แต่เมื่อถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พฤติกรรมจะเปลี่ยนไปเป็นการค้นหาข้อมูลการบริหารเงินส่วนบุคคล การวางแผนท่องเที่ยว และการคำนวณราคาตั๋วเครื่องบินแทน

พันธมิตรทางยุทธศาสตร์และการเปิดตัวนวัตกรรมพลิกโฉมอนาคต

ความร่วมมือระหว่างกูเกิลและพันธมิตรผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมชั้นนำในอาเซียนกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระจายความรู้ด้านเทคโนโลยี ในประเทศอินโดนีเซียได้มีการจับมือกับค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง Indosat Ooredoo และ XL Axiata เพื่อควบรวมแพ็คเกจระบบบริการอัจฉริยะ Google AI Plus เข้าไปในชุดข้อมูลรายเดือนของประชาชน ส่งผลให้ผู้ให้บริการรายย่อยในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงนวัตกรรมระดับโลกได้โดยไม่มีอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย ขณะที่ในประเทศไทยมีการจัดตั้งโครงการ Gemini Academy ร่วมกับค่าย ทรู และ ดีแทค เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางดิจิทัลให้แก่เยาวชนไทย

ทิศทางของผลิตภัณฑ์ในอนาคตอันใกล้มุ่งเน้นการปฏิวัติรูปแบบผู้ช่วยส่วนตัวผ่านโปรเจกต์ Gemini Spark ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนอัจฉริยะในการบริหารจัดการตารางชีวิต ดึงข้อมูลจากอีเมล ตรวจสอบกำหนดเวลาสำคัญ และจัดการระบบดิจิทัลส่วนบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวโมเดลระดับแนวหน้าอย่าง Gemini Omni ที่สามารถรับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบพร้อมกันเพื่อแปลงผลลัพธ์เป็นภาพยนตร์สั้นความละเอียดสูง รวมถึงโมเดลระบบเสียงรุ่นอัปเกรดอย่าง Gemini Live ที่พร้อมรองรับการสนทนาด้วยสำเนียงท้องถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ การประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ผ่านบริการเชื่อมต่อ Canva Integration จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำภาพที่ผลิตจากโมเดล นาโนบานานา 2 (Nano Banana 2) ส่งต่อไปปรับแต่งโครงสร้างกราฟิกบนแพลตฟอร์มออกแบบชื่อดังได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชันสลับไปมา การบูรณาการโครงข่ายซอฟต์แวร์เหล่านี้ รวมถึงระบบสร้างเสียงดนตรี ลีเรีย 3 (Lyria 3) ที่สามารถแปลงรูปภาพสัตว์เลี้ยงให้กลายเป็นท่วงทำนองดนตรีตามอารมณ์ ล้วนเป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนว่า ตลาดอาเซียนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นแกนกลางสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่อย่างแท้จริง

#ข่าวเศรษฐกิจ #เทคโนโลยีเอไอ #ตลาดอาเซียน #กูเกิลอาเซียน #นวัตกรรมดิจิทัล #ดัชนีเทคโนโลยี2026

Related Posts