ฮ่องกง WestK ปักหมุดกรุงเทพฯ เปิดแคมเปญดันพื้นที่ศิลปะวัฒนธรรมใหม่

ฮ่องกง WestK ปักหมุดกรุงเทพฯ เปิดแคมเปญดันพื้นที่ศิลปะวัฒนธรรมใหม่

องค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน (WKCDA) ดึง “น้องหมีเนย Butterbear” เปิดฉากแคมเปญใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ เร่งผลักดันภาพลักษณ์ WestK ฮ่องกง สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมระดับโลก หวังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ผ่านซอฟต์พาวเวอร์

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ “Cultural CBD” พลิกโฉมเกาลูนสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่

การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจของฮ่องกงกำลังก้าวสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อองค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน (West Kowloon Cultural District Authority: WKCDA) ประกาศเดินหน้าแคมเปญส่งเสริมการตลาดครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ชื่อโครงการ “WestK in Bangkok” ระหว่างวันที่ 6–12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในรูปแบบเดิม แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ หรือ “Cultural CBD” (New Cultural Central Business District) ที่ผสมผสานศิลปวัฒนธรรมระดับโลกเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจและการลงทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคและนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์

เขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน (West Kowloon Cultural District หรือ WestK) เป็นโครงการอภิมหาโปรเจกต์บนพื้นที่ถมทะเลขนาด 40 เฮกตาร์ (ประมาณ 100 เอเคอร์) บริเวณริมอ่าววิกตอเรีย ซึ่งถือเป็นทำเลทองผืนสุดท้ายของฮ่องกง รัฐบาลฮ่องกงได้ลงทุนด้วยงบประมาณจากภาษีประชาชนไปแล้วกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ปัจจุบันโครงการพัฒนาส่วนพอร์ตโฟลิโอด้านศิลปะและวัฒนธรรมเสร็จสิ้นไปแล้วกว่าร้อยละ 60 โดยมีเป้าหมายหลักในการดึงดูดกลุ่มผู้มีความสามารถสูง (Talent) จากทั่วโลกให้เข้ามาตั้งรกรากและทำงานในฮ่องกง ซึ่งส่งผลดีต่อสถานะความเป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศในระยะยาว

คุณเบอร์นาร์ด ชาญวุฒิ โสภณพนิช (Bernard Charnwut Chan) ประธานคณะกรรมการองค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังความสำเร็จและการสร้างสรรค์ครั้งนี้ว่า “ยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกอย่างนิวยอร์กหรือลอนดอน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศูนย์กลางทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของโลกด้วย ซึ่งนี่คือสิ่งสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การหาเงินอีกต่อไป แต่อยู่ที่คุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ การที่ฮ่องกงจะยังคงรักษาตำแหน่งศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญไว้ได้ เราต้องสามารถดึงดูดผู้มีความสามารถที่ดีที่สุดจากทั่วโลกให้เข้ามาและพำนักอยู่ต่อไป ซึ่งพวกเขามุ่งหวังที่จะมีวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ที่ดี” การขับเคลื่อน WestK จึงเป็นสะพานเชื่อมโยงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเข้ากับซอฟต์พาวเวอร์อย่างมีมิติ

WestK Butterbear

พลังซอฟต์พาวเวอร์ WestK × Butterbear ยุทธศาสตร์ครองใจคนรุ่นใหม่และกระตุ้นการท่องเที่ยว

ใจกลางกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานสร้างสรรค์สุดพิเศษภายใต้แนวคิด “Butterbear’s WestK Experience” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง WestK และ “Butterbear” หรือน้องหมีเนย ไอดอลป๊อปคัลเจอร์อันเป็นที่รักของชาวไทย ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการใช้กลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์อย่างมีชั้นเชิง โดยแต่งตั้งให้น้องหมีเนยทำหน้าที่เป็น Ambassador ของแคมเปญ “WestK in Bangkok” เพื่อทำหน้าที่แนะนำแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะและวัฒนธรรมที่โดดเด่นของ WestK ให้แก่ผู้ชมชาวไทยผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดจุดถ่ายภาพแบบอินเมอร์ซีฟ และกิจกรรมสะสมตราประทับเพื่อแลกรับของที่ระลึกรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน

นอกเหนือจากกิจกรรมในห้างสรรพสินค้าแล้ว แคมเปญนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรรายใหญ่อย่างบีทีเอส กรุ๊ป (BTS Group) ในการเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาชุดพิเศษ “Butterbear in the mood of art @ WestK, Hong Kong” ผ่านจอดิจิทัลบนขบวนรถไฟฟ้าสายสุขุมวิททั้งหมดรวมถึงสถานีรถไฟฟ้าหลัก 17 สถานีทั่วกรุงเทพฯ วิดีโอดังกล่าวจะบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางสัมผัสโลกศิลปะของน้องหมีเนยที่ได้ไปเยือนแลนด์มาร์กสำคัญใน WestK เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นว่าฮ่องกงยุคใหม่มีมิติไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่

คุณเบอร์นาร์ด ชาญวุฒิ โสภณพนิช ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า “ในวันนี้ศิลปะและธุรกิจต้องเดินไปด้วยกัน สำหรับแบรนด์หมีเนย พวกเขาทำงานร่วมกับเรา ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย เหมือนกับนิทรรศการอียิปต์โบราณของเราที่สร้างความสำเร็จอย่างมาก ความร่วมมือกับหมีเนยช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของเรา ทันทีที่เราโพสต์รูปหมีเนยลงในอินสตาแกรม ยอดผู้ติดตามและยอดการพาสัมพันธ์ก็พุ่งสูงขึ้นทันที ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น แต่คนฮ่องกงและคนจีนต่างก็รู้จักและชื่นชอบหมีเนย เราจึงอยากเชิญชวนหมีเนยให้เดินทางมาเยือนฮ่องกงอย่างเป็นทางการ” การผสานพันธมิตรในรูปแบบไลฟ์สไตล์ไอพี (Lifestyle IP) ชิ้นนี้จึงสามารถทลายกำแพงความฝืดค้างของงานศิลปะแบบดั้งเดิมได้อย่างสิ้นเชิง

เปิดประตูการลงทุนข้ามพรมแดน โอกาสของดีเวล็อปเปอร์ไทยในทำเลทองฮ่องกง

มิติทางเศรษฐกิจที่น่าจับตามองที่สุดในแคมเปญนี้ คือการจัดงานเลี้ยงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับผู้นำภาคธุรกิจและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากองค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูนไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) เอง แต่ใช้โมเดลการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ Public-Private Partnership (PPP) ในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยเพื่อนำรายได้มาอุดหนุนและบริหารจัดการพื้นที่พอร์ตโฟลิโอด้านศิลปวัฒนธรรมในระยะยาวอย่างยั่งยืน คณะผู้บริหาร WestK จึงใช้โอกาสนี้ในการเข้าพบและเจรจาธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยเพื่อชวนไปลงทุนในฮ่องกง

พื้นที่ทำเลทองที่ WestK กำลังเปิดรับการลงทุนประกอบด้วยโครงการอาคารที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรีรวมกว่า 1,450 ยูนิต โครงการโรงแรมหรู และอาคารสำนักงานเกรดเอ เช่น โครงการ Artist Square Towers ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2570 พื้นที่โครงการทั้งหมดถูกออกแบบภายใต้แนว concept “City Park” ซึ่งเน้นความหนาแน่นต่ำ พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่สามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด (Walkable) โดยกำหนดให้เส้นทางเดินรถและที่จอดรถทั้งหมดลงไปอยู่ใต้ดิน การเปิดประมูลสิทธิ์พัฒนาที่ดินในรูปแบบเปิด (Open Tender) ครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในการขยายการลงทุนสู่ระดับสากล

คุณเบตี้ ฟุง (Betty Fung) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารองค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน ได้ตอกย้ำถึงความพร้อมและศักยภาพเชิงพาณิชย์ของพื้นที่ในการต้อนรับนักลงทุนว่า “เขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูนคือการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์และวัฒนธรรมแบบบูรณาการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โมเดลธุรกิจของเราขับเคลื่อนด้วยการสร้างรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาวของพื้นที่วัฒนธรรม โครงการที่อยู่อาศัยแรกของเราจะเปิดตัวในต้นปีหน้า ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ที่อยู่อาศัย 100,000 ตารางเมตร และพื้นที่ค้าปลีก ร้านอาหาร และความบันเทิงอีก 20,000 ตารางเมตร เราเข้าใจดีว่าชุมชนธุรกิจของไทยมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่น่าตื่นเต้นมากมาย เราจึงต้องการส่งเสริมโครงการนี้ให้กับนักธุรกิจไทยที่มีความสนใจ สามารถเข้ามาจับมือกับผู้พัฒนาท้องถิ่นของฮ่องกงได้”

แลนด์มาร์กระดับโลกริมอ่าววิกตอเรีย หมุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวชาวไทย

จากสถิติในปี พ.ศ. 2568 เขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูนสามารถดึงดูดผู้เยี่ยมชมจากทั่วโลกได้มากกว่า 17 ล้านคน เติบโตขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผลการสำรวจพบว่าในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ (Overseas Visitors) ไม่รวมจีนแผ่นดินใหญ่ นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยครองอันดับที่หนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เดินทางมาเยือนสถาบันพิพิธภัณฑ์ใน WestK มากที่สุด ภายในเขตวัฒนธรรมประกอบด้วยแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง พิพิธภัณฑ์ M+ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับโลก และพิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (Hong Kong Palace Museum) ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่าจากพระราชวังต้องห้ามในปักกิ่ง

นอกจากนี้ WestK ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านศิลปะการแสดงที่ครบครัน อาทิ ศูนย์ศิลปะการแสดง Xiqu Centre สำหรับงิ้วดั้งเดิม และ Freespace สำหรับการแสดงร่วมสมัย รวมไปถึงโครงการ WestK Performing Arts Centre ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งใหม่ขนาดใหญ่ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้ ซึ่งประกอบด้วยโรงละครย่อย 3 แห่ง รองรับผู้ชมรวมกว่าสองพันที่นั่ง พื้นที่แห่งนี้ยังมีจุดเด่นที่ Art Park พื้นที่สีเขียวริมอ่าวขนาด 11 เฮกตาร์ ที่เปิดกว้างสำหรับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ รวมถึงเป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักผ่อนได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ผ่อนคลายและมีเอกลักษณ์

คุณเบตี้ ฟุง ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและความสำคัญของคอลเลกชันศิลปะไทยในฮ่องกงว่า “ฮ่องกงต้อนรับผู้เยี่ยมชมจากประเทศไทยมากกว่า 560,000 คนในแต่ละปี แม้ว่าหลายคนจะคุ้นเคยกับการมาไหว้พระหรือรับประทานอาหารอร่อย ๆ แต่เราต้องการแนะนำให้รู้จักกับประสบการณ์ใหม่ทางวัฒนธรรมที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่เกิน 4-5 ปีนี้

ที่น่าสนใจคือ ในพิพิธภัณฑ์ M+ ของเรา มีการรวบรวมผลงานของศิลปินชาวไทยเอาไว้ในคอลเลกชันสะสมถาวรของเราด้วย เนื่องจากเราเน้นเก็บรวบรวมงานศิลปะร่วมสมัยของเอเชีย ซึ่งผลงานจากประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยในอดีตสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนพิพิธภัณฑ์ของเราถึงสองครั้งเพื่อทอดพระเนตรผลงานของศิลปินไทยเหล่านี้” การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมนี้จึงพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

#WestK #WestKinBangkok #HongKong #SoftPower #หมีเนย #เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #การลงทุนอสังหาริมทรัพย์

Related Posts