กลุ่มธุรกิจ TCP แนะ 3 จุดเปลี่ยน SMEs รอดบนตัวเลขแต่น้ำตาซึม

กลุ่มธุรกิจ TCP แนะ 3 จุดเปลี่ยน SMEs รอดบนตัวเลขแต่น้ำตาซึม

กลุ่มธุรกิจ TCP ชี้ทางรอด SMEs ไทย รับมือเศรษฐกิจยุคต้นทุนพุ่งและกำลังซื้อเปราะบาง เผยยอดขายโตอาจเป็นภาพลวงตาหากไร้เงินสดหมุนเวียน พร้อมแนะ 3 ทางออก ชูใช้ข้อมูลจริงเลิกเดา สร้างทีมกล้าตัดสินใจ และคุมกระแสเงินสด เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนระยะยาว

เจาะภาพลวงตายอดขายโต แต่ธุรกิจยังเหนื่อย

ในช่วงเวลาที่ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น กำลังซื้อเปราะบาง และต้องเผชิญการแข่งขันทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ แม้ผู้ประกอบการบางรายจะมียอดขายและคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับพบว่าเจ้าของธุรกิจต้องทำงานหนักขึ้น ทีมงานไม่สามารถตัดสินใจเองได้ และเงินสดในบัญชีไม่ได้เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าธุรกิจกำลังรอดเพียงแค่บนตัวเลข แต่ยังไม่มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะดำเนินกิจการต่อได้อย่างยั่งยืน

นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ถ่ายทอดแนวคิด “ปลุกพลัง ผู้ประกอบการ ให้ไปต่อ” ในโอกาสที่ กลุ่มธุรกิจ TCP ร่วมเป็นพี่เลี้ยงในโครงการ Big Brother Season 10 ของหอการค้าไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยระบุว่าความท้าทายของ SMEs ในปัจจุบันไม่ได้อยู่แค่การหาลูกค้าหรือขยายตลาด แต่มีจุดเปราะบางภายใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การตัดสินใจด้วยความรู้สึกมากกว่าข้อมูล การที่ทีมยังไม่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจแทนเจ้าของได้ และยอดขายที่ไม่สอดคล้องกับกระแสเงินสด

ใช้ข้อมูลจริงขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างโอกาสใหม่

ปัญหาสำคัญประการแรกคือการมองเพียงยอดขายเข้า (Sell-in) ซึ่งเป็นยอดที่ขายเข้าสู่ร้านค้า โดยไม่ได้ตรวจสอบยอดขายออกจริง (Sell-out) ที่ผู้บริโภคซื้อไป ทำให้สินค้าจมอยู่บนชั้นวางหรือในโกดังของคู่ค้ากลายเป็นเงินสดที่ถูกแช่แข็ง การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อและความสามารถในการทำกำไรของสินค้าแต่ละรายการ จะช่วยให้ผู้ประกอบการแยกแยะได้ว่ากิจกรรมใดสร้างเพียงความสนใจ และกิจกรรมใดสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง

“ทุกธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีระบบข้อมูลที่ซับซ้อน สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าข้อมูลใดจำเป็นต่อการตัดสินใจ ธุรกิจที่ไปต่อได้จะไม่ปล่อยให้ข้อมูลรอการตัดสินใจ แต่จะใช้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำขึ้น” นายสราวุฒิ กล่าว

ตัวอย่างการนำข้อมูลมาใช้จริง เห็นได้จากการร่วมมือกับ DHC ประเทศญี่ปุ่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Bestural คอลลาเจนกัมมี่ที่เน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการดำเนินธุรกิจแบรนด์เรดบูล (หงหนิว) ในประเทศจีน ที่พบข้อมูลความต้องการเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์แบบพกพา ปิดฝาได้ จนนำไปสู่การพัฒนาเรดบูลขวด PET เป็นครั้งแรกในจีน

กลุ่มธุรกิจ TCP แนะ 3 จุดเปลี่ยน SMEs รอดบนตัวเลขแต่น้ำตาซึม
กลุ่มธุรกิจ TCP แนะ 3 จุดเปลี่ยน SMEs รอดบนตัวเลขแต่น้ำตาซึม

ปรับโครงสร้างทีม ลดการพึ่งพาเจ้าของ

องค์กรส่วนใหญ่มักประสบปัญหาเจ้าของเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจจนกลายเป็นคอขวดทำให้ธุรกิจเดินช้า จากประสบการณ์ในโครงการ Durbell Successor Program โดยบริษัท เดอเบล จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าในเครือ TCP พบว่าหลายธุรกิจไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่บุคลากรไม่กล้าตัดสินใจเพราะกังวลเรื่องผลลัพธ์ การแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มจากการทำให้ทีมมองเห็นความเชื่อมโยงของงาน ต้นทุน และกำไร เพื่อเปลี่ยนจากการทำงานให้เสร็จเป็นการทำงานให้สำเร็จ

“ธุรกิจที่ไปต่อได้จริงไม่ได้หมายความว่าเจ้าของต้องเก่งที่สุด แต่ต้องมีทีมที่กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิดชอบ เจ้าของจึงต้องเปลี่ยนจากการเป็นคนให้คำตอบทุกเรื่อง ไปเป็นคนที่สร้างระบบและสภาพแวดล้อมให้ทีมสามารถหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง” นายสราวุฒิ แนะนำ

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP ยังได้จัดกิจกรรม TCP AI Hackathon 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาแก้ปัญหาจริงของธุรกิจ มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่กล้าทดลองและนำเสนอวิธีการทำงานใหม่ๆ

“นอกจากนี้ การเติมเครื่องมือ ความรู้ และพื้นที่ให้ได้ทดลอง เราจึงจัด TCP AI Hackathon 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานจากหลากหลายสายงานร่วมกันค้นหาว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาจริงของธุรกิจได้อย่างไร เป้าหมายของเราคือการสร้างวัฒนธรรมให้คนกล้าคิด กล้าลอง และกล้านำเสนอวิธีการทำงานใหม่ ๆ เพราะเทคโนโลยีจะสร้างผลลัพธ์ได้จริง ก็ต่อเมื่อคนในองค์กรรู้ว่าจะนำไปใช้ตอบโจทย์อะไร และมีความมั่นใจที่จะเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ” นายสราวุฒิ กล่าว

บริหารกระแสเงินสด ควบคุมวินัยทางการเงิน

ประการสุดท้ายคือการทำความเข้าใจว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่ามีเงินสดมากขึ้น การขยายตัวอาจสร้างภาระจากการสต๊อกสินค้า การให้เครดิตเทอม หรือค่าธรรมเนียม GP ของแพลตฟอร์มต่างๆ หากไม่คำนวณต้นทุนที่แท้จริงอาจเกิดภาวะขาดทุนสะสมโดยไม่รู้ตัว หลายธุรกิจต้องปิดตัวลงเนื่องจากขาดเงินสดหมุนเวียนก่อนที่จะเก็บเงินจากลูกค้าได้

“ก่อนขยายธุรกิจ เราต้องดูด้วยว่ามีเงินสดเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตหรือไม่ ลูกค้าที่เราให้เครดิตมีกำลังจ่ายจริงเพียงใด และหากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน เรามีทางรับมืออย่างไร เพราะธุรกิจไม่ได้ล้มเพราะไม่มีลูกค้าเสมอไป หลายครั้งธุรกิจล้มเพราะเงินสดหมดก่อน” นายสราวุฒิ กล่าว

การดำเนินงานทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวาระครบรอบ 70 ปี ภายใต้แนวคิด “70 ปี TCP ปลุกพลัง…ให้ไปต่อ” ที่ต้องการนำบทเรียนจากการบริหารองค์กรมาส่งต่อให้ SMEs ไทย

“ธุรกิจที่ไปต่อได้ ไม่ใช่ธุรกิจที่ไม่เคยเจอปัญหา แต่คือธุรกิจที่มองเห็นปัญหาได้เร็ว ตัดสินใจได้ทัน และปรับตัวก่อนที่ความเสี่ยงจะกลายเป็นวิกฤต สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งสำคัญจึงมีอยู่สามเรื่อง คือ อ่านข้อมูลให้ออกและใช้ข้อมูลให้เป็น สร้างทีมให้ตัดสินใจได้ และรักษาบริหารสภาพคล่องให้ทันการเติบโต เพราะยอดขายไม่ใช่กำไร และการเติบโตที่ไม่มีเงินสดรองรับ อาจกลายเป็นความเสี่ยงของธุรกิจได้ในที่สุด” นายสราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

กลุ่มธุรกิจ TCP เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำ มีพนักงานกว่า 5,000 คนทั่วโลก ประกอบด้วยบริษัทในเครือ อาทิ บริษัท ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท เดอเบล จำกัด และบริษัท ที.จี. เวนดิ้ง แอนด์ โชว์เคส อินดัสทรีส์ จำกัด มีแบรนด์สินค้า 10 แบรนด์ใน 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กระทิงแดง, เรดบูล, เรดดี้, โสมพลัส, วอริเออร์, สปอนเซอร์, แมนซั่ม, ไฮ่ X DHC, เพียวริคุ, ริคุ, ซันสแนค และเรดบูลรสดั้งเดิม ขับเคลื่อนองค์กรผ่านกรอบความยั่งยืน “TCP Sustainability” ใน 4 เสาหลัก เพื่อเป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า”

#กลุ่มธุรกิจTCP #TCPGroup #SMEs #BigBrother10 #หอการค้าไทย #สราวุฒิอยู่วิทยา #กลยุทธ์ธุรกิจ #การบริหารเงินสด

Related Posts