ค่าเงินบาทประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ยังคงเผชิญความผันผวนอย่างต่อเนื่องในตลาดการเงินโลก โดยกรอบการเคลื่อนไหวล่าสุดถูกประเมินให้อยู่ในระดับ 32.90 ถึง 33.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางปัจจัยหนุนและแรงกดดันที่เข้ามากระทบพร้อมกันจากหลากหลายทิศทาง ทั้งในส่วนของตลาดโภคภัณฑ์ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตลอดจนสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงและหนุนให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง คือทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ยังคงพุ่งสูงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยและสร้างกระแสเงินทุนไหลเข้าในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ตลาดเปิดรับความเสี่ยงได้อย่างไม่เต็มที่นัก เนื่องจากมีแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าแทรกซ้อนเข้ามาอย่างหนักแน่นจากทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สาเหตุหลักที่ขับเคลื่อนราคาน้ำมันดิบให้พุ่งสูงขึ้น เกิดจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเรียกร้องค่าชดเชยอย่างเป็นทางการจากกรณีความขัดแย้งที่อิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มต่างๆ รวมถึงการปราบปรามการประท้วงที่เกิดขึ้นมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดพลังงานเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัจจัยกดดันภายนอกและทิศทางดอกเบี้ยเฟด
“เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้ง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างยั่งยืน แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าอัตราดอกเบี้ยปลายทางจะไปสิ้นสุดลงที่ระดับใดก็ตาม”
— เบธ แฮมแม็ก (Beth Hammack) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาคลีฟแลนด์
ทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกายังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผันผวนของค่าเงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย ถ้อยแถลงล่าสุดจากทางฝั่งผู้กำหนดนโยบายการเงินระดับสูงสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่ยังคงมีความเข้มงวด เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระดับอัตราดอกเบี้ยปลายทางของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนในตลาดการเงินยังคงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการส่งคำสั่งซื้อขาย สายตาของตลาดทั่วโลกกำลังจับจ้องไปยังการตัดสินใจในรอบถัดๆ ไปอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์สหรัฐมีแรงส่งในเชิงบวก และกลายเป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินฝั่งตลาดเกิดใหม่เป็นระยะ
สถานการณ์เงินเยนและแนวโน้มการลงทุน
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลักในภูมิภาคอย่างเงินเยนญี่ปุ่นก็มีการปรับตัวที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดค่าเงินเยนได้ปรับตัวอ่อนค่าลงมาราวครึ่งหนึ่งของระดับราคาที่เคยแข็งค่าขึ้นไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการเข้าแทรกแซงตลาดเงินร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเพื่อดูแลเสถียรภาพ
การย่อตัวลงของเงินเยนสะท้อนให้เห็นว่าผลของการแทรกแซงเริ่มซาลง และปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังคงกลับเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางราคา นักลงทุนจึงต้องประเมินสถานการณ์ควบคู่ไปกับความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำและน้ำมันดิบ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่มีอิทธิพลสูงต่อทิศทางเงินทุนหมุนเวียนในขณะนี้
สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะสั้น กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินว่าค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มผันผวนในกรอบที่จำกัด โดยต้องติดตามทั้งกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ทิศทางราคาทองคำและน้ำมันดิบ ตลอดจนท่าทีด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสม
#ค่าเงินบาท #SCBFM #ธนาคารไทยพาณิชย์ #ราคาทองคำ #ราคาน้ำมันดิบ #อัตราแลกเปลี่ยน #เศรษฐกิจโลก #ดอกเบี้ยเฟด #โดนัลด์ทรัมป์ #เงินเยน

