เบลนเดต้า (Blendata) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Sovereign Data & AI Lakehouse ในเครือบริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE จัดงานสัมมนา “Data & AI Decoded 2026: Data First. AI That Works.” รวมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 คน พร้อมประกาศเปิดตัว Blendata Apollo อินเทอร์เฟซข้อมูลขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-powered Data Interface) ที่รองรับการติดตั้งถึงระดับ Air-gapped เพื่อให้อองค์กรควบคุมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ได้ด้วยตนเอง
ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นของ Blendata Apollo และวิสัยทัศน์ Data First
Blendata Apollo ทำหน้าที่เป็น AI-powered Data Interface ที่เปลี่ยนการเข้าถึงข้อมูลจากการเขียนคำสั่ง SQL (Query) เป็นการสื่อสารด้วยภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (Ask) โดยระบบจะแปลงคำถามเป็นคำสั่ง SQL ให้อัตโนมัติพร้อมแสดงที่มาของคำตอบ สามารถตอบกลับข้อมูลเป็นข้อความสรุป ตาราง หรือกราฟ แพลตฟอร์มนี้เปิดให้องค์กรเลือกใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ได้ทุกค่ายโดยไม่ผูกขาดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง ทั้งยังเชื่อมต่อฐานข้อมูลหรือ Data Warehouse เดิมผ่าน JDBC ได้โดยไม่ต้องย้ายข้อมูล
ระบบยังรองรับการทำงานร่วมกับ Traditional AI ไปจนถึง Multi-Agent Systems และรองรับการติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่ On-premise จนถึงระดับ Air-gapped ที่ตัดขาดจากเครือข่ายภายนอก พร้อมมาตรฐานความปลอดภัย เช่น การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง ระบบ Audit Log และกลไกตรวจจับ Prompt Injection
นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Data และ AI ขยายตัวมากกว่า 12 เท่าในรอบ 5 ปี จาก 4.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.39 แสนล้านบาท) ในปี 2564 สู่ระดับคาดการณ์ 52 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.72 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 ขณะที่โมเดล AI กำลังกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ทั่วไป ข้อมูลเฉพาะขององค์กรจึงเป็นสิ่งสร้างความได้เปรียบที่แท้จริง
“ความได้เปรียบทางธุรกิจขององค์กรคือข้อมูล แต่การเช่าหรือพึ่งพาแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งภายใต้เงื่อนไข ราคา และเขตอำนาจทางกฎหมายของผู้อื่น ย่อมไม่ใช่ความได้เปรียบที่แท้จริง แม้องค์กรจะมีข้อมูลที่มีคุณค่ามากที่สุดอยู่ในมือ แต่ข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่สามารถนำมาใช้ได้เต็มศักยภาพ หากยังติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ความปลอดภัย หรือเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม”
การขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาคและแผนการพัฒนา
ความเชื่อมั่นในแนวทาง Sovereign by Design ส่งผลให้ผลประกอบการของ Blendata ในปีที่ผ่านมามีกำไรสุทธิเติบโตเกือบ 3 เท่า พร้อมยอดขายและแบ็กล็อกสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการขยายฐานลูกค้าสู่ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองการลงทุนด้านข้อมูลและ AI ในอินโดนีเซีย รวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์จาก Glocomp พันธมิตรในมาเลเซีย ตลอดจนการจัดแสดง 7 โซลูชันหลักของ Blendata และบูธพันธมิตรเทคโนโลยี 7 ราย ได้แก่ Quantum, HPE, Everpure, Get On, Huawei, Opsta และ UIH Cloud
สำหรับแผนงานในปี 2569 Blendata เตรียมพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่าง Vector DB, Blendata MCP, AI Workspace powered by Blendata Apollo, GenBI, Blendata File System, MLOps, การรองรับ Huawei Cloud และ Datamart Engine ตัวใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569
#Blendata #BlendataApollo #DataFirst #AISovereignty #DataSovereignty #GABLE #BigData #EnterpriseAI

