ผลการศึกษาที่นำโดยมหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียได้บันทึกการย้ายถิ่นที่อยู่ของสายพันธุ์ผีเสื้อที่เป็นที่รู้จักราวหนึ่งในสิบ โดยพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพอากาศสุดขั้ว มีความเชื่อมโยงกับการย้ายถิ่นที่อยู่ของสายพันธุ์ผีเสื้อเกือบร้อยละ 80 จากการวิเคราะห์ข้อมูลการย้ายถิ่นที่อยู่จำนวน 6,182 ครั้งของผีเสื้อ 1,758 สายพันธุ์ทั่วโลก
สัญญาณเตือนภัยจากระบบนิเวศและการขยายถิ่นที่อยู่
การศึกษาระบุว่าผีเสื้อสายพันธุ์ต่างๆ กำลังย้ายถิ่นที่อยู่ในทุกทวีปที่พวกมันอาศัยอยู่ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ผีเสื้อกลายเป็นตัวบ่งชี้ล่วงหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนไปทั่วโลกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบนิเวศ จากชุดข้อมูลพบว่าร้อยละ 80 ของสายพันธุ์ผีเสื้อได้ขยายถิ่นที่อยู่ไปยังพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ขณะที่ร้อยละ 27 เผชิญภาวะถิ่นที่อยู่อาศัยหดลง และร้อยละ 22 ได้ย้ายถิ่นที่อยู่ไปสู่พื้นที่ที่มีระดับความสูงแตกต่างจากเดิม
ชาวัน เชาฮูรี หัวหน้าห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยาการเปลี่ยนแปลงระดับโลก มหาวิทยาลัยโมนาช และผู้เขียนหลักของผลการศึกษา เปิดเผยว่า “ผีเสื้อเขตร้อนอาศัยอยู่ใกล้ขีดจำกัดอุณหภูมิสูงสุดของพวกมันแล้ว อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยอาจบีบให้พวกมันต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม โดยเฉพาะพื้นที่ที่การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินได้แบ่งแยกถิ่นที่อยู่ของผีเสื้อออกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย”
ช่องโหว่การเฝ้าติดตามในเขตร้อนและความร่วมมือระดับโลก
ผลการศึกษายังบ่งชี้ถึงช่องโหว่ขนาดใหญ่ในการเฝ้าติดตามความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกากลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิวกินี และลุ่มน้ำแอมะซอน ซึ่งเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญระดับโลก
จากผลกระทบดังกล่าว จึงได้มีการเรียกร้องให้เกิดการประสานงานเฝ้าติดตามระดับโลก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตร้อน เพื่อติดตามการย้ายถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนความพยายามในการบรรลุเป้าหมายต่างๆ ภายใต้กรอบความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework) ต่อไป
#ผีเสื้อย้ายถิ่น #โลกร้อน #ภาวะโลกร้อน #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #มหาวิทยาลัยโมนาช #ความหลากหลายทางชีวภาพ #วิจัยสิ่งแวดล้อม
ภาพ/ข่าว : ซินหัว

