BYD โกยกำไร ไตรมาส 2 ฟื้นตัวแกร่ง หลังยอดส่งออกทุบสถิติ

BYD โกยกำไร ไตรมาส 2 ฟื้นตัวแกร่ง หลังยอดส่งออกทุบสถิติ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 19 นาที

ท่ามกลางสมรภูมิสงครามราคาในแดนมังกรที่บั่นทอนมาร์จินของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างหนักหน่วง บีวายดี (BYD) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการขยายฐานการค้าสู่เวทีสากล ด้วยผลกำไรสุทธิไตรมาสที่สองซึ่งดีดตัวกลับมาเติบโตเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ ยุติภาวะขาลงสี่ไตรมาสติดต่อกันอย่างสง่างาม สะท้อนให้เห็นว่าการเดินหมากกระจายความเสี่ยงออกนอกประเทศจีน คือกลยุทธ์กอบกู้สถานการณ์ที่พลิกฟื้นธุรกิจได้อย่างแท้จริง

พลิกเกมวิกฤตสงครามราคาด้วยพลังส่งออกตลาดโลก

ผลประกอบการประจำไตรมาสที่สองของยักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนอย่างบีวายดีกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เมื่อบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิพุ่งแตะระดับ 8.2 พันล้านหยวน หรือประมาณ 1.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้น 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การกลับมาเติบโตของผลกำไรในครั้งนี้เป็นการยุติสถิติการหดตัวต่อเนื่องถึงสี่ไตรมาสซ้อน พร้อมทั้งพลิกฟื้นจากภาวะกำไรทรุดหนักถึง 55.4% ที่เคยเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนสามารถชดเชยกำลังซื้อที่ชะลอตัวในตลาดบ้านเกิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าภาพรวมรายได้รวมในไตรมาสสองจะขยับลงเล็กน้อย 3.2% มาอยู่ที่ 194.6 พันล้านหยวน และตัวเลขรายได้รวมครึ่งปีแรกจะลดลง 7.13% อยู่ที่ 344.82 พันล้านหยวน แต่ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นสัญญาณของการผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วอย่างชัดเจน ธุรกิจยานยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องยังคงเป็นเสาหลักด้วยการสร้างรายได้ 275.34 พันล้านหยวน หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 80% ของรายได้ทั้งเครือ ในขณะที่ธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโตไว้ได้อย่างมั่นคงที่ 69.41 พันล้านหยวน ซึ่งช่วยพยุงฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทให้มีความแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ

การปรับตัวในตลาดส่งออกนับเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดของความสำเร็จในรอบนี้ โดยในรอบครึ่งปีแรกบีวายดีส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่สู่ตลาดต่างประเทศได้ถึงราว 792,000 คัน พุ่งขึ้นถึง 67.8% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 44% ของยอดจำหน่ายรวมทั้งหมด ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าวิกฤตการแข่งขันด้านราคาภายในประเทศจีนไม่ได้ทำให้ขีดความสามารถในการทำกำไรของบีวายดีในเวทีโลกลดน้อยลง แต่กลับผลักดันให้แบรนด์เร่งเครื่องขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายในระดับสากลอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

ยกระดับพอร์ตพรีเมียมดันอัตรากำไรขั้นต้นสวนทางรายได้รวม

โครงสร้างการทำกำไรของบีวายดีในไตรมาสล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์อย่างชาญฉลาด โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.85% เทียบกับ 18.01% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน การขยับขึ้นของมาร์จินท่ามกลางภาวะรายได้รวมที่ลดลง ชี้ชัดว่าราคาจำหน่ายเฉลี่ยและสัดส่วนกำไรต่อคันที่ได้จากการส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ มีความพรีเมียมมากกว่าการทำสงครามลดราคาในประเทศจีน ซึ่งรายงานผลประกอบการของบริษัทยืนยันว่า ความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักยังคงมีเสถียรภาพสูง แม้จะมีผลกระทบจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามการขยายตัวในต่างประเทศเข้ามาตัดทอนกำไรสุทธิสุทธิในครึ่งปีแรกไปบ้างก็ตาม

กุญแจสำคัญอีกดอกหนึ่งคือการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มแบรนด์ระดับหรูและเฉพาะกลุ่มภายใต้ร่มเงาของบีวายดี ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์พรีเมียมเทคโนโลยีอย่างเดนซา (Denza) แบรนด์เอสยูวีสายลุยออฟโรดฟางเฉิงเป้า (Fang Cheng Bao) และซูเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าระดับไฮเอนด์อย่างหยางว่าง (Yangwang) โดยยอดขายรวมของกลุ่มซับแบรนด์พรีเมียมเหล่านี้เติบโตขึ้นถึง 61% และขยับขึ้นมาครองสัดส่วนถึง 12.8% ของยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมดของบริษัท ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้หลุดพ้นจากภาพจำของรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด

การขยายตัวของกลุ่มรถยนต์ระดับบนนี้ช่วยรองรับแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขนส่งทางเรือได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานระดับโลกจะส่งผลให้ระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงคลังเฉลี่ยของบริษัทขยับขึ้นเป็น 109 วัน จากเดิม 79 วันในปีก่อนหน้า เนื่องจากมีรถยนต์จำนวนมากอยู่ระหว่างกระบวนการขนส่งทางทะเล แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่งโดยเพิ่มขึ้น 17.3% สู่ระดับ 37.34 พันล้านหยวน แสดงถึงสภาพคล่องทางการเงินที่พร้อมรองรับการขยายตัวของสายการผลิตในระยะยาว

สมรภูมิยุโรปและอาเซียนแต้มต่อเชิงยุทธศาสตร์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง

ในเวทีระดับนานาชาติ บีวายดีสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นเป็นพิเศษในตลาดยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ผู้บริโภคเปิดรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดปลั๊กอินอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลการจดทะเบียนยานพาหนะในตลาดยุโรปช่วงครึ่งปีแรกระบุว่า บีวายดีมียอดส่งมอบรถยนต์สูงถึง 174,144 คัน ซึ่งสามารถแซงหน้าคู่แข่งเบอร์หนึ่งอย่างเทสลา (Tesla) ที่ทำได้ 170,351 คัน พลิกสถานการณ์จากปีก่อนหน้าที่เคยตามหลังอยู่เกือบสี่หมื่นคันได้อย่างน่าประทับใจ แสดงให้เห็นว่าโมเดลรถยนต์ที่หลากหลายสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคฝั่งตะวันตกได้ตรงจุดกว่า

นอกจากนี้ การวางเครือข่ายโลจิสติกส์และการเปิดตัวศูนย์วิจัยการออกแบบระดับสากล เช่น ศูนย์การออกแบบเดนซาในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ยังเป็นเครื่องตอกย้ำว่าบีวายดีไม่ได้มองตลาดต่างประเทศเป็นเพียงแค่ปลายทางการระบายสต็อกสินค้า แต่เป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับรสนิยมและความต้องการของผู้ขับขี่ในแต่ละภูมิภาคอย่างแท้จริง การร่วมมือกับพันธมิตรผู้แทนจำหน่ายชั้นนำในแต่ละประเทศและการนำเสนอรถยนต์กระบะพลังงานใหม่รวมถึงโมเดลไฮบริดขั้นสูง ยังช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีข้อจำกัดด้านสถานีชาร์จได้กว้างขวางขึ้น

ความสำเร็จในตลาดต่างแดนนี้เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการรักษาตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะในไตรมาสที่สองเพียงไตรมาสเดียว บีวายดีสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าล้วนไปได้ถึง 557,090 คัน ซึ่งยังคงรักษาระยะห่างและสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งระดับโลกรายอื่นๆ ทั้งในด้านความเร็วของการเปิดตัวโมเดลใหม่ ความคุ้มค่าของสเปกตัวรถ และระบบซัพพลายเชนแบบบูรณาการแนวดิ่งที่ยากจะมีผู้ผลิตรายใดลอกเลียนแบบได้

การทุ่มงบวิจัยและพัฒนาเกราะกำบังระยะยาวท่ามกลางความท้าทาย

เบื้องหลังการฟื้นตัวของอัตรากำไรและความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล คือการลงทุนอย่างไม่หยุดยั้งในเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยในช่วงครึ่งปีแรกบีวายดีได้ทุ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงถึง 28.9 พันล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นตัวเลขสูงกว่ากำไรสุทธิของทั้งครึ่งปีแรกรวมกันถึง 2.3 เท่า ส่งผลให้งบลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาสะสมขององค์กรทะยานผ่านหลัก 270 พันล้านหยวนไปเป็นที่เรียบร้อย การจัดสรรเงินทุนมหาศาลนี้เน้นไปที่ระบบขับเคลื่อน แพลตฟอร์มสถาปัตยกรรมไฟฟ้า และเทคโนโลยีความปลอดภัยของแบตเตอรี่

การวิจัยเชิงลึกช่วยให้บีวายดีสามารถลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการพัฒนานวัตกรรมการรวมชิ้นส่วนและสถาปัตยกรรมตัวถังที่ประหยัดต้นทุน ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรของส่วนธุรกิจยานยนต์ยังคงยืนหยัดอยู่ในเกณฑ์สูงถึง 23% ในไตรมาสที่สอง แม้ราคาขายเฉลี่ยของยานยนต์ในบางเซกเมนต์จะได้รับผลกระทบจากการปรับลดราคาในตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายก็ตาม แต่นวัตกรรมการผลิตช่วยตัดทอนต้นทุนส่วนเกินได้อย่างรวดเร็วจนรักษาระดับผลกำไรดำเนินงานหลักต่อคันให้ปรับตัวดีขึ้น

ในรายงานข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ บีวายดีได้เน้นย้ำถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบว่า การขยายตัวในตลาดโลกที่มาพร้อมความท้าทายจากอัตราแลกเปลี่ยนและความผันผวนทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องอาศัยเสถียรภาพของนวัตกรรมหลักเป็นตัวขับเคลื่อน การรักษาความต่อเนื่องของการวิจัยทำให้บริษัทมีความพร้อมในการปล่อยผลิตภัณฑ์รุ่นปรับปรุงโฉมและโมเดลรุ่นใหม่ที่ติดตั้งเทคโนโลยีประหยัดพลังงานขั้นสูงเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเกราะป้องกันชั้นเลิศต่อการเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งของคู่แข่งหน้าใหม่ในอุตสาหกรรม

เป้าหมายล้านคันในตลาดสากลกับการปรับดุลโครงสร้างยานยนต์ไฟฟ้า

สัญญาณการฟื้นตัวของบีวายดีมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี เมื่อสถิติยอดจำหน่ายเดือนกรกฎาคมสามารถทำยอดส่งมอบรวมได้ถึง 419,211 คัน เพิ่มขึ้น 21.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งนับเป็นเดือนที่เติบโตสูงสุดของปี โดยมียอดส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะในเดือนดังกล่าวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 179,841 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 124.3% คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 43% ของยอดขายรวมในเดือนนั้น ยืนยันถึงโมเมนตัมเชิงบวกที่กำลังไหลเวียนเข้าสู่ธุรกิจอย่างเต็มที่

การส่งออกที่ขยายตัวอย่างร้อนแรงทำให้บีวายดีสามารถเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมายยอดส่งออกตลอดทั้งปีที่ตั้งไว้ระดับ 1.5 ล้านคันได้อย่างมั่นใจ หลังจากที่เจ็ดเดือนแรกของปีสามารถทำยอดส่งออกสะสมไปได้แล้วเกือบหนึ่งล้านคัน ซึ่งแตกต่างจากภาพรวมยอดขายในประเทศจีนที่ยังคงต้องเผชิญกับแรงต้านและต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป การปรับสมดุลพอร์ตรายได้โดยเพิ่มน้ำหนักให้กับการค้าระหว่างประเทศจึงกลายเป็นยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดความเปราะบางจากสภาวะสงครามราคาภายในประเทศได้อย่างแท้จริง

ความสำเร็จในไตรมาสที่สองนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการบริหารจัดการต้นทุนและความยืดหยุ่นทางธุรกิจของบีวายดีเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนทางเศรษฐกิจที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้ผลิตยานยนต์ที่สามารถยืนหยัดเป็นผู้นำในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีทั้งเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเอง โครงสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์หลายระดับ และยุทธศาสตร์ระดับโลกที่พร้อมปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ภาพประกอบสร้างโดย AI

#BYD #ยานยนต์ไฟฟ้า #ผลประกอบการ #EVMarket #ส่งออกรถยนต์ #เศรษฐกิจโลก #Denza #Yangwang

Related Posts