การ์มิน (Garmin) ประกาศเปิดตัวสมาร์ตวอตช์สายกลางแจ้งรุ่นล่าสุด Garmin fenix 9 และ Garmin fenix 9 Pro ชูจุดเด่นการออกแบบตัวเรือนไทเทเนียมน้ำหนักเบาด้วยเทคโนโลยีนาโนโมลดิง (Nano-molding technology) ช่วยลดความหนาของตัวเรือนลง พร้อมอัปเกรดหน้าจอแสดงผล AMOLED สว่างสูงสุด 3,000 นิต และฟีเจอร์ติดตามการฝึกซ้อมระดับลึก Garmin Epic สำหรับนักกีฬากลางแจ้ง
การเปิดตัวในครั้งนี้ Garmin มุ่งยกระดับประสิทธิภาพของอุปกรณ์สวมใส่สำหรับการผจญภัยและการแข่งขัน ด้วยการเพิ่มความจุหน่วยความจำภายในเป็นสองเท่า และปรับปรุงระบบนำทางแผนที่ให้ตอบสนองเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ดีไซน์ไทเทเนียมบางลง พร้อมไฟฉายสีเขียวถนอมสายตา
Garmin fenix 9 Pro ได้รับการพัฒนาโครงสร้างตัวเรือนไทเทเนียมใหม่ผ่านกระบวนการนาโนโมลดิง ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง ทนทาน และลดความหนาของตัวเรือนลง โดยในรุ่นขนาด 47 มม. มีความบางลงกว่ารุ่น fenix 8 Pro ถึง 16% หน้าปัดใช้วัสดุกระจกแซฟไฟร์ (Sapphire Lens) เสริมแผงป้องกันเซนเซอร์ (Sensor Guard) และปุ่มกดป้องกันการรั่วซึม
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมไฟฉายในตัว (Built-in Flashlight) ที่เพิ่มตัวเลือกลำแสงไฟฉายสีเขียวในรุ่น Pro นอกเหนือจากแสงสีขาวและแสงสีแดง เพื่อช่วยรักษาการมองเห็นในที่มืด (Night Vision) พร้อมเปิดตัวสายรัดข้อมือแบบผ้า Comfort Fit ที่ใช้การทอแบบ Split-wave และรองรับกลไก QuickFit สำหรับการสลับเปลี่ยนสาย

หน้าจอ AMOLED สว่าง 3,000 นิต และระบบแผนที่เร็วขึ้น 40%
ในส่วนของการแสดงผล Garmin fenix 9 Pro ขนาด 51 มม. มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 1.5 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล fenix โดยเพิ่มพื้นที่ขึ้น 15% และให้ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต ขณะที่รุ่น Garmin fenix 9 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ที่สว่างขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า 2 เท่า พร้อมมีตัวเลือกรุ่นเลนส์ชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Charging Lens)
ด้านการประมวลผลภายใน ตัวเรือนมาพร้อมหน่วยความจำขนาด 64GB สามารถบันทึกเพลงได้สูงสุด 7,000 เพลง พร้อมปรับปรุงระบบประมวลผลแผนที่ (Mapping Engine) ใหม่ ส่งผลให้การวาดแผนที่บนหน้าจอเร็วขึ้น 30% และการคำนวณเส้นทางไป-กลับ (Roundtrip course) บนรุ่น Pro ทำงานเร็วขึ้น 40% อีกทั้งยังเพิ่มมุมมองแผนที่แบบปรับเอียง (Tilted perspective view) ควบคู่กับระบบนำทาง ClimbPro และ PacePro
ฟีเจอร์ Garmin Epic รวมข้อมูลฝึกซ้อม และตัวชี้วัด Stamina Curve
ด้านซอฟต์แวร์และการติดตามกิจกรรม มีการเปิดตัวฟีเจอร์ Garmin Epic ที่เปิดให้ผู้ใช้จัดกลุ่มกิจกรรมหลายประเภทและตัวชี้วัดสุขภาพเข้าไว้ในการบันทึกเดียวต่อเนื่องสูงสุด 92 วัน เช่น การวิ่งเทรล สกี และเวทเทรนนิ่ง เพื่อวิเคราะห์ภาพรวมระยะทาง ความชัน การฟื้นฟูร่างกาย และค่าความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV)
สำหรับระบบวิเคราะห์ความอึด ได้เพิ่มฟีเจอร์ Stamina Curve แสดงกราฟทำนายความเร็วและระยะเวลาที่ร่างกายรองรับได้ในแต่ละระดับความเข้มข้น และระบบ Stamina Zones สำหรับวางแผนการใช้พลังงานในแต่ละช่วงการแข่งขัน ตลอดจนการเพิ่มเมตริกการฝึกซ้อมเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ การแบกสัมภาระเดินระยะไกล (Rucking) ที่คำนวณการเผาผลาญแคลอรีตามน้ำหนักสัมภาระจริงได้สูงสุด 100 กิโลกรัม และการพายเรือ (Rowing) ที่แสดงกราฟ Power Curve และ Functional Threshold Power (FTP)

การเชื่อมต่อดาวเทียม inReach และระบบแจ้งพิกัดฉุกเฉิน
Garmin fenix 9 Pro รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมและสัญญาณเครือข่าย LTE ด้วยระบบ inReach ช่วยให้สามารถส่งข้อความ รายงานข้อมูลสภาพอากาศผ่านดาวเทียม และส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS ไปยังศูนย์ประสานงาน Garmin Response ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ใช้งานที่ระงับแพ็กเกจ inReach ยังคงได้รับสิทธิ์การใช้งานส่งข้อความฉุกเฉิน SOS ฟรีสูงสุด 12 เดือน
นอกจากนี้ ยังเพิ่มระบบ Garmin Locate และการแจ้งเตือน LiveTrack ผ่านแอปพลิเคชัน Garmin Messenger ช่วยให้ผู้ติดต่อที่กำหนดไว้สามารถตรวจสอบตำแหน่ง ความคืบหน้า และอัตราการเต้นของหัวใจได้แบบเรียลไทม์ผ่านสมาร์ตวอตช์โดยตรงโดยไม่ต้องพกพาโทรศัพท์มือถือ
#Garmin #fenix9 #fenix9Pro #GarminThailand #Smartwatch #ข่าวไอที #อุปกรณ์กลางแจ้ง

