เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ร่วมมือกับศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อวางรากฐานองค์ความรู้ด้าน Aesthetic Longevity และ Skin Longevity รองรับการเติบโตของตลาดเศรษฐกิจสุขภาพไทยที่มีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท พร้อมหนุนยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Thailand Global Health Hub 2025–2034)
ผสานความเชี่ยวชาญขับเคลื่อนสุขภาพผิวเชิงลึกระดับชีววิทยา
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการบูรณาการจุดแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเมิร์ซ เอสเธติกส์ นำความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามระดับโลกและความเข้าใจในตลาดจริง มาผสานเข้ากับศักยภาพด้านงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของนาโนเทค สวทช. เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งยังเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัย แพทย์ และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามปัจจุบันมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาวบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ภญ.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ รองประธานบริหารอาวุโส ฝ่ายการพาณิชย์ประจำภูมิภาคญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ เอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสร้าง Knowledge Partnership ที่ผสานความเชี่ยวชาญเพื่อศึกษาและพิสูจน์บทบาทของเวชศาสตร์ความงามต่อ Skin Longevity และ Aesthetic Longevity อย่างเป็นระบบ ช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และตอบโจทย์เฉพาะบุคคล พร้อมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการยกระดับจากการเป็นผู้ใช้องค์ความรู้ไปสู่การเป็นผู้สร้างงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มวิจัยเพื่อยกระดับมาตรฐานความงาม
ด้านการขับเคลื่อนงานวิจัย ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี ผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรมแพลตฟอร์มสร้างนวัตกรรมสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรไทยเพื่อความงาม สุขภาพ และอายุยืนยาว (PhytoEX) ระบุว่า นาโนเทคจะนำองค์ความรู้และแพลตฟอร์มทางวิทยาศาสตร์ด้าน Skin Longevity มาใช้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของผิวในระดับชีววิทยา โดยครอบคลุม 3 ระดับสำคัญ ได้แก่ การประเมินการเปลี่ยนแปลงของกลไกความชราของผิว (Skin Aging Hallmarks) การคงไว้ซึ่งสุขภาพและการทำงานของผิว (Skinspan) และการยืนยันผลในมนุษย์
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังสามารถประเมินการตอบสนองและการฟื้นฟูของผิวหลังเผชิญปัจจัยแวดล้อม (Exposome) เช่น รังสีอัลตราไวโอเลต แสงสีฟ้า หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ตลอดจนติดตามการเปลี่ยนแปลงของกลไกความชราและอายุชีวภาพของผิว ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวเสริมว่า การก้าวหน้าของเวชศาสตร์ความงามในอนาคตจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมและยกระดับมาตรฐานงานวิจัยด้านสุขภาพผิวของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
บูรณาการสุขภาพองค์รวมเพื่อการชะลอวัยอย่างยั่งยืน
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดทางการแพทย์ปัจจุบันที่เน้นดูแลสุขภาพแบบองค์รวม นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท, ผู้ก่อตั้งและแพทย์ประจำ Smith Prive’ Aesthetique และวิทยากรพิเศษ สาขาวิชาตจวิทยา (หลักสูตรนานาชาติ) วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า แนวคิด Longevity คือการยืดช่วงเวลาที่ร่างกายมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้เต็มศักยภาพ เช่นเดียวกับ Skin Longevity ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการทำงานของผิวในระยะยาว เนื่องจากสุขภาพผิวและสุขภาพองค์รวมมีความเชื่อมโยงกันอย่างไม่อาจแยกขาด
ความร่วมมือระหว่าง เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย และ นาโนเทค สวทช. จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพและเวชศาสตร์ความงาม ซึ่งจะช่วยยกระดับองค์ความรู้และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Aesthetic Longevity ของภูมิภาคในอนาคต
#MerzAesthetics #นาโนเทค #สวทช #AestheticLongevity #SkinLongevity #เศรษฐกิจสุขภาพ #เวชศาสตร์ความงาม #ข่าวธุรกิจ

